เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

โควิดลากยาวทุบมู้ดจับจ่าย ยักษ์ “อีคอมเมิร์ซ” อัดโปรหนักทุก 15 วัน

26 มิ.ย. 2564 | 17:57น.

สำรวจสมรภูมิอีคอมเมิร์ซไทย หลังวิกฤตโควิด-19 ลากยาว ยักษ์อีมาร์เก็ตเพลซแห่อัดโปรโมชั่นถี่ยิบ ทั้งเมกะแคมเปญควบโปรฯรายครึ่งเดือนหวังปลุกมู้ดกระตุ้นต่อมนักช็อปออนไลน์ “ช้อปปี้-ลาซาด้า-เจดีฯ” งัดสารพัดเครื่องมือช่วยแบรนด์-ร้านค้าปั๊มยอดขายเต็มพิกัด มั่นใจมูลค่าตลาดรวมยังโตต่อเหตุผู้บริโภคคุ้นเคยช็อปออนไลน์

การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ลากยาวทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีมูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาทในปี 2563 ที่ผ่านมายังเติบโตต่อเนื่องในปี 2564 นี้ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มคุ้นกับการซื้อของออนไลน์

ขณะที่แบรนด์ต่าง ๆ ทั้งเล็กและใหญ่ต่างหันมาเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ทั้งสิ้น ดังจะเห็นได้จากจำนวนร้านค้าของบรรดาอีมาร์เก็ตเพลซทั้งหลายเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่หลายฝ่ายเริ่มกังวลกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มส่งสัญญาณไม่สู้จะดีนักจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุด

ธุรกิจอัดโปรฯกู้กำลังซื้อ

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด และนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการระบาดโควิด-19 ที่ยังคงอยู่

และความคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าบนช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้นของผู้บริโภค ทำให้แบรนด์และร้านค้าต่าง ๆ หันมาเปิดร้านบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งบนโซเชียลมีเดีย, เว็บไซต์ และอีมาร์เก็ตเพลซ

ทำให้จำนวนร้านค้าเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบปลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันบทเรียนจากวิกฤตโควิดยังทำให้ปีนี้บริษัทต่าง ๆ เตรียมงบฯลงทุนเฉพาะช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการขายจนหลายธุรกิจเริ่มมีรายได้หลักจากช่องทางนี้แล้ว

สำหรับภาพรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซปีนี้คาดว่าจะโตจากปีที่ผ่านมา 20-30% ปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้น คือ การอัดโปรโมชั่นของอีมาร์เก็ตเพลซ ที่จัดแคมเปญใหญ่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะแคมเปญดับเบิลเดย์ที่จัดทุกเดือน

รวมถึงมีแคมเปญย่อยในแต่ละเดือนเพิ่มเติมอีก ขณะที่แบรนด์สินค้าก็เทน้ำหนักในการขาย และจัดโปรโมชั่นผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น สะท้อนจากยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แม้ร้านค้าแบบออฟไลน์จะยังคงเปิด

“ครึ่งปีหลังนี้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซอาจเผชิญกำลังซื้อผู้บริโภคที่ตกลง โดยผู้ประกอบการหลายรายเริ่มเห็นสัญญาณตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว สะท้อนจากมูลค่าการสั่งซื้อต่อครั้งที่ลดลง ทำให้อีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ ๆ อัดโปรโมชั่นมากขึ้น เพราะรู้ว่าถ้าอัดโปรโมชั่นไม่มากพอก็จะทำยอดขายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย”

ดึงบิ๊กแบรนด์ขึ้น “ช้อปปี้มอลล์”

ด้านนางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โควิดเป็นตัวผลักดันให้ร้านค้าและแบรนด์ต่าง ๆ ปรับตัวเร็วขึ้น

โดยตั้งแต่ต้นปีมีแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาเปิดร้านบนช้อปปี้เพิ่มขึ้น โดยแบ่งรูปแบบของการเปิดร้านได้3 แบบ คือ ช้อปปี้มอลล์ หรือร้านออฟฟิเชียลแบรนด์ ปัจจุบันมีกว่า 2,000 ร้านค้า ในหลายกลุ่มสินค้า เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค, สินค้าไอที

และแฟชั่น รวมถึงมีกลุ่มร้านค้าแนะนำ และร้านค้าทั่วไป เป็นต้น ซึ่งความพิเศษของร้านค้าออฟฟิเชียลแบรนด์ คือ การันตีว่าเป็นของแท้ไม่พอใจคืนสินค้าและคืนเงินได้ใน 15 วัน พร้อมส่งฟรีทั่วประเทศ โดยช้อปปี้ทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์ในการช่วยทำการตลาดให้แบรนด์ต่าง ๆ

สำหรับ “ช้อปปี้มอลล์” เริ่มในปี 2560 มีเป้าหมายในการนำแบรนด์ต่าง ๆ ที่ขายบนช่องทางออฟไลน์มาเปิดร้านบนออนไลน์ และบริษัทต้องการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีในการสนับสนุนให้แบรนด์ขายสินค้าได้

ต่อมาได้พัฒนาเครื่องมือในการขายเพิ่มขึ้น ทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การทำโปรโมชั่นส่วนลดต่าง ๆ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ปัจจุบันมีแบรนด์เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

โดยทิศทางของช้อปปี้ในปีนี้จะเน้นการเข้าไปช่วยเหลือร้านค้าบนช้อปปี้มอลล์มากขึ้น ด้วยช้อปปี้ไลฟ์และเกมที่มีการไทอินแบรนด์ เพื่อกระตุ้นการซื้อ เป็นต้น

“แบรนด์ส่วนใหญ่ที่เปิดร้านบนช้อปปี้จะแข็งแรงอยู่แล้วบนช่องทางออฟไลน์ แต่เมื่อขึ้นมาบนออนไลน์ก็ต้องปรับใหม่ เรานำข้อมูลที่มีมาช่วย เช่น ต้องจัดโปรโมชั่นแบบไหน ไลฟ์ขายสินค้าช่วงเวลาใด ซึ่งช่วง 19.00-22.00 น. จะเหมาะที่สุด ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็ค่อย ๆ ปรับตัว”

เพิ่มเมกะแคมเปญ

นางสาวสุชญากล่าวต่อว่า ปัจจุบันธุรกิจอีคอมเมิร์ซแข่งขันสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค ส่วนแพลตฟอร์มมีหน้าที่ในการทำราคา มอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภคด้วยการหากิมมิก นวัตกรรมใหม่ ๆ มาเสริมความแข็งแรงต่อเนื่อง

ล่าสุดมีแคมเปญ Mid Month Sale ทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน เริ่มมาตั้งแต่เดือน มี.ค. ไปจนถึงสิ้นปีนี้ เท่ากับแต่ละเดือนมี 2 แคมเปญใหญ่ คือ ดับเบิลเดย์ และ Mid Month Sale

เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าลดราคา ขณะที่ผู้ขายก็ขายสินค้าได้มากขึ้น ทำให้ช้อปปี้สามารถเติบโตไปได้พร้อมกับผู้ขาย

“ในครึ่งปีแรก ยอดขายของช้อปปี้โตขึ้นไม่ต่างจากหน้าขายของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งปกติเริ่มต้นในครึ่งปีหลัง และประเมินว่าถ้ามีการจัดแคมเปญดับเบิลเดย์ใหญ่ ๆ อย่าง 9.9 และ 10.10 ด้วยก็จะทำให้ยอดขายช้อปปี้โตได้อีก”

“ลาซาด้า-เจดีฯ” อัดโปรฯถี่

นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า ลาซมอลล์ (Laz Mall) มีเป้าหมายในการนำเสนอประสบการณ์ช็อปปิ้งระดับพรีเมี่ยมให้แบรนด์และผู้บริโภค

ปัจจุบันมีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 4,000 แบรนด์ เพิ่มจาก 3,000 แบรนด์ในปีที่ผ่านมา โดย “ลาซมอลล์” มีข้อดีตรงแบรนด์สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ และโซลูชั่นการจัดการข้อมูล (data solutions) รวมถึงโซลูชั่นสำหรับธุรกิจต่าง ๆ

และการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ที่ครบวงจร ควบคู่ไปกับการทำแคมเปญที่มีให้แบรนด์ได้ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างการเติบโตของยอดขาย ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคก็เลือกซื้อของแท้ได้อย่างมั่นใจ พร้อมการันตีของแท้ และบริการจัดส่ง

ด้านอีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่อีกราย นายก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เจดี เซ็นทรัล จำกัด ผู้บริหารแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “JD CENTRAL” กล่าวว่า

ปัจจุบันแม้กำลังซื้อโดยรวมจะไม่ดีนัก ทำให้มีการซื้อของถี่ขึ้น แต่มูลค่าต่อครั้งลดลง จากเดิมความถี่ไม่มากแต่มูลค่าสูง และด้วยพฤติกรรมการซื้อผู้บริโภคเปลี่ยนไป

เชื่อว่ามูลค่าตลาดจะยังเพิ่มขึ้น และคาดว่าปีนี้จะโตกว่าปีก่อน 20% โดยครึ่งปีหลังเตรียมจัดแคมเปญใหญ่ทุกเดือนเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ พร้อมไปกับการขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัด

แฟชั่นทะลุแสน ล้านเหรียญ

ฝั่งแฟชั่นเทครายใหญ่ นายอริยะ พนมยงค์ คณะกรรมการ Pomelo Fashion กล่าวว่า ธุรกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากโควิด แต่กลุ่มแฟชั่นออนไลน์กลับโตขึ้น โดยข้อมูลจาก Google

และ Temasek ระบุว่า ตลาดแฟชั่นออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โตกว่า 22% หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าในปี 2568 มูลค่าจะทะลุ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และสำหรับปีนี้คาดว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 35% เช่นกันกับในปี 2563 ที่โตกว่า 35% หรือมีมูลค่ารวมกว่า 2.2 แสนล้านบาท

ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้กลุ่มแฟชั่นออนไลน์ยังโตได้ คือ คนอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้ซื้อเสื้อผ้ามากขึ้น และคนเริ่มคุ้นชินกับการซื้อของออนไลน์ แม้ห้างและร้านเสื้อผ้ายังเปิด แต่ยอดขายบนช่องทางออนไลน์โตขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับสถานการณ์ในครึ่งปีหลัง เชื่อว่ากำลังซื้อก็จะค่อย ๆ ปรับขึ้นมาเป็นปกติ เพราะคนยังมีกำลังซื้อ แค่ไม่เชื่อมั่น จึงยังไม่ใช้เงิน หากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ กำลังซื้อที่เคยอั้นก็จะกลับมา ไม่ว่าการระดมฉีดวัคซีนของรัฐบาลจะทำได้ช้าหรือเร็ว และคาดว่ากลุ่มแฟชั่นบิวตี้จะโตขึ้น