ฟันด์โฟลว์หนุนหุ้นไทยแกว่ง 1,700-1,715 จุด แม้ตลาดกังวล “รัสเซีย-ยูเครน” ปะทุ
บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทย มีโอกาสปรับตัวลงในกรอบระหว่าง 1,700-1,715 จุด กังวล สงคราม “รัสเซีย-ยูเครน” กลับมาปะทุ ชี้ย่อตัวไม่ลึก มีแรงหนุนกระแสเงินทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันซื้อสุทธิแล้วสูงถึง 7 หมื่นล้านบาท
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index เช้านี้คาดมีโอกาสปรับตัวลงอยู่ในกรอบระหว่าง 1,700-1,715 จุด หลังสถานการณ์ภายนอกไม่สู้ดี โดยเฉพาะปัจจัยสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐ ที่กลับมาปะทุและมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การเกิดสงคราม
หลังล่าสุดจากคำกล่าวอ้างของชาติตะวันตกเกี่ยวกับการประกาศถอนกำลังทหารของรัสเซียบอกว่า “เป็นเท็จ” เช่นเดียวกับที่ทาง NATO อ้างถึงภาพถ่ายดาวเทียมพิสูจน์ว่ารัสเซียไม่ได้ถอนกำลังทหาร แต่กลับเป็นการเพิ่มกำลังทหารเข้าใกล้ชายแดนยูเครนอีก 7,000 นาย
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนออกมาเตือนว่าภัยคุกคามของรัสเซียที่รุกรานยูเครนนั้นสูงมาก และการโจมตีอาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า อย่างไรก็ดีแม้ปัจจัยภายนอกที่ยังดูรุนแรงอาจกดดัน Sentiment ตลาด
แต่คาดการปรับตัวลงอาจไม่ลึกและหลังย่อตัวอาจพยายามขยับกลับมาแถว 1,700 จุด (+/-) อีกครั้งได้ โดยมองแรงหนุนของกระแสเงินทุนต่างชาติ หลังนักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย 9 วันทำการติดต่อกันรวมแล้วกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ซื้อสุทธิแล้วสูงถึง 7 หมื่นล้านบาท
ด้านราคาน้ำมันดิบไม่ขึ้น หลังมีประเด็นอิหร่านหนุน แม้ปัจยสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐจะหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้มีโอกาสแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ หากสถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น แต่ช่วงสั้นอาจคาดหวังการชะลอความเร็ว รวมถึงการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังตลาดกลับมาให้น้ำหนักความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ที่อาจปูทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกได้อีกครั้ง
สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent ปรับตัวลงเฉลี่ยราว 2% โดยล่าสุดทั้งชาติมหาอำนาจและอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นเก็งกำไรระยะสั้นจาก 1.ผลประกอบการไตรมาส 4/64 ที่ออกมาดีกว่าคาด และ/หรือมีเงินปันผลเด่น 2.หุ้นกลุ่มธนาคารที่คาดยังได้อานิสงส์บวกจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และ 3.หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและเปิดเมืองหลังมีมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยวันนี้เลือก GULF และ TTB เป็น Top Picks
โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า คือ 1.วันที่ 21 ก.พ. 2565 ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดี และไทยประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 4/64 ซึ่งตลาดคาดขยายตัว 0.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 1.4% จากไตรมาสก่อนหน้า 2.วันที่ 22 ก.พ. 2565 สหรัฐรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ. 2565 และ 3.วันที่ 23 ก.พ. 2565 ไทยประกาศตัวเลขนำเข้า-ส่งออกเดือน ม.ค. 2565 และ 4.วันที่ 24 ก.พ. 2565 สหรัฐประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 4/64 ซึ่งเป็นประกาศทบทวนครั้งที่ 2
- รัสเซีย-ยูเครน: ปูตินสับขาหลอก สั่งถอนทหาร แต่เล็งรับรอง “โดเนตสก์-ลูฮันสก์”
- สหรัฐเผยรัสเซียเพิ่มทหาร 7,000 นาย ประชิดชายแดนยูเครน
- คลังลดภาษีน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร ผู้ค้าลดราคาลง 2 บาท มีผลวันนี้
- รถยนต์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น อาจราคาต่ำกว่ารถยนต์สันดาป อานิสงส์แพ็กเกจรัฐบาล
- อสังหาเมืองกรุงบุกเขาใหญ่ เปิดทำเลทองหนองสาหร่าย