“สศค.-ทีทีบี” จี้เร่งฉีดวัคซีนโรงงาน ป้องกันเครื่องยนต์สุดท้ายเศรษฐกิจไทย
“สศค.-ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี” แนะเร่งกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมโรงงานฐานการผลิตภาคส่งออก หวั่นกระทบเครื่องยนต์สุดท้ายความหวังฟื้นเศรษฐกิจไทย
นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี (ttb analytics) เปิดเผยว่า ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ยังคงพุ่งสูง ส่วนหนึ่งมาจากคลัสเตอร์โรงงาน โดยพบการติดเชื้อปัจจุบันไม่เฉพาะแต่ในจังหวัดสีแดงเข้มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ด้วย
จากข้อมูลล่าสุด Thai Stop COVID โดยกรมอนามัย ตั้งแต่เดือน เม.ย.จนถึงเดือน ก.ค. 2564 มีโรงงานติดเชื้อสะสมมากถึง 1,607 โรงงาน เป็นโรงงานขนาดใหญ่ 67% ซึ่งมีแรงงานจำนวนมาก โดยเป็นทั้งโรงงานผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศและป้อนตลาดต่างประเทศ คลัสเตอร์โรงงานจึงเป็นคลัสเตอร์ใหญ่นอกเหนือไปจากแคมป์ก่อสร้าง
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นโรงงานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยางพารา และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ซึ่งมีโรงงานรวมกันมากถึง 11,637 แห่ง มีแรงงาน 1.96 ล้านคน และมูลค่าตลาดต่อปีเท่ากับ 8.87 ล้านล้านบาท มีสัดส่วนส่งออกกว่า 57%
และจากการที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานค่อนข้างมากเมื่อมีผู้ติดเชื้อจึงมีโอกาสที่จะเกิดการแพร่กระจายสูง นำมาซึ่งการใช้มาตรการปิดโรงงานหยุดกระบวนการผลิตชั่วคราว
โดย ttb analytics ประเมินว่า การปิดคลัสเตอร์โรงงาน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมข้างต้น เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมการระบาดจะก่อให้เกิดการสูญเสียมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 4% ของมูลค่าตลาด
ดังนั้น หากไม่สามารถควบคุมการระบาดคลัสเตอร์โรงงานได้ ภาครัฐต้องมีการล็อกดาวน์โรงงานเพิ่มขึ้น หรือขยายระยะเวลาปิดโรงงานออกไป คาดว่าจะทำให้ปัญหา supply disruption ชัดเจนมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการฟื้นเศรษฐกิจครั้งนี้
“เพื่อลดการระบาดและลุกลามของคลัสเตอร์โรงงาน กระบวนการเร่งตรวจหาและคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากโรงงาน การทำ bubble and sealed เพื่อควบคุมดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในโรงงานไม่ให้แพร่กระจายออกไป และสุดท้ายการเร่งฉีดวัคซีนให้กับแรงงานภาคการผลิตที่มีจำนวนมาก ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือดำเนินการ”
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออก โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในปี 2564 จะขยายตัวได้ 16.6% ต่อปี
อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้โควิดกระทบส่งออก เป็นประเด็นสำคัญที่สาธารณสุขจะต้องเร่งกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมเนื่องจากขณะนี้การส่งออกเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นการส่งออกอาจจะมีการชะลอตัวลงหรือชะงักงัน