เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Thaimart สร้างปรากฏการณ์ 2 วัน ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 แสนครั้ง
Biz Movement Thaimart สร้างปรากฏการณ์ 2 วัน ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 แสนครั้ง
นทท.  ‘สงขลา’ เริ่มกลับครึ่งปี 3 ล้านคน รบ.ยันพร้อมรับฤดูฝน-ไม่ตัดงบแก้น้ำท่วม
Politics นทท. ‘สงขลา’ เริ่มกลับครึ่งปี 3 ล้านคน รบ.ยันพร้อมรับฤดูฝน-ไม่ตัดงบแก้น้ำท่วม
นายกฯ ขอบคุณศาลยันจะใช้งบ ‘พ.ร.ก.กู้เงินฯ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าพลังงาน
Politics นายกฯ ขอบคุณศาลยันจะใช้งบ ‘พ.ร.ก.กู้เงินฯ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าพลังงาน
กรมปศุสัตว์ผนึกหอการค้า ปั้นร้าน ‘ปศุสัตว์ OK’ การันตีเนื้อปลอดภัย ตรวจสอบได้
Economic กรมปศุสัตว์ผนึกหอการค้า ปั้นร้าน ‘ปศุสัตว์ OK’ การันตีเนื้อปลอดภัย ตรวจสอบได้
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
‘Kalshi-Polymarket’ เก็ง สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาปกติ ปี 2027
World ‘Kalshi-Polymarket’ เก็ง สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาปกติ ปี 2027
กยศ. ขยายเวลาให้บริการคอลเซ็นเตอร์ถึง 20.00 น. ทุกวันทำการ ช่วยผู้ติดต่อสอบถามข้อมูล
Finance กยศ. ขยายเวลาให้บริการคอลเซ็นเตอร์ถึง 20.00 น. ทุกวันทำการ ช่วยผู้ติดต่อสอบถามข้อมูล
ดูทั้งหมด

ปริญญ์ ชง 5 ข้อ ใช้เงินกู้ 5 แสนล้าน ช่วยจ่ายเงินเดือนพนักงานเอสเอ็มอี

26 พ.ค. 2564 | 13:30น.

“ปริญญ์” หัวหน้าทีมเศรษฐกิจประชาธิปัตย์ แนะใช้ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ตรงเป้า-โปร่งใส-ตรวจสอบได้ เร่งเบิกจ่ายโครงการคอขวด-ช่วยจ่ายเงินเดือน รักษาการจ้างงานเอสเอ็มอี

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข้อเสนอแนะถึงรัฐบาล หลังมีการประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 วงเงินเพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท

นายปริญญ์ กล่าวว่า การกู้เงินเพิ่มเป็นเรื่องที่ควรทำในตอนนี้ เพราะสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่รุนแรงกว่าที่ผ่านมา แต่รัฐบาลควรดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้งบประมาณฟื้นฟูให้ตรงจุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด พร้อมมีข้อเสนอต่อภาครัฐ 5 ประเด็น ดังนี้

1.กู้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ – ประสิทธิผล รัฐบาลควรนำงบประมาณมาใช้โฟกัสให้ตรงจุด โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูเยียวยากลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากวิกฤตโควิดและเพิ่มงบประมาณให้ทัพหน้าด้านสาธารณสุข ฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน ช่วย SMEs อุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะนำงบประมาณไปใช้กับโครงการใดบ้างก่อนที่จะกู้เงินออกมา การแจกเงินเป็นเรื่องง่ายและได้ทำไปแล้วพอควร ทางกระทรวงคลังต้องใช้เงินกู้สร้างผลผลิต productivity ที่สูงขึ้นให้กับเศรษฐกิจไทย

2.ลดคอขวดในการเบิกจ่าย จากวิกฤตโควิด-19 ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้เรียนรู้แล้วว่าอุปสรรคของการเบิกจ่ายงบประมาณ คือ มีคอขวด การกลั่นกรองและอนุมัติโครงการล่าช้า ทำให้กระบวนการเบิกจ่ายติดขัดและประชาชนได้รับการเยียวยาช้ามาก ทางกระทรวงคลังและสภาพัฒน์ฯ ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้น เพื่อเร่งการเบิกจ่ายอย่างทันท่วงที โครงการที่เสนอมาจากชุมชน โดยเฉพาะจากวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

3.มีการวัดผลชัดเจน กระทรวงคลังต้องชี้แจงถึงผลลัพธ์ในการเบิกจ่ายงบประมาณให้รัฐสภาและประชาชนได้รับทราบว่านำเงินกู้ไปใช้ทำอะไรบ้าง ได้ผลอย่างไร มีประสิทธิภาพ – ประสิทธิผลจริงหรือไม่ และเพราะเหตุใดถึงต้องกู้เงินเพิ่ม เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ สร้างความไว้วางใจให้ประชาชน สภาวะดอกเบี้ยต่างประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เราจึงควรล็อกเรตเงินกู้ในช่วงที่ต้นทุนการเงินยังถูก แต่ต้องชี้แจงความคุ้มค่าให้ชัดเจน

4.ติดตามผลอย่างใกล้ชิดและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน รัฐบาลควรติดตามผลแต่ละโครงการอย่างจริงจัง เพื่อให้แต่ละโครงการถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้อย่างแท้จริง เช่น การเจรจากับธนาคารพาณิชย์เพื่อพักต้น-พักดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้ทำไปแล้ว แต่ปัจจุบันกลับพบว่ายังมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาระดอกเบี้ยที่สูงอยู่ ต้องหันไปพึ่งการกู้เงินนอกระบบ ทำให้หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ที่รัฐบาลวางไว้

5.หลังจากที่ประเทศไทยเจอวิกฤตทางสาธารณสุขและวิกฤตทางเศรษฐกิจไปแล้ว ปัจจุบันกำลังเจอกับภาวะคนตกงาน ที่กำลังจะเกิดเป็น “วิกฤตทางสังคม” ครั้งใหญ่ รัฐบาลควรผลักดันปัญหาดังกล่าวให้เป็นวาระแห่งชาติ เร่งใช้เงินกู้นี้เยียวยาให้ถูกจุด เช่น ช่วยสมทบเงินเดือนบางส่วนให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสตาร์ตอัพ หรือ ยกระดับแรงงานให้มีฝีมือ productivity เพิ่มช่องทางให้คนเข้าถึงงานยุคใหม่ได้มากขึ้น ผ่านการเทรนอบรมเชิงปฏิบัติการและโครงการฝึกงาน apprenticeship อย่างที่ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. ได้นำร่องโครงการ “เรียนจบ พบงาน” มาแล้วนั้น เพื่อช่วยพัฒนาทักษะให้คนตกงานสามารถอยู่รอดได้ในยุควิกฤต และเสริมสมรรถนะให้เขาหางานที่ดีขึ้นได้หลังวิกฤตอีกด้วย

“ทุกวิกฤตมาพร้อมกับโอกาสเสมอ เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์วิกฤตรุนแรงขึ้น จึงต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อนํามาแก้ปัญหา แต่เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์เป็นภาระที่คนไทยทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นการใช้เม็ดเงินนี้ต้องเร่งดำเนินการอย่างทันท่วงที เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

ด้านนางดรุณวรรณ กล่าวว่า นอกจากการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การให้วัคซีนชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาวถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง และไม่เห็นด้วยที่จะแก้ปัญหาโดยการแจกเงินตลอดไป เพราะไม่ยั่งยืน อยากให้มีมาตรการที่ชัดเจนเรื่องการจัดหางาน การช่วยคนตกงาน ลดวิกฤตทางสังคม