เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
Tech ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
Finance ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
Politics นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ดูทั้งหมด

จับตาผลประชุมเฟด หนุนตลาดเปิดรับความเสี่ยง-เก็งค่าเงินบาทแข็ง

12 ธ.ค. 2564 | 15:07น.
เงินบาท

แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหว 33.20-33.80 บาท/ดอลลาร์ เผยเกาะติดผลการประชุมเฟด 14-15 ธ.ค.นี้ ชี้หากส่งสัญญาณเร่งนโยบายลดคิวอี-ขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด-โอไมครอนคลายกังวล หนุนตลาดเปิดรับความเสี่ยง ดันฟันด์โฟลว์ไหลเข้าเก็งค่าเงินบาทแข็ง

วันที่ 12 ธันวาคม 2564 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 13-17 ธันวาคม 2564) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.20-33.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยในสัปดาห์หน้าความผันผวนในตลาดการเงินอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากจะมีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญ อาทิ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)

โดยผลการประชุมดังกล่าวจะมีผลต่อตลาดการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลการประชุมเฟด ซึ่งตลาดจะรอลุ้นว่าเฟดจะส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้าอย่างไร รวมถึงจะมีการประกาศลดการเข้าซื้อพันธบัตรผ่านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในอัตราเร่งขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากเฟดมีการปรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย หรือรายงาน Dot Plot ใหม่ว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หรือเฟดยังไม่ได้มีมติปรับลดคิวอีในอัตราเร่งขึ้น ก็อาจทำให้ตลาดยังเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงต่อได้

โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Growth, Innovation ที่อาจปรับตัวขึ้นได้ดี หากเฟดไม่เร่งรีบใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็อาจปรับตัวสูงขึ้นได้เช่นกัน ขณะที่ภาพดังกล่าวอาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงได้

“เรามองว่าเฟดอาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราการลดคิวอี รวมถึงส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2565 สำหรับ Dot Plot ใหม่ ซึ่งเชื่อว่าคงไม่ได้ส่งผลเชิงลบต่อตลาดการเงินมากนัก เพราะประเด็นดังกล่าวได้ถูกรับรู้ไปในราคาสินทรัพย์มากพอสมควรแล้ว”

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า สัปดาห์หน้ายังมีโอกาสผันผวนสูงขึ้น แม้ว่าเงินบาทจะได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ต่างชาติที่ทยอยไหลเข้าบอนด์ระยะสั้น เพื่อเก็งกำไรเงินบาทแข็งค่า แต่ก็อาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากท่าทีเฟดใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อราคาสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงราคาทองคำได้ โดยราคาทองคำอาจย่อตัวลง หากเฟดเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

โดยกระแสฟันด์โฟลว์สัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 6-10 ธ.ค. 2564) พบว่าตลาดหุ้นขายสุทธิ 1.9 พันล้านบาท
พันธบัตร (บอนด์) ซื้อสุทธิ 1.23 หมื่นล้านบาท โดยเป็นบอนด์สั้นสูงถึง 1.3 หมื่นล้านบาท

“จะเห็นได้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากปัญหาการระบาดของโอไมครอน ไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คาดการณ์ไว้ และการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นก็ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันอยู่ โดยราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกต่างปรับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน สกุลเงินโดยรวมก็ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ส่วนเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดลดสถานะการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลง ซึ่งความกังวลการระบาดของโอไมครอนที่ลดลงนั้น ได้ช่วยหนุนให้ผู้เล่นต่างชาติกลับมาเก็งกำไรการแข็งค่าของเงินบาทอีกครั้ง ดังจะเห็นได้จากยอดซื้อบอนด์สั้นสุทธิที่เพิ่มขึ้นสองวันติดเกือบ 1.4 หมื่นล้านบาท”

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 33.40-33.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 14-15 ธ.ค. 64 คาดว่าจะพิจารณาเร่งลดโครงการซื้อสินทรัพย์ (QE tapering)

“ตลาดจะให้ความสนใจกับประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยเจ้าหน้าที่ของเฟด (dot plot) เช่นกัน หากท่าทีของเฟดแข็งกร้าวต่อการควบคุมเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ ค่าเงินดอลลาร์อาจได้รับแรงหนุน”

นอกจากนี้ ยังต้องจับตายอดค้าปลีกสหรัฐ, กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะที่เข้ามาพักในพันธบัตรระยะสั้นของไทย, สถานการณ์โอไมครอนทั่วโลก, การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี)