เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
Finance ‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
Business ‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
Economic เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
Economic เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
Economic เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
Economic ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
“วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
Economic “วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
Columns ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าแบงก์ชาติหนุนรัฐกู้เงินเพิ่ม 1 ล้านล้าน โควิดทำเสียหาย 2.6 ล้านล้าน

16 ส.ค. 2564 | 16:02น.
ธปท

ผู้ว่าธปท.หนุนภาครัฐเพิ่มแรงกระตุ้นทางการคลัง แนะกู้เพิ่มอย่างน้อย 1 ล้านล้านบาท พยุงรายได้ประชาชนหลังโควิดกระทบหายกว่า 2.6 ล้านล้านบาท เชื่อสัดส่วนหนี้สาธารณะวิ่งแตะ 70% ในปี 67 ไม่ใช่ปัญหาก่อนปรับลดลงตามเศรษฐกิจขยายตัว-การจัดเก็บรายได้

วันที่ 16 สิงหาคม 2564 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานผู้ว่าพบสื่อมวลชน (Meet the press) ว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดส่งผลให้รายได้ภาคครัวเรือนถูกกระทบเป็นหลุมกว้างและหายไปอย่างมาก โดยจากข้อมูลในช่วง 2 ปี (2563-2564) หายไปกว่า 1.8 ล้านล้านบาท และคาดว่าในปี 2565 จะหายไปอีกราว 8 แสนล้านบาท รวมเป็นเม็ดเงินรายได้ที่ถูกกระทบหายไป 2.6 ล้านล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินของภาครัฐที่มีอยู่ในปัจจุบันคงยังไม่เพียงพอกับหลุมรายได้ที่หายไป

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มแรงกระตุ้นทางการคลังเพื่อช่วยให้รายได้และฐานะการเงินของประชาชนและธุรกิจเอสเอ็มอีกลับมาฟื้นตัวเร็วที่สุด โดยภาครัฐมีทรัพยากรจำกัด จึงต้องใช้วิธีที่ให้ผลทวีคุณต่อเศรษฐกิจสูง อาทิ มาตรการคนละครึ่ง ค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้น เมื่อเทียบกับมาตรการเยียวยาที่ได้ผลน้อยกว่า จึงต้องใช้ยาแรงตามขนาดของหลุมโดยการเติมเม็ดเงินท็อปอัพจากเดิมที่มีอยู่อีกอย่างน้อย 1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 7% ของจีดีพี 

อย่างไรก็ดี การใส่เม็ดเงินเพิ่มเติม 1 ล้านล้านบาท จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีวิ่งจากปัจจุบันในระดับกว่า 50% ไปอยู่ที่ระดับพีกสูงสุดที่ประมาณ 70% ของจีดีพีในปี 2567 และหลังจากนั้นจะทยอยลดลงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลที่จะกลับมาฟื้นตัวเร็ว

“หากดูเสถียรภาพการคลังภาพรวมยังคงสมเหตุสมผลและความเสี่ยงจะน้อยกว่าไม่ทำอะไร ซึ่งมองว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะวิ่งขึ้นไป 70% เศรษฐกิจไทยไม่ได้ลำบากและยังรองรับได้ และสภาพคล่องในระบบตอนนี้ยังมีและเป็นการกู้ในประเทศ และหากดูดอกเบี้ยกู้ตอนนี้ระยะยาว 10 ปีดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่ถึง 1.6% ซึ่งเทียบกับประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียดอกเบี้ยตอนนี้อยู่ 4.6% จึงมองว่าเป็นยาที่จำเป็นและเหมาะสมกับสภาวะ กู้เพื่อใส่ตอนนี้ดีกว่าทำตอนหลังที่ทุกอย่างชะลอตัว แต่การกู้แล้วต้องมีแผนชัดเจน”