เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Take Toys เปิดตัว ‘ตุ๊ตา’ คาแรกเตอร์ใหม่ เนรมิต ’เทสทอยส์ ฟาร์มาซี‘ ปักธงย่านทรงวาด
Biz Movement Take Toys เปิดตัว ‘ตุ๊ตา’ คาแรกเตอร์ใหม่ เนรมิต ’เทสทอยส์ ฟาร์มาซี‘ ปักธงย่านทรงวาด
‘วิ่งแลกเม็ด’ แคมเปญไวรัลโลกสัตว์เลี้ยง ถอดสูตรสร้าง Loyalty สไตล์แบรนด์ Petheria
Business ‘วิ่งแลกเม็ด’ แคมเปญไวรัลโลกสัตว์เลี้ยง ถอดสูตรสร้าง Loyalty สไตล์แบรนด์ Petheria
เบนท์ลีย์ เปิดจอง ‘Bespoke Series by Mulliner’  เอดิชัน มีแค่ 100 คันในโลก
Automotive เบนท์ลีย์ เปิดจอง ‘Bespoke Series by Mulliner’ เอดิชัน มีแค่ 100 คันในโลก
‘อินไซด์’ 24 ชั่วโมง ปม ‘ฮอร์มุซ’ ก่อน ‘ทรัมป์’ กลับลำไม่เก็บต๋ง 20%
World ‘อินไซด์’ 24 ชั่วโมง ปม ‘ฮอร์มุซ’ ก่อน ‘ทรัมป์’ กลับลำไม่เก็บต๋ง 20%
KTC กวาดกำไรครึ่งปีแรก 4,397 ล้านบาท พุ่ง 17% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัว 4.7%
Finance KTC กวาดกำไรครึ่งปีแรก 4,397 ล้านบาท พุ่ง 17% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัว 4.7%
เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ปี’69 รายเดิมเริ่มใช้ 1 ส.ค. รายใหม่ 1 ต.ค. นี้
Finance เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ปี’69 รายเดิมเริ่มใช้ 1 ส.ค. รายใหม่ 1 ต.ค. นี้
“สิริพงศ์” เผยน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงดีขึ้น-เปิดการจราจรบางส่วน 19 ก.ค.นี้
Real Estate “สิริพงศ์” เผยน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงดีขึ้น-เปิดการจราจรบางส่วน 19 ก.ค.นี้
ฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนแปลง
คุยกับเอกราช ฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนแปลง
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
เกมซ้อนเกม ทุจริตสอบท้องถิ่น คนการเมืองตัวละครลับ ชิงเก้าอี้มหาดไทย
Politics เกมซ้อนเกม ทุจริตสอบท้องถิ่น คนการเมืองตัวละครลับ ชิงเก้าอี้มหาดไทย
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 3 สัปดาห์ จับตา 4 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

19 ธ.ค. 2564 | 13:55น.
เงินบาท-ตลาดหุ้น

เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่หุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นต่อตามแรงซื้อต่างชาติ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลประชุมกนง.(22 ธ.ค.) ตัวเลขส่งออกของไทย ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทมีแรงหนุนต้นสัปดาห์จากสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยของต่างชาติและการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลต่อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนลงมาบางส่วน (ก่อนรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกในอังกฤษ)

อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกบางส่วนช่วงกลางสัปดาห์ตามแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ หลังจากที่เฟดมีมติเร่งปรับลดวงเงิน QE และ dot plot ใหม่สะท้อนการปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้า เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกครั้งปลายสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังธนาคารกลางอังกฤษปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหนือการคาดการณ์ของตลาด

ในวันศุกร์ (17 ธ.ค.) เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.35 เทียบกับระดับ 33.47 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (9 ธ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (20-24 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.00-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. ตัวเลขการส่งออกของไทย ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองและบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือนพ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และจีดีพีไตรมาส 3/64 (final) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,641.73 จุดเพิ่มขึ้น 1.45% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 77,852.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.19% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.98% มาปิดที่ 570.19 จุด

หุ้นไทยแกว่งตัวอิงขาขึ้นช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ระหว่างรอผลการประชุมเฟด ขณะที่การผ่อนคลายมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิดช่วงเทศกาลปีใหม่ก็มีส่วนช่วยหนุนหุ้นไทยให้ปรับขึ้น ก่อนจะเผชิญแรงขายกลับลงมาช่วงกลางสัปดาห์จากความกังวลต่อการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังผลการประชุมเฟดออกมาสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ ประกอบกับมีแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (20-24 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,625 และ 1,600 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,655 และ 1,665 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (22 ธ.ค.) ตัวเลขส่งออกเดือนพ.ย.ของไทย สถานการณ์โควิด-19 และทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3/64 ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสอง รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และดัชนี PCE/Core PCE Price Indices เดือนพ.ย.

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ของจีน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย.ของญี่ปุ่น รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนธ.ค. ของยูโรโซน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท