เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

กนอ.ดันโรงงานเคมีเข้านิคม SEZ จัดโปรจูงใจย้ายไปพื้นที่ชายแดน

10 ก.ค. 2564 | 19:40น.

การนิคมฯเร่งเครื่องผลักดันโรงงานสารเคมีอันตราย-เคมีภัณฑ์ เข้านิคมอุตสาหกรรม แม้นิคมส่วนกลางพื้นที่เต็มแล้ว แต่ยังมีนิคมชายแดนเขต SEZ สระแก้ว-สงขลา-ตาก ยังเหลืออยู่ พร้อมจัดโปรโมชั่น-ลดค่าเช่า จูงใจให้โรงงานย้ายเข้ามา แนะนิคมเอกชนถือเป็นโอกาสดีที่จะขายพื้นที่เพิ่มรองรับอุตสาหกรรมเหล่านี้

กรณีเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม บริษัทหมิงตี้เคมีคอล ได้ก่อให้เกิดความกังวลถึงความปลอดภัยในชุมชนรอบ ๆ บริเวณที่โรงงานตั้งอยู่ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้มีการย้ายโรงงานเหล่านี้เข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เฉพาะทางที่มีระบบบริหารจัดการความปลอดภัยที่ “ดีกว่า” การปล่อยให้โรงงานตั้งอยู่ในชุมชน ทว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากโรงงานเหล่านี้ตั้งมาก่อนที่ชุมชนจะเกิดขึ้น จนกลายเป็นปรากฏการณ์ “ชุมชนล้อมโรงงาน” ประกอบกับยังไม่มีกฎหมายที่ใช้บังคับโรงงานให้ย้ายออกไปในกรณีนี้ด้วย

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เหตุการณ์เพลิงไหม้บริษัทหมิงตี้ฯเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ขณะที่มุมมองของภาคเอกชนรวมถึงชุมชนเห็นว่าโรงงานอุตสาหกรรมควรที่จะถูก “ผลักดัน” ให้เข้าไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด

เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการควบคุม กำกับ ดูแลอย่างมีระบบระเบียบและมีมาตรฐาน โดยให้ กนอ.จัดโปรโมชั่นส่วนลดหรือมาตรการจูงใจเพื่อให้โรงงานอยากเข้ามาตั้งในนิคม อาทิ การออกมาตรการจูงใจด้านภาษี, การให้ต่างด้าวถือครองพื้นที่ในนิคมได้

ข้อเสนอเหล่านี้ทางการนิคมฯจะเรียกประชุมผู้บริหารเพื่อหาแนวทางที่จะกำหนดเป็นนโยบายให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ กนอ.ได้มีแผนจะแก้ไขมาตรฐานนิคมอุตสาหกรรม ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้าไปปรับปรุง พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ทั้งหมดภายในนิคมทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการนิคมลดลง และจะนำมาซึ่งการปรับลด “ราคาค่าเช่า” และขายพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นในอนาคต

โดยจะพยายามเร่งให้เกิดนโยบายนี้ภายใน 1-2 ปี แต่ที่เร็วที่สุดที่สามารถทำได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็คือ การเตรียมพิจารณาปรับลดอัตราค่าเช่าและโปรโมชั่นอื่น ๆ มาเป็นแรงจูงใจให้โรงงานย้ายเข้ามาตั้งในนิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน

“ตอนนี้พื้นที่ส่วนกลางในนิคมอุตสาหกรรมของ กนอ.เองค่อนข้างเต็มแล้ว จะเหลือที่สมาร์ทปาร์ค จ.ระยอง ซึ่งที่นี่ก็จะรับแค่อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (new S-curve) ซึ่งไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมจำพวกสารเคมีอันตราย แต่ก็ยังมีนิคมชายแดนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ที่สระแก้ว สงขลา และตาก ที่จะรองรับโรงงานที่ต้องใช้สารเคมีอันตรายเหล่านี้ได้ รวมไปถึงนิคมของเอกชน แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารนิคมเองด้วย เพราะเป็นผู้พัฒนา-คิดค่าเช่า กนอ.จะไปบังคับให้นิคมเอกชนทำโปรโมชั่นเพื่อดึงโรงงานเหล่านี้เข้านิคมก็ไม่ได้ แต่เราจะลองนำนโยบายนี้ดึงโรงงานไทยที่คิดจะย้ายเข้านิคม เพราะตอนนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำโปรโมชั่นจูงใจ” นายวีริศกล่าว

ส่วนมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) 10 จังหวัดนั้น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดให้การส่งเสริมกว่า 300 กิจการ หากเป็นกิจการที่อยู่ใน 14 กลุ่มกิจการเป้าหมาย เช่น เกษตร, ประมง, สิ่งทอ, เครื่องนุ่งห่มและเครื่องหนัง, เครื่องเรือน, อัญมณีและเครื่องประดับ, เครื่องมือแพทย์, พลาสติก, กิจการท่องเที่ยว จะได้รับสิทธิประโยชน์ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปีและลดหย่อน 50% อีก 5 ปี ส่วนโปรโมชั่นเดิมของ กนอ. ที่นิคมอุตสาหกรรมสะเดา สงขลา และนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว จะเป็นการลดค่าเช่าที่ดิน 1 ปี ซึ่งทั้ง 2 ส่วนหมดเขตไปแล้ว “แต่เราจะมีการพิจารณาจัดโปรโมชั่นใหม่เร็ว ๆ นี้”

ให้สต๊อกสารเคมีแค่พอใช้

ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า บริษัทหมิงตี้เคมีคอล ได้ถูกสั่งปิดโรงงานไปแล้ว แต่ยังไม่ถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ (รง.4) ขณะเดียวกันหากบริษัทหมิงตี้ฯจะลงทุนต่อกระทรวงอุตสาหกรรม จะไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานในพื้นที่เดิมอีกต่อไป เนื่องจากโครงสร้างทั้งหมดได้รับความเสียหาย ไม่มีความปลอดภัย และอยู่ใกล้ชุมชน

“เราจะอนุญาตให้สร้างโรงงานใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น ส่วนสิทธิประโยชน์ที่จะได้หากตั้งในพื้นที่นิคมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนของ BOI” นายสุริยะกล่าว

สำหรับสารสไตรีนโมโนเมอร์ที่เหลืออยู่ประมาณ 1,000 ตัน และกากของเสียที่เกิดขึ้นจากโรงงานหมิงตี้ฯจะถูกนำออกไปกำจัดที่โรงกำจัดขยะอันตราย 3 แห่งคือ บริษัทอัคคีปราการ, โรงกำจัดของ SCG และโรงกำจัดของปูนซีเมนต์นครหลวง โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทดาว เคมิคอล ประเทศไทย และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่จะเป็นผู้ดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่า ในประเทศมีโรงงานในกลุ่มเคมีภัณฑ์ทั้งหมด 446 โรงกระจายอยู่ทั่วประเทศ ระยะสั้นทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะทำหนังสือแจ้งให้โรงงานปฏิบัติตาม “แผนบริหารความเสี่ยง” อย่างเคร่งครัด โดยให้ประสานกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเร่งด่วน

ส่วนระยะยาวจะใช้ safety application เข้ามาตรวจสอบโรงงานที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น มีการใช้สารเคมีอันตราย เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีหรือวิธีการปฏิบัติการดำเนินการต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้

นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า จะมีการทบทวนแนวทางการเก็บสารเคมีอันตรายไว้ในโรงงาน โดยต่อจากนี้จะกำหนดให้เก็บสารเคมีอันตรายไว้ได้ในระยะสั้น “เพียงเท่าที่จำเป็นสต๊อกไว้แค่พอใช้เท่านั้น” หรือให้สต๊อกไว้ภายนอกโรงงานในพื้นที่ปลอดภัย จากการตรวจสอบย้อนหลังการขอใบอนุญาตของบริษัทหมิงตี้เคมีคอลเมื่อปี 2532 ได้ขอกำลังการผลิตที่ 36,000 ตัน/ปี และขอขยายกำลังการผลิตครั้งล่าสุดในปี 2560 เป็น 40,000 ตัน/ปี

แต่ไม่มีการขยายพื้นที่โรงงานออกมา เพราะเป็นการลงทุนเครื่องจักรเทคโนโลยีเพื่อให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ดังนั้นตามคำขอ “บริษัทหมิงตี้ฯจึงได้รับอนุญาตขยายกำลังการผลิต” ถึงบริษัทจะไม่ต้องทำ EIA แต่ก็ต้องประเมินตนเองทุกปี และต้องทำการประเมินผลกระทบด้านความเสี่ยงเช่นกัน

“หมิงตี้ฯขอเพิ่มกำลังการผลิต แต่ไม่ใช่ว่าไม่เพิ่มความสามารถในการบรรจุสารเคมี เพราะบริษัทลงทุนเอาเทคโนโลยีเข้ามามันจะเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการผลิตให้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าเพิ่มสารเคมีแล้วถังเก็บยังขนาดเท่าเดิม จนทำให้โรงงานระเบิดไฟไหม้

นอกจากนี้เราจะให้ทางให้ดาว เคมิคอล ปตท. IRPC มาช่วยดูและหารือถึงปริมาณการใช้สารเคมีเหล่านี้ว่า ต้องสต๊อกไว้เท่าไรจึงจะเพียงพอ เหมาะสมและไม่เป็นอันตราย แนวทางนี้เราจะนำไปใช้กับกลุ่มโรงงานเสี่ยงทั้งหมด ส่วนการทำแนวกันชน (buffer zone) จะอยู่ภายใต้กฎหมายของผังเมืองเอง ที่จะกำหนดสีพื้นที่และกำหนดระยะของแนวกันชนว่าต้องห่างจากชุมชนกี่กิโลเมตร” นายประกอบกล่าว

นายบรรพต พงศ์ไพโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัทหมิงตี้เคมีคอล กล่าวว่า ทางบริษัทหมิงตี้ฯไต้หวันยืนยันที่จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับบ้านเรือนประชาชนโดยรอบ ขณะนี้ได้ตั้งโต๊ะเพื่อรับคำร้องจากประชาชน และได้แจ้งให้ทราบถึงเอกสารที่ต้องเตรียมไว้สำหรับยื่นคำร้อง

ส่วนแผนป้องกันไฟไหม้ตามกฎหมายที่ต้องทำนั้น บริษัทปฏิบัติแผนซักซ้อมไฟไหม้ตามกฎครบถ้วน 2 ครั้ง/ปี ส่วนแผนรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ถังเก็บสารเคมีรั่ว ไม่แน่ใจว่า ที่ผ่านมาได้มีการซักซ้อมส่วนนี้หรือไม่

ไม่ต้องกลัวเม็ดโฟมขาด

ส่วนกรณีที่ว่าเม็ดโฟมประเภท EPS (expandable polystyrene) ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานผลิตอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัทหมิงตี้เคมีคอล กำลังผลิต 36,000 ตัน/ปี กับบริษัท IRPC มีกำลังการผลิต 48,000 ตัน/ปี จะขาดแคลนหรือไม่ เนื่องจากบริษัทหมิงตี้ฯต้องหยุดการผลิตไปนั้น มีรายงานข่าวจาก IRPC เข้ามาว่า นอกจากการผลิตภายในประเทศแล้ว ยังมีการนำเข้าเม็ดโฟม EPS จากจีนมาใช้สำหรับขึ้นรูปและถูกนำไปใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรม

ทั้งโฟมรองกันกระแทกในกล่องเครื่องใช้ไฟฟ้า กล่องโฟมสำหรับบรรจุอาหารแช่เย็นแช่แข็ง และนำไปใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น โฟมสำหรับรองคอสะพานเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการรับน้ำหนัก ที่รองใต้หลังคาเหล็กเมทัลชีส รวมถึงใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ด้วย

“ไม่ต้องกังวลว่า จะมีปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอ ทาง IRPC ผลิตได้พอสำหรับซัพพอร์ตตลาดในช่วงนี้ นอกจากนี้แล้วอาจจะมีการนำเข้าวัตถุดิบมาจากฐานผลิตในประเทศอื่น ๆ เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าก็ได้ เพราะบริษัท (หมิงตี้ฯ) ไต้หวันมีฐานผลิตหลายประเทศ หรืออาจจะมีการนำเข้าวัตถุดิบ EPS มาใช้ได้เช่นกัน ส่วนในด้านราคา คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องเพลิงไหม้ เพราะปกติสินค้ากลุ่มนี้เป็นบายโปรดักต์ของน้ำมัน ราคาจะเป็นไปตามกลไกตลาด สะท้อนกับต้นทุนวัตถุดิบ”

รายงานข่าวกรมศุลกากรระบุว่า ปี 2563 ประเทศไทยนำเข้า polystyrene (พิกัด 3903) 248,047 ตัน มูลค่า 13,308 ล้านบาท และล่าสุดช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) 2564 ไทยนำเข้า polystyrene (พิกัด 3903) ปริมาณ 137,845 ตัน มูลค่า 8,831 ล้านบาท แหล่งนำเข้าหลักมาจากเกาหลีใต้ 49,305 ตัน ไต้หวัน 21,412 ตัน ญี่ปุ่น 15,634 ตัน มาเลเซีย 23,548 ตัน และจีน 12,024 ตัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนอ. นิคมอุตสาหกรรม