เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
ดูทั้งหมด

“วัคซีน” ต้องเร็วที่สุด

22 พ.ค. 2564 | 17:20น.
คอลัมน์ สามัญสำนึก
ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

แม้ทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในซีกโลกตะวันตกได้ระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 เกินกว่าครึ่งของจำนวนประชากร ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อและการตายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าการระบาดในซีกโลกตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดียรวมทั้งไทยยังรุนแรงและไม่สามารถควบคุมได้

ตัวเลขการติดเชื้อสะสมล่าสุดของโลกอยู่ที่ 165,857,655 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 3,444,901 ราย (21 พฤษภาคม 2564) แต่ถ้าโฟกัสเฉพาะประเทศไทยพบว่า ในการระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จากเคสสถานบันเทิงย่านทองหล่อจนกระทั่งถึงวันนี้เพียง 8 สัปดาห์ มีคนติดเชื้อไปแล้ว 94,203 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 735 ราย

นับเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตสูงมากเฉลี่ยแล้ววันละ 20-30 คน ติดต่อกันมานานนับสัปดาห์ จากประเทศที่เคยได้รับคำชมว่าควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดีเยี่ยมและมีอัตราการติดเชื้อและผู้เสียชีวิตอยู่อันดับท้าย ๆ ของโลก

แต่มาวันนี้ประเทศไทยได้ก้าวพรวดพราดมาอยู่อันดับที่ 90 แซงหน้าจีนต้นทางของโควิด-19 ที่หล่นไปอยู่ที่อันดับ 98 (Worldometer Coronavirus) หากนับเฉพาะตัวเลขผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 21 พฤษภาคม เพียงวันเดียวพบว่า ไทยมีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับประเทศเบลเยียม (26 ราย) กับฮอนดูรัส (42 ราย)

เบื้องต้นรัฐบาลได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ออกมา เพื่อควบคุมการระบาดรอบนี้ด้วยความไม่เข้าใจความรุนแรงของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ (B 1.1.7) ที่ติดเชื้อง่ายและมีความรุนแรงของโรคสูงมาก โดยจะสังเกตได้ว่าไม่มีการล็อกดาวน์การเคลื่อนย้ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้เชื้อไวรัสกระจายไปทั่วประเทศจนพบว่า

ตัวเลขการติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนเป็นต้นมา (1,335 ราย) มาจนถึงปัจจุบันไม่เคย “ต่ำกว่า” 1,000 คน โดยวันที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 4,887 ราย คือ วันที่ 13 พฤษภาคม เมื่อเชื้อไวรัสแพร่ระบาดเข้าไปในเรือนจำขนาดใหญ่หลายแห่ง ตามมาด้วยการแพร่ระบาดในตลาดสดขนาดใหญ่-แคมป์คนงานก่อสร้าง และหวนกลับมาระบาดในโรงงานซ้ำรอยเคสมหาชัยอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ปากน้ำ ชลบุรี หรือเพชรบุรี

จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจคล้าย ๆ กับ “ยึดอำนาจ” ในการสั่งการแก้ไขโควิด-19 ในช่วงปลายเดือนเมษายนด้วยการนำเรื่องเข้าสู่ ครม.เพื่อออกประกาศการกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของ “นายกรัฐมนตรี” เป็นการชั่วคราว เพื่อให้การแก้ไขการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทว่า นับจากวันที่ ครม.ได้ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมาจนกระทั่งถึงวันนี้ แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด (ยกเว้นเคสเรือนจำที่แยกตัวเลขคนติดเชื้อออกมา) แต่ก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

จากการติดตามเส้นกราฟการแพร่ระบาดในกรุงเทพมหานคร ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นเดียวกันกับกราฟการแพร่ระบาดในประเทศพบว่า การติดเชื้อโควิด-19 ของกรุงเทพฯเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1,000-1,500 ราย และไม่มีวันใดเลยที่จะมีผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯต่ำกว่า 500 ราย

นั่นหมายความว่ามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของรัฐบาลที่ดำเนินการมาตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์นั้น อย่างดีที่สุดก็คือ สามารถ “ฉุด” ให้เส้นกราฟไม่พุ่งขึ้นสูงไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่สามารถ “กด” เส้นกราฟผู้ติดเชื้อให้ลดลงมาได้ (ยกเว้นเคสปิด-การติดเชื้อในเรือนจำ) ส่งผลให้ทั่วทั้งประเทศยังมีการติดเชื้อวันละ 1,000-2,000 คน อยู่ตลอดเวลาและผู้ป่วยที่มีอาการหนักก็เพิ่มขึ้นตามมาอัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้นทุกวัน

ภาวะดังกล่าวที่เป็นไปตลอดเดือนพฤษภาคม ทำให้ความหวังที่จะ “กด” ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตให้ต่ำ 10 นั้น “ไม่น่าจะเป็นไปได้แล้ว” ส่งผลให้ความหวังเดียวของประเทศไทยอยู่ที่ “วัคซีน” เพียง 2 ชนิด Sinovac หรือ AstraZeneca ทำอย่างไรจะฉีดให้ครอบคลุมจำนวนประชากรในประเทศให้เร็วที่สุด

อย่างน้อย “ลดเจ็บลดตาย” ยังไม่ต้องคิดไปถึงการเปิดประเทศที่หนทางยังอีกยาวไกล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด