เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เส้นทางสู่แพทย์มะเร็งปอดมือรางวัล คู่บทบาทสะใภ้ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี

05 ก.พ. 2565 | 13:06น.

“ใครเป็นโรคมะเร็ง หรือมีญาติกำลังป่วยเป็นโรคนี้ ไม่ต้องไปถามอากู๋ (Google) หรอก ให้มาถามกูรู (หมอ) นี่แหละ เพราะกล่าวถึงมะเร็งแล้วใครก็ตกใจ ใครก็เกิดอาการช็อก แต่หมอบอกเลยว่าไม่ต้องไปฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้าง”

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงธัญนันท์ (เรืองเวทย์วัฒนา) ใบสมุทร ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี เล่าให้ “ดีไลฟ์ ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยชอบถามหมอว่าเป็นโรคมะเร็งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานขนาดไหน ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วไม่มีใครตอบได้หรอกว่าจะอยู่ได้อีกนานขนาดไหน เนื่องจากว่าอาการของผู้ป่วยแต่ละรายไม่เท่ากัน ซึ่งจะต้องมีการตรวจอย่างละเอียด รวมถึงอัตราการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีก

ดังนั้น นอกจากจะต้องรู้ให้แน่ชัดถึงการรักษาและอาการแล้วนั้น ยังต้องมอนิเตอร์กันเป็นระยะอีกด้วย

แน่นอนว่ายังมีอีกหลายต่อหลายคนที่พอทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็งแล้วนั้น มักจะไปสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต คำถามที่ถามกับ Google ส่วนใหญ่ก็จะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไร แต่ในทางการแพทย์จะอธิบายถึงประเด็นดังกล่าวนี้ว่า ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตนั้น คือ “การคาดเดาค่าเฉลี่ยกลาง” นั่นหมายความว่า 50 : 50 ของข้อมูลนั้นผู้ป่วยอาจจะอยู่ได้นานมากกว่าหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งไม่มีความแน่นอนชัดเจนจึงแนะนำผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยเสมอว่า อย่าเอามาทำร้ายจิตใจตัวเอง ซึ่งไม่ต้องไปอ่านไปเสพจนทำให้เกิดความกังวล

สิ่งที่ทำได้คือ การปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองในการอยู่ร่วมกับมะเร็ง ว่าการใช้ชีวิตอยู่กับมะเร็งอย่างไรอย่างมีความสุข

ตามสถิติแล้วโรคมะเร็งที่มีผู้ป่วยใหม่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก คือ มะเร็งปอด โดยมีข้อมูลของอัตราการเสียชีวิตมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน

สำหรับประเทศไทยมีสถิติที่แตกต่าง คือ มะเร็งตับ และมะเร็งท่อน้ำดี พบเยอะโดยเฉพาะในเพศชายและมีอัตราการเสียชีวิตสูง

ขณะที่เพศหญิงพบมะเร็งเต้านมเยอะ ขณะที่ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของประเทศไทย คือ มะเร็งปอด ซึ่งมีผู้ป่วยใหม่อยู่ลำดับที่ 2-3 ในแต่ละปี ขณะที่อัตราการเสียชีวิตอยู่ลำดับที่ 1-2 สลับกับ มะเร็งตับ

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงธัญนันท์เล่าว่า หลังจากที่สำเร็จการศึกษาด้านการแพทย์ในประเทศไทย และเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในระดับปริญญาโท ซึ่งเจาะลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดและมะเร็งช่องอก

ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีผลงานด้านการวิจัยตีพิมพ์ในระดับนานาชาติมาแล้วกว่า 40 ผลงาน และจัดอยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งปอดในระดับเอเชียและในระดับโลก จนได้รับรางวัลอายุรแพทย์รุ่นใหม่โดดเด่นประจำปีพุทธศักราช 2563 จากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

จุดเริ่มต้นในความสนใจศึกษาด้านมะเร็งปอด เกิดจากคุณแม่ของหมอป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดตั้งแต่สมัยที่หมอยังเป็นแพทย์ประจำบ้านอยู่ และก็สูญเสียคุณแม่ไปจากโรคดังกล่าวนี้

ทำให้รู้สึกว่าอยากรักษาและช่วยเหลือคนไข้กลุ่มนี้ ทั้งในด้านการทำวิจัย การเรียนการสอน และการต่อยอดการรักษา

“ปัจจุบันอายุ 43 ปี ศึกษาเรื่องมะเร็งปอดมาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการแพทย์ด้านมะเร็ง สิ่งที่อยากทำไม่ใช่แค่เพื่อองค์กรหรือตัวเอง แต่อยากศึกษาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก”

แม้ว่าคนในครอบครัวของหมอจะมีประวัติการเป็นมะเร็งปอด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีความเสี่ยงในการสืบทอดด้านกรรมพันธุ์ เพราะมะเร็งปอดมีสาเหตุและชนิดที่แตกต่างกัน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

1.มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก ซึ่งชนิดนี้เจอในผู้ป่วยชาวไทยน้อยกว่า 15% โดยมะเร็งปอดชนิดนี้สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่เป็นหลัก โดยมีความรุนแรงของอาการแต่การตอบสนองต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการฉายแสงดี

2.มะเร็งปอดชนิดเซลล์ใหญ่ ซึ่งชนิดนี้เจอในผู้ป่วยชาวไทยน้อยกว่า 85% ชนิดนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยไม่สูบบุหรี่ แต่มีหลายปัจจัย อาทิ สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงค่าฝุ่นละอองมลพิษ (PM 2.5) และยีนกลายพันธุ์

สำหรับปัจจุบันวิธีการรักษามีการพัฒนาไปอย่างมาก ทั้งในด้านการผ่าตัดและเคมีบำบัด รวมถึงการใช้ยากระตุ้นภูมิต้านทานหรือยาภูมิคุ้มกันบำบัด

ซึ่งการเป็นมะเร็งปอดระยะต้นสามารถรักษาให้หายขาดได้จากการผ่าตัด ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของการรักษา

ขณะที่ระยะปลายจะเป็นการทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีที่สุดและมีชีวิตยืนยาวที่สุด

ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งสามารถรักษาหายได้ คือ การตรวจเจอโรคได้เร็ว โดยให้สังเกตตัวเองและดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่อสังเกตว่าตัวเองพบอาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อนให้รีบไปพบแพทย์

และอีกส่วนหนึ่งต่อการกระจายความเสี่ยงในการบริโภคอาหารโดยไม่กินสิ่งเดิมซ้ำ ๆ เป็นประจำระยะเวลาติดต่อกันนาน

“โรคมะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นได้ภายใน 1-2 วัน แต่เกิดจากการสะสมหรือมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลง ซึ่งการกินอาหารซ้ำ ๆ ถือว่าอาจจะมีความเสี่ยง เหมือนเวลาหมอบอกทุกคน คือ เวลาเราฝากเงินเราฝากกี่ธนาคาร ถ้าฝากหลายธนาคารก็แปลว่าเรากระจายความเสี่ยง เช่นเดียวกับการบริโภคอาหารนั่นแหละ”

ทั้งนี้ สิ่งที่หมอบอกผู้ป่วย คือ มะเร็งปอดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับทัศนคติของเราในการอยู่ร่วมกับโรคเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวที่สุด ซึ่งการพูดคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ซึ่งเป็นผู้รักษานั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

โดยส่วนตัวของหมอเองจะใช้ศิลปะในการบอกผู้ป่วยและครอบครัวผู้ป่วย

สิ่งหนึ่งที่หมอยึดถือมาตลอดในการรักษาโรครุนแรงเช่นนี้ คือ หมอเชื่อว่าเรามีจุดประสงค์ในการรักษาร่วมกัน เชื่อว่าผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอาการต่าง ๆ จะดีขึ้น นั่นคือจุดประสงค์ของหมอ ซึ่งต้องตรงกันกับจุดประสงค์ของญาติที่เราต้องอาศัยความร่วมมือของกันและกัน รวมถึงอาศัยการอธิบายข้อมูลของโรคและแนวทางการรักษาที่ชัดเจน

แม้ว่ารองศาสตราจารย์แพทย์หญิงธัญนันท์ ผู้ทุ่มเทให้กับการรักษาอย่างเจาะลึกในด้านมะเร็งปอดที่มีจุดเริ่มต้นจากคุณแม่ที่เป็นผู้ป่วยมะเร็งปอด จนลงลึกศึกษากระทั่งการต่อยอดไปสู่การรักษาและงานวิจัย

แต่ในอีกมุมหนึ่งของคุณหมอท่านนี้ที่ในอีกมุมหนึ่งที่รู้จัก คือ “สะใภ้ของทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี” ซึ่งคุณหมอเองก็มีส่วนร่วมในธุรกิจของครอบครัวสามีที่เป็นประธานกรรมการบริหารของทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี และผลิตภัณฑ์ในเครือทิพย์สมัย กรุ๊ป ทั้งการให้กำลังใจและการลงมือช่วยงานที่ต้องจัดการเวลา (work life balance) ของทั้งชีวิตการทำงานของหมอและครอบครัว ที่แบ่งเวลาและจัดสรรอย่างครบถ้วน

ทำให้เรียกได้ว่าทั้งในการทำงานของคุณหมอจนประสบความสำเร็จด้วยรางวัลการันตี และการมีชีวิตครอบครัวที่แฮปปี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มะเร็ง