ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น
ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น ท่ามกลางอุปสงค์ที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยบวก/ลบ ราคาน้ำมันดิบทรงตัว จากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในสหรัฐ และยุโรป อย่างไรก็ตามราคาได้รับแรงกดดันจากการรายงานของรัฐบาลสหรัฐที่ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแตะระดับ 7.5% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยนายเจมส์ บุลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่าเขาต้องการให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1 ภายใน ก.ค. 2565 เพื่อยับยั้งการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ
ปัจจัยบวก สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานกำลังการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 329,000 บาร์เรล หรือคิดเป็น 1.5% ทำให้กำลังการผลิตโดยรวมของโรงกลั่นในสหรัฐอยู่ที่ระดับ 88.2% นอกจากนี้ราคายังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่ ต.ค. 2561 เป็นการสะท้อนถึงอุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยบวก ในรายงานเดือน ก.พ. ของกลุ่มโอเปก (OPEC) คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันของโลกอาจเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันของโลกจะเพิ่มขึ้น 4.15 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ และจะแตะระดับ 100 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไตรมาสสาม
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นของ อินเดียและอินโดนีเซีย อีกทั้งน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐปรับลดลง 1.64 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งการส่งออกน้ำมันดีเซลของญี่ปุ่นที่ลดลงกว่า 9.5 % ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มา : ไทยออยล์