เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

เรื่องเดียวเท่านั้น ในแต่ละคราว

10 ต.ค. 2564 | 07:44น.
คอลัมน์ นอกรอบ
รณดล นุ่มนนท์

 

“แนวทางที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการ คือการยึดมั่นอยู่กับเรื่องเดียว” เป็นคำพูดที่หลาย ๆ คนรวมทั้งผม ฟังแล้วอาจจะฝืนความรู้สึก แต่สำหรับ แกรี่ เคลเลอร์ (Gary Keller) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เชื้อสายออสเตรีย ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Keller Williams Realty บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก กลับเชื่ออย่างสนิทใจ เพราะเป็นทฤษฎีที่ได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน

เคลเลอร์เคยตั้งเป้าชีวิตเหมือนกับอีกหลายคนว่า การตื่นนอนด้วยความกระปรี้กระเปร่า ทุ่มเทกับงานทุกอย่างที่ขวางหน้า ให้ความสำคัญเท่ากันหมดทุกเรื่อง ทำหลาย ๆ เรื่องพร้อม ๆ กัน จะนำไปสู่ความสำเร็จ

และเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายนั้น เคลเลอร์ก็พร้อมทำทุกอย่าง ตั้งแต่ลอกเลียนแบบของผู้ประสบความสำเร็จ ทั้งการพูด ท่าเดิน หรือแม้แต่บุคลิกในเรื่องการแต่งกาย ตื่นนอนแต่ไก่โห่ เปิดเพลงกระตุ้นพลังก่อนไปทำงาน นัดประชุมตั้งแต่เช้า 7 โมงครึ่ง ผ่านไป 1 นาทีจะปิดประตูไม่ให้คนมาสายเข้าห้อง เพราะเชื่อว่าการสร้างระเบียบวินัยจะทำให้ตนเองและผู้อื่นประสบความสำเร็จได้

อย่างไรก็ดี เคลเลอร์ปฏิบัติตนด้วยวิธีดังกล่าวได้ไม่นานก็พบว่า การทุ่มเทเต็มร้อยไม่ได้ช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจ สถานการณ์พลิกผัน บริษัทประสบปัญหา ตัวเองขาดความสมดุลในชีวิต เหนื่อยล้า หมดไฟ รู้สึกหดหู่ จนส่งผลต่อสุขภาพ และนี่ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต

เคลเลอร์ตัดสินใจแบบหน้ามือเป็นหลังมือ หันไปทำในสิ่งตรงกันข้าม เริ่มด้วยการทำตัวสบาย ๆ ใช้ชีวิตช้าลง และได้ค้นพบหลักการ “เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น” โดยให้เวลาและพลังที่มีจำกัดทำทีละเรื่อง

เคลเลอร์กล่าวว่า “เวลาที่มีความสำเร็จยิ่งใหญ่ ผมจะใจจดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแค่เรื่องเดียว แต่เวลาที่พบกับความล้มเหลว และทำอะไรสำเร็จผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมมักจะวุ่นวายอยู่กับหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน”

เคลเลอร์ถ่ายทอดความคิดข้างต้นไว้ในหนังสือชื่อ “The ONE Thing” (ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว) ที่เขียนร่วมกับ เจย์ ปาปาซาน (Jay Papasan) ผู้ร่วมงาน กลายเป็นหนังสือขายดีระดับโลก พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2013 และมีการแปลไปกว่า 26 ภาษาทั่วโลก หนังสือเล่มนี้อธิบายถึงทฤษฎีและหลักการของศาสตร์ต่าง ๆ ที่จะต้องทำไปพร้อม ๆ กัน 4 หลักการ เพื่อเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ

ทฤษฎีแรกคือทฤษฎีโดมิโน เป็นทฤษฎีทางด้านนโยบายด้านการต่างประเทศ อุปมาขึ้นจากลักษณะไพ่ต่อแต้ม ถ้าไพ่ล้ม 1 ใบ ไพ่ใบอื่น ๆ จะล้มกันเป็นแถบ เป็นการแสดงถึงพลังของการเริ่มต้น โดยเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แล้วค่อยให้ใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้น เหมือนกับปรากฏการณ์โดมิโนที่พิสูจน์ว่า เมื่อโดมิโนตัวแรกไม่เพียงล้มโดมิโนตัวอื่น ๆ ได้ ยังสามารถล้มโดมิโนที่ใหญ่กว่าตัวมันเองได้อีกด้วย

โดยในปี 2001 นักฟิสิกส์จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในเมืองซานฟรานซิสโก ได้ทำการทดสอบสร้างโดมิโน 8 ตัวมาเรียงกัน ตัวแรกมีขนาดเพียง 2 นิ้ว ตัวที่สองใหญ่กว่าตัวแรก 1 เท่าตัว ตัวต่อ ๆ ไปก็ใหญ่ขึ้นเป็นอีกเท่าตัว จนตัวสุดท้ายสูงเกือบ 1 เมตร และเมื่อนำโดมิโนทั้งหมดมาเรียงกัน และผลักตัวแรกให้ล้ม เสียงที่ล้มแบบเบา ๆ จะกลายเป็นเสียงดังโครม ๆ จนถึงตัวสุดท้าย นำมาสู่ผลสรุปของบีเจ ธอร์นตัน (BJ Thornton) ที่กล่าวไว้ว่า “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ล้วนเริ่มต้นแบบเดียวกับการล้มของโดมิโนตัวแรก”

เปรียบเหมือนเราจะทำอะไรต้องตั้งเป้าหมาย คิดการใหญ่เข้าไว้ จัดลำดับความสำคัญของงาน เรียงโดมิโนชีวิตด้วยการตั้งต้นเป้าหมายเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ สร้างให้ใหญ่ทีละขั้นตอน สร้างไปเรื่อย ๆ ลงมือทำด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่ เราก็จะประสบความสำเร็จ

ทฤษฎีต่อมาเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อ “พาเรโต 80/20” ของนักเศรษฐศาสตร์อิตาลีที่ศึกษาการกระจายรายได้ของประชากรในอิตาลี โดยสรุปว่า ประชากรอิตาลีเพียงร้อยละ 20 เป็นเจ้าของทรัพย์สินร้อยละ 80 ของประเทศ เท่ากับว่า “สิ่งสำคัญมีน้อยกว่าสิ่งไม่สำคัญ”

“เคลเลอร์เชื่อว่า ในโลกของความสำเร็จ ทุกเรื่องไม่ได้มีความสำคัญเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้น เราต้องรู้จักเลือกที่จะทำในสิ่งที่ควรทำ จนได้คำตอบว่า อะไรคือเรื่องเดียวที่จะต้องทำ ในวันนี้ขอยกตัวอย่างให้เห็นกันชัด ๆ เช่น ถ้าหากผมอยากจะเป็นนักประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ก็ต้องตั้งเป้าหมายไว้ก่อนว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ผมจะเขียนหนังสือออกมาให้ได้ 3 เล่ม แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ผมต้องเขียน weekly mail ทุกสัปดาห์ให้ได้ก่อน และเมื่อจะลงมือเขียน แต่ละสัปดาห์ก็ต้องอ่านหนังสือทุก ๆ วันเสียก่อน สรุปได้ว่า เราต้องรู้จักเลือกจัดลำดับงานที่จะทำ มองข้ามบางสิ่งที่น่าจะทำได้ จดจ่อกับสิ่งที่ควรทำจริง ๆ”

ทฤษฎีที่สามเป็นทฤษฎีด้านจิตวิทยาที่รู้จักกันในชื่อ “การทดลองมาร์ชแมลโลว์สแตนฟอร์ด” (The Marshmallow Test) เป็นการทดลองกับเด็กอายุระหว่างสี่ถึงหกปี ในโรงเรียนอนุบาลบิงเนิร์สเซอรี่แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จำนวน 600 คน ด้วยการนำขนมใส่ถาดมาให้เด็ก ๆ โดยบอกกับเด็ก ๆ ว่า “หยิบไปได้คนละชิ้น เแต่ถ้าใครรอ 15 นาที จะได้รับขนมเพิ่มเป็น 2 ชิ้น”

ผลปรากฏว่า มีเด็กเพียงแค่ 180 คนเท่านั้นอดทนคอยได้ และจากการติดตามพัฒนาการของเด็กเหล่านี้ในอีก 10 ปีต่อมา เด็กที่อดเปรี้ยวไว้กินหวานจะประสบความสำเร็จทั้งในด้านการศึกษาและมีความฉลาดในอารมณ์ที่สูงกว่า

สรุปได้ว่า ความอดทน การรู้จักจังหวะเวลา และการโฟกัสสมาธิ ถือเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ

ทฤษฎีสุดท้ายคือ การประสบความสำเร็จที่มีความสุข รู้จักจัดเวลาให้กับตัวเอง ครอบครัว เรื่องส่วนตัว หน้าที่การงาน และเพื่อนร่วมงาน รู้จักถ่วงดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน

เจมส์ แพตเตอร์สัน (James Patterson) นักประพันธ์และนักสังคมสงเคราะห์ชาวอเมริกัน ได้ให้คำตอบไว้ในนวนิยายเรื่อง Suzanne’s Diary for Nicholas ว่า “ชีวิตเปรียบได้กับการโยนลูกบอลห้าลูกขึ้นบนอากาศพร้อม ๆ กัน

ลูกบอลแต่ละลูกเป็นตัวแทนของหน้าที่การงาน ครอบครัว สุขภาพ เพื่อนฝูง และความซื่อสัตย์

เราต้องพยายามให้ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศ แต่ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่า ลูกบอลที่เป็นตัวแทนของหน้าที่การงานร่วงลงมา แต่ยังจะกระเด็นกลับขึ้นได้ เพราะบอลลูกนั้นทำมาจากยาง ขณะที่ถ้าเราเผลอทำลูกบอลลูกใดลูกหนึ่งอีก 4 ลูกตกพื้น มีรอยร้าวหรือแตกเป็นเสี่ยง ๆ เพราะแต่ละลูกล้วนทำมาจากแก้วที่เปราะบาง”

เพราะฉะนั้น ห้ามละเลยที่จะจัดการกับเรื่องของตัวเอง ครอบครัว และส่วนตัวเป็นเด็ดขาด แต่ถ้าเป็นเรื่องงานก็ต้องเลือกรู้จักปฏิเสธ โยนบางเรื่องทิ้งไปบ้าง

ผมไม่แน่ใจว่า “ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว” จะเป็นหลักการที่พวกเราเห็นคล้อยตามหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือ “การรู้จักจัดลำดับความสำคัญของการบริหารจัดการ และเมื่อตัดสินใจที่จะทำอะไร จงทำอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจให้สำเร็จ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ ต่อไป และความสำเร็จเกิดขึ้นง่ายมากเพียงแค่ทำสิ่งที่ถูกต้อง ถูกวิธี และถูกเวลา”

แหล่งที่มา : 1/Gary Keller, Jay Papasan The ONE Thing (ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว) Reliek Publishing Partners, 2012 แปลโดย นาถกมล บุญรอดพานิช สำนักพิมพ์วีเลิร์น ISBN 978-616-287-042-2 หน้า 108-110 2/นาถกมล บุญรอดพานิช หน้า 13 3/นาถกมล บุญรอดพานิช หน้า 16-21 4/นาถกมล บุญรอดพานิช หน้า 41-45 5/Th.wikipedia.org. 2021. การทดลองมาร์ชแมลโลว์สแตนฟอร์ด-วิกิพีเดีย. [online] Available at:<https://th.wikipedia.org/wiki/[Accessed 2 October 2021]. 6/นาถกมล บุญรอดพานิช หน้า 70-71 7/นาถกมล บุญรอดพานิช หน้า 80-92 และขอขอบคุณน้องฉัตรลดา โชตนาการ ที่แนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ นอกรอบ