เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
Finance ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
Economic เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
Economic EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
Columns เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
Economic บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
Tech นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
Finance บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
สถาปัตย์ จุฬาฯ ขนทัพกูรูชื่อดังถอดเคส “Wellness Real Estate” ปั้นอสังหาฯรับสังคมสูงวัย
Real Estate สถาปัตย์ จุฬาฯ ขนทัพกูรูชื่อดังถอดเคส “Wellness Real Estate” ปั้นอสังหาฯรับสังคมสูงวัย
ดูทั้งหมด

แก้พ.ร.บ.กองทุนส่งออกผ่านครม.ฉลุย

24 พ.ย. 2560 | 00:01น.

ครม. เคาะแก้ระเบียบกองทุนส่งออกฯ หลังใช้ 19 ปี หวังเพิ่มประสิทธิภาพ ด้าน สค.เผยเตรียมออกหลักเกณฑ์ใหม่คาดจะมีผลบังคับใช้ปี 2561 ยันไม่กระทบโครงการ ดันส่งออก-สภาพคล่องกองทุนแน่ ล่าสุดสถานะเงินกองทุนฯ สูงถึง 2,000 ล้านบาท ได้รับงบประมาณเสริมฯ จากรัฐบาล

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 อนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอร่างแก้ไขระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการบริหารกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2541 (ร่างระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการบริหารกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ….) เพื่อให้สอดคล้อง พ.ร.บ. การบริหารกองทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการจัดซื้อพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและใช้เงินกองทุนในการส่งเสริมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยเสริมเพิ่มเติมจากงบประมาณประจำปีปกติ

“สาระสำคัญการแก้ไขร่างระเบียบคือให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการบริหารกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2541 ที่ใช้มานาน 19 ปี ซึ่งขณะนั้นยังใช้ชื่อกรมส่งเสริมการส่งออก แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแล้ว อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางกรมบัญชีกลางได้ออก พ.ร.บ.บริหารจัดการกองทุนหมุนเวียนใหม่ ซึ่งกองทุนส่งเสริมการส่งออกจัดอยู่ในประเภทกองทุนหมุนเวียนด้วย จึงต้องมีการปรับระเบียบ และออกหลักเกณฑ์การปฏิบัติใหม่ให้สอดคล้องกับกฎหมาย เช่น การให้อำนาจคณะกรรมการกองทุนเพิ่มขึ้น การกำหนดรายละเอียดในส่วนของแผนงานประจำปี และตัวชี้วัดให้เกิดความชัดเจน”

หลังจากผ่าน ครม.แล้ว มีการตั้งข้อสังเกตจากบางหน่วยงาน จึงต้องปรับปรุงคำในระเบียบอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ลดการซ้ำซ้อน ซึ่ง ครม.จะส่งต่อให้กับคณะทำงานด้านกฎหมายภายใต้สำนักงานเลขานุการ ครม.ดำเนินการแก้ไข คาดว่าจะเสร็จและมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2561

“ในช่วงระหว่างปรับปรุงระเบียบยังสามารถใช้เงินกองทุนได้ปกติ และทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะต้องแก้ไขหลักเกณฑ์ภายใต้ระเบียบ 1 ฉบับ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ฯ ซึ่งมีผลบังคับเดือนสิงหาคม 2560 จากเดิมหลักเกณฑ์จัดจ้างฯ ภายใต้กองทุนเป็นวิธีการเฉพาะสำหรับกองทุนเพื่อความคล่องตัว ทั้งนี้ การแก้ไขไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุน และการประโยชน์จากเงินกองทุนไม่มีการเปลี่ยนแปลง”

ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานะเงินกองทุน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย มียอดคงเหลือประมาณ 2,000 ล้านบาท ในแต่ละปีอนุมัติโครงการเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งมาจากการเสนอของ 10 องค์กรทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน 4 องค์กร คือ สมาคมธนาคารไทย สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งโดยปกติจะมีการเสนอโครงการเพื่อขอใช้เงินเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท ส่วนการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามที่ใช้จ่ายจริง ซึ่งอาจจะไม่ถึงวงเงินที่ขอใช้

สำหรับการขอใช้เงิน แต่ละองค์กรจะเสนอโครงการมาก่อนเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ 60 วัน ต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพิจารณาอนุมัติ และเสนอต่อกรมบัญชีกลาง และรายงานต่อที่ประชุม ครม. และเมื่อใช้เงินดำเนินการเสร็จสิ้นต้องรายงานสรุปการดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการบริหารจัดการกองทุน ภายในวันที่ 10 ของเดือนต่อไป เพื่อรายงานต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะฝ่ายเลขาฯ และต้องเสนอรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทุกไตรมาสด้วย

ส่วนแหล่งที่มาของเงินกองทุนมาจาก 3 ส่วน คือ จากการเก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกสินค้าบางรายการตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 รายได้จากดอกผลของเงินกองทุนซึ่งมาจากดอกเบี้ย และรายได้จากการขอรับจัดสรรงบประมาณ ในส่วนนี้จะได้รับเฉพาะในบางปี ที่เสนอขอ

“แม้ที่ผ่านมารายได้ที่เข้าสู่กองทุนลดลง เพราะสินค้าหลายรายการถูกยกเลิกไม่เก็บค่าธรรมเนียมแล้ว และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับลดลงไปมาก แต่กองทุนยังมีเงินที่ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณในบางปี จึงมีสภาพคล่อง สามารถให้ความช่วยเหลือภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมการส่งออก หรือนำไปใช้แก้ปัญหาประเด็นการค้าที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเงินที่เสริมจากงบประมาณที่กรมได้รับจัดสรรปกติ”

ส่วนกรณีที่กรมบัญชีกลางดึงเงินกองทุนกลับไปใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านที่จำเป็นเมื่อ 2 ปีก่อน เป็นการพิจารณาของรัฐบาลว่ากองทุนไหนมีสภาพคล่องส่วนเกินมาก นำไปใช้ในโครงการที่เป็นประโยชน์ ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบต่อสภาพคล่องและไม่เกี่ยวกับการปรับแก้ระเบียบครั้งนี้