เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ไทยพบเดลต้า 4 สายพันธุ์ย่อย ยันไม่รุนแรง-ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่

24 ส.ค. 2564 | 17:09น.
โควิด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์-ศูนย์จีโนมรามาฯ พบเดลต้ากลายพันธุ์ อีก 4 สายพันธุ์ย่อย ยันไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ หรือสายพันธุ์ไทย ชี้ยังไม่พบความรุนแรง คาดถอดรหัสพันธุกรรมอีก 6,000 ตัวอย่างเพิ่มภายในสิ้นปี’64 พร้อมระบุยังไม่พบเดลต้าพลัสที่ระบาดในอินเดีย ที่ประเทศไทย

วันที่ 24 สิงหาคม 2564 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงกรณีการเฝ้าระวังสายพันธุ์และการกลายพันธุ์โควิด-19 และสายพันธุ์ย่อยของเดลต้าในไทย โดยระบุว่า กว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ถอดรหัสพันธุกรรมโควิดไปแล้วราว 2,295 ตัวอย่าง เป็นสายพันธุ์เดลต้าถึง 2,132 ตัวอย่าง สายพันธุ์อัลฟ่า 134 ราย สายพันธุ์เบต้า 29 ราย ซึ่งยังอยู่โซนภาคใต้ ในเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 ได้แก่ นราธิวาส 15 ราย กระบี่ 5 ราย ภูเก็ต 2 ราย ปัตตานี 4 ราย และสงขลา 3 ราย

จึงกล่าวได้ว่า ขณะนี้เชื้อโควิดที่ระบาดไปทั่วประเทศเป็นสายพันธุ์เดลต้าสูงถึง 92.9% พบแล้วในทุกจังหวัด ถือเป็นสายพันธุ์หลักของไทยอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสายพันธุ์เดลต้าที่พบคือ B.1.617.2 แต่เมื่อมีการระบาดเพิ่มขึ้นจึงมีสายพันธุ์ย่อยมากขึ้น ซึ่งได้มีการติดตามอาการผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ย่อยเดลต้า แต่เบื้องต้นยังไม่พบข้อแตกต่างในด้านอาการหรือความรุนแรง

“สำหรับสายพันธุ์ย่อยที่พบครั้งนี้ต้องเรียนก่อนว่า ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย ยังมีอีกหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ สเปน เดนมาร์ก มีรายงานเช่นกัน ดังนั้น อย่าไปสรุปว่าเป็นสายพันธุ์ของไทย แต่เราต้องจับตามองว่าสายพันธุ์นี้จะมีผลต่อการควบคุมโรคหรือไม่ ซึ่งมีการติดตามต่อเนื่อง”

ขณะที่ ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการที่หลากหลายประเทศมีการถอดรหัสพันธุ์กรรมของโควิด-19 ทั้งจีโนม (whole genome sequence) อย่างต่อเนื่องทุกอาทิตย์ หรือทุกเดือน และอัพโหลดขึ้นไว้บนระบบฐานข้อมูลจีโนมโควิดโลก เรียกว่า GISAID

โดยประเทศไทยก็มีการจัดทำข้อมูลดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมี 3 ล้านตัวอย่างทั่วโลกช่วยกันส่งข้อมูลเข้าไป และจะมีการจัดหมวดหมู่แต่ละสายพันธุ์ และประมวลผลในรูปแบบของแผนภูมิต้นไม้ (Phylogenetic tree) คือแผนภูมิที่แสดงถึงสายวิวัฒนาการจากลำต้น (สายพันธุ์ดั้งเดิม) ทั้งอัลฟ่า (B.1.17) เดลต้า (B.1.617.2) แกมม่า เบต้า (B.1.351) ซึ่งรูปแบบนี้จะทำให้เห็นถึงการกลายพันธุ์ได้ด้วย

จากการเก็บข้อมูลพบว่า สายพันธุ์เดลต้า มีการกลายพันธุ์หลุดออกมาถึง 60 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับอู่ฮั่นเดิมจากจีโนมทั้งหมด 3 หมื่น ซึ่งการมีกลายพันธุ์ออกไปจำนวนมาก บ่งชี้ว่ามีการแพร่ระหว่างคนสู่คนมาก 

อย่างไรก็ตาม กรณีสายพันธุ์เดลต้า จะมีตัวหลักที่เรียกว่า B.1.617.2 ซึ่งพบว่ามีการกระจายตัวแตกเป็นสายพันธุ์ย่อยถึง 27 สายพันธุ์ย่อย มีตั้งแต่ AY.1 ไปจนถึง AY.22 ข้อมูลนี้มาจากระบบ ไม่ใช่นักวิจัยทำกันเอง 

เมื่อดูฐานข้อมูลของประเทศไทยจะพบว่า อัลฟ่า 11% เบต้า 14% เดลต้า 71% และสายพันธุ์ย่อยเดลต้า ดังนี้ AY.4 หรือ B.1.617.2.4 พบ 3% ในปทุมธานี 4 คน , AY.6 หรือ B.1.617.2.6 พบ 1% มี 1 คน , AY.10 หรือ B.1.617.2.10 พบ 1% หรือ 1 คนในกทม. และ AY.12 พบ 1 คน เป็นต้น 

ทั้งนี้ ข้อมูลที่มีการเก็บทั้งหมดจะรายงานว่า พบที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ จำนวนเท่าไหร่ เพื่อติดตามการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากนี้ต้องติดตาม AY ต่าง ๆ มากขึ้น อย่างสายพันธุ์ย่อย AY.4 พบมากแถวปทุมธานี ส่วน AY.12 พบย่านพญาไท ที่เราพบบริเวณดังกล่าวเพราะมีการสุ่มบริเวณนั้น

ส่วนที่สงสัยว่าสายพันธุ์ย่อยมาจากไหนนั้น หากพิจารณาสายพันธุ์ย่อยที่พบไม่ได้บ่งชี้ว่ามาจากสถานกักกันโรค หรือมาจากสนามบิน แต่กลับบ่งชี้ว่าเป็นลูกหลานของสายพันธุ์หลักเดลต้าที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย

อย่างไรก็ดี สายพันธุ์ย่อยดังกล่าวยังไม่มีข้อมูลมารองรับว่าดื้อต่อวัคซีนหรือไม่ รวมไปถึงอาการต่าง ๆ

ด้าน นพ.สุรัคเมธ มหาศิริมงคล ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเสริมว่า จากการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อเดลต้า ทำให้ทราบว่ามีสายพันธุ์ย่อย AY.1 ไปจนถึง .25

โดยเชื้อกลายพันธุ์เดลต้าทุกตัวล้วนมีคุณสมบัติโดดเด่นด้านการแพร่เชื้อเร็ว และก่ออาการรุนแรงเช่นเดียวกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัสที่พบในประเทศอินเดีย หรือ K417N ยังไม่พบในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมากรมวิทย์ ได้ถอดรหัสจีโนมของเชื้อไวรัสโดยใช้เวลา 3-5 วัน ทำไปแล้วกว่า 1,955 ตัวอย่าง ทั้งนี้ เราจะติดตามและถอดรหัสพันธุกรรมอีก 6,000 ตัวอย่างก่อนสิ้นปี 2564 นี้

ส่วนอาการผู้ป่วยที่ติดเชื้อเดลต้าสายพันธุ์ย่อยในไทยยังมีจำนวนไม่มาก จึงยังไม่พบอาการที่แตกต่างจากสายพันธุ์หลัก แต่ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากส่วนใหญ่สายพันธุ์ย่อยมักเจอในพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างหนัก 

สำหรับข้อมูลสายพันธุ์ย่อยเดลต้าในต่างประเทศ ไม่ปรากฏข้อมูลการแพร่ระบาดที่เร็วขึ้น หรืออัตราการตายที่สูงขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เดลต้า ไวรัสโควิด-19