เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

ถอดบทเรียนผู้บริหาร ‘ไมโครซอฟท์’ เมื่อ ‘กฎหมายที่ดี’ คือสูตรลับในยุค AI

06 เม.ย. 2569 | 15:43น.
ไมโครซอฟท์
คอลัมน์: นอกรอบ
ผู้เขียน: ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์ผลกระทบกฎหมาย สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา

ในยุคปัญญาประดิษฐ์ความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยีล้ำหน้าเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่คุณภาพของระบบกฎหมายที่ทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้จริงขยายผลได้จริง และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง

ในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเร่งหาจุดแข็งและโอกาสในเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ใครจะพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วที่สุด” แต่คือ“ใครจะสร้างระบบนิเวศที่ทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ได้จริงมากที่สุด”

บทสนทนากับ “แบรด สมิท” (Brad Smith) ในงานแนวปฏิบัติด้านกฎหมายที่ดีในยุค AI (Good Regulatory Practices in the Age of AI) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและไมโครซอฟท์ร่วมกันจัดขึ้น เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ได้สะท้อนประเด็นนี้อย่างชัดเจน

ไมโครซอฟท์
แบรด สมิท

แบรด ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและประธานบริษัทของไมโครซอฟท์ หรือเรียกภาษาบ้าน ๆ ว่าเป็น “เบอร์สอง” รองจาก “สัตยา นาเดลลา” ที่เป็น CEO เท่านั้น โดยท่านมีบทบาทดูแลรับผิดชอบงานบริหารงาน กฎหมาย และรัฐกิจของบริษัททั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมคือ เบอร์สองของบริษัทเทคระดับโลกขนาดนี้เป็นนักกฎหมายนะครับ ไม่ใช่นักเทคโนโลยี

นอกจากนั้น การที่ผู้บริหารระดับสูง ของบริษัทระดับโลกเลือกที่จะลงทุนเวลาหลายวันในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศได้เป็นอย่างดี ความท้าทายของไทยคือ เราจะเปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนได้อย่างไร Good Regulatory Practices หรือ GRP คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในมุมมองของแบรดครับ

GRP ไม่ใช่เรื่องชายขอบของนโยบายของรัฐ หรือเป็นเรื่องที่ไกลตัวประชาชน หากแต่เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นการเติบโตของประเทศ โดยจะเป็นตัวช่วย “เชื่อมจุด” และ “อุดช่องว่าง” ในอย่างน้อย 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ช่องว่างระหว่างนวัตกรรมกับการนำไปใช้จริง (Innovation and Adoption), ช่องว่างระหว่างโครงการนำร่องกับระบบระดับประเทศ (Pilot and Nation-wide System), ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีกับกำลังคน (Technology and People) และช่องว่างระหว่างความไว้วางใจกับการขยายผลในวงกว้าง (Trust and Scale)

หากไทยสามารถลดช่องว่างเหล่านี้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพ เราย่อมมีโอกาสแปลงศักยภาพของ AI ให้เป็นผลิตภาพ การยกระดับภาครัฐ และการเติบโตทางเศรษฐกิจได้

ประเด็นแรก คือ ไทยเราต้องเลิกพัฒนา AI เพียงแค่ต้องการจะแข่งขันกับชาติอื่นทางเทคโนโลยี สิ่งที่เราควรทำคือ การพัฒนาคุณภาพของกฎหมายและสถาบันหลักของสังคม จากประสบการณ์ของไมโครซอฟท์ ปัญหาหรือความท้าทายไม่ใช่การสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่เป็นการนำเทคโนโลยีไปใช้ในระดับที่สร้างผลลัพธ์ต่อประชาชนและประเทศในวงกว้าง

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เราต้องช่วยกันสร้าง “สะพาน” ที่จะพาเทคโนโลยีข้ามจากห้องทดลองไปสู่การใช้งานจริงในระบบเศรษฐกิจและภาครัฐ

ตรงนี้เองที่ GRP เข้ามามีบทบาทสำคัญเพราะกฎหมายที่ดีไม่ใช่การมีกฎเยอะหรือเข้มที่สุด แต่คือกฎหมายที่สร้างความชัดเจน โปร่งใส ยืดหยุ่น เท่าทันต่อบริบท และยกร่างแบบบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์

กฎหมายในลักษณะนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนให้กับผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคธุรกิจที่นำเทคโนโลยีไปต่อยอด และผู้บริโภค อีกทั้งยังช่วยให้การทดลองนวัตกรรมสามารถเดินหน้าได้อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ปล่อยให้ความเสี่ยงสะสมจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับของสังคมในระยะยาว

อีกประเด็นที่อยากชวนทุกท่านคิด คือ ทำไมหน่วยงานรัฐจำนวนมากทั่วโลกจึงยังติดอยู่ที่การทดลองนำเทคโนโลยีมาใช้กันในระดับ “Pilot” หรือโครงการนำร่อง เช่น การทำ Chatbot ทั้งที่ต่างก็ประกาศวิสัยทัศน์ AI อย่างกว้างขวาง

คำตอบส่วนหนึ่งคือ การนำ AI ไปใช้จริงในภาครัฐไม่ได้จบลงที่การมีเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยครับ แต่ต้องอาศัยความพร้อมเชิงสถาบัน โดยเฉพาะความพร้อมด้านข้อมูล การสร้างกระบวนงานที่เชื่อมโยงกันได้ โครงสร้างความรับผิดรับชอบที่ชัดเจน ไปจนถึงกรอบกฎหมายและธรรมาภิบาลที่รองรับการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว หากองค์ประกอบเหล่านี้ยังไม่พร้อม โครงการ AI ก็มีแนวโน้มจะหยุดอยู่แค่การสาธิตศักยภาพ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงระบบงานอย่างแท้จริง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม กฤษฎีกาจึงเลือกที่จะพัฒนาโครงสร้างข้อมูลกฎหมาย ก่อนการนำเทคโนโลยีตามกระแสนิยมมาใช้  เพราะความพร้อมด้านข้อมูล เราจึงสามารถพัฒนาระบบวิเคราะห์ความสอดคล้องทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย (โครงการ TH2OECD Portal) ซึ่งนำ AI หลายโมเดลมาใช้ใน Workflow ของเจ้าหน้าที่รัฐ จนสามารถช่วยจัดทำร่างเอกสารสำคัญเพื่อสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวได้ในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน สะท้อนให้เห็นว่า หากออกแบบการใช้เทคโนโลยีให้สอดรับกับภารกิจของหน่วยงานและมีกระบวนการกำกับดูแลที่เหมาะสม AI ก็สามารถยกระดับประสิทธิภาพรัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นต่อมา คือ เรื่องของคนเทคโนโลยีจะไม่มีวันขยายผลได้จริง หากขาดมิติเรื่องคน คำถามที่เรามักจะถามกันในเกือบทุกวงสนทนา คือ “AI จะมาแทนงานมนุษย์หรือไม่” แต่โจทย์ที่ภาครัฐควรตั้งให้ชัดกว่าคือ “จะออกแบบการกำกับดูแลอย่างไรให้ AI ทำหน้าที่เสริมศักยภาพคน มากกว่าทดแทนคน”

หาก GRP ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดมาตรฐานความโปร่งใส การใช้ข้อมูล กำกับความเสี่ยง และการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ AI ก็จะไม่ใช่ภัยคุกคามต่อข้าราชการหรือแรงงานวิชาชีพแต่จะเป็นกลไกเพิ่มผลิตภาพ ลดภาระงานซ้ำซ้อน และเปิดพื้นที่ให้บุคลากรใช้เวลาไปกับงานที่ต้องอาศัยวิจารณญาณมากขึ้น

ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องความไว้วางใจหรือ Trust ความไว้วางใจไม่เกิดจากการขอให้สังคมเชื่อมั่นอย่างลอย ๆ หากเกิดจากการพัฒนาระบบกฎหมายและสถาบันทางสังคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจนทำให้ประชาชนและผู้ใช้งานมั่นใจว่าเทคโนโลยีจะถูกใช้ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และแก้ไขความผิดพลาดได้

ในแง่นี้ ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะไม่ใช่ประเทศที่หลีกเลี่ยงความ ผิดพลาดทั้งหมด แต่คือประเทศที่มีระบบให้ “ลองเร็ว เรียนรู้เร็ว และปรับได้เร็ว” โดยยังคงรักษาหลักความรับผิดชอบต่อสาธารณะไว้ได้

บทเรียนสำคัญที่ผมได้จากการสนทนากับ “แบรด สมิท” จึงไม่ใช่เรื่องของ AI แต่เป็นเรื่องการสร้าง รัฐสมัยใหม่ (New State Design) ที่ต้องสามารถออกแบบกฎ กติกา และสถาบันให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโดยไม่สูญเสียเป้าหมายสาธารณะ ในโลกที่นวัตกรรมเกิดเร็วขึ้นทุกวัน ประเทศที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่ประเทศที่มีเทคโนโลยีใหม่ก่อนใครเสมอไป แต่เป็นประเทศที่สามารถแปลงเทคโนโลยีนั้นให้เป็นระบบงานสาธารณะ การเพิ่มผลิตภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ก่อนใคร

ท้ายที่สุด หากไทยต้องการให้ AI เป็นมากกว่าคำขวัญของยุคสมัย เราจำเป็นต้องมองเรื่องนี้ผ่านเลนส์ของ Good Regulatory Practices อย่างจริงจัง เพราะในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กฎหมายที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ฉุดรั้งอนาคต แต่คือสิ่งที่ทำให้อนาคตเกิดขึ้นได้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ นอกรอบ ไมโครซอฟท์