เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค.พบเด็ก 7 ขวบเสียชีวิตจากโควิด อัพเดต 5 ประเทศเอเชียติดเชื้อมากสุด

24 ก.พ. 2565 | 16:32น.

สลด ! ศบค.พบเด็ก 7 ขวบเสียชีวิตจากโควิด ไม่ได้รับวัคซีนและมีโรคประจำตัว ขณะที่การตรวจ ATK พบผู้ติดเชื้อเข้าข่ายพุ่งพรวด เผยตั้งแต่ต้นปีมีผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรแล้ว 3.4 แสนราย พบติดโควิด 1.1 หมื่นราย ขณะที่ 5 ประเทศในเอเชีย ยอดติดเชื้อใหม่ล่าสุดในรอบสัปดาห์ยังพุ่งไม่หยุด ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ประจำวันว่า สถานการณ์ในประเทศข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 พบผู้ป่วยรายใหม่ 23,557 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 570,915 ราย หายป่วยแล้ว 422,095 ราย และเสียชีวิตสะสม 1,070 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,794,350 ราย หายป่วยแล้ว 2,590,589 ราย และเสียชีวิตสะสม 22,768 ราย

ATK-24 Feb-SAT

ยอดตรวจ ATK เข้าข่ายติดเชื้อพุ่งพรวด

วันนี้มีผู้รักษาตัวอยู่จำนวน 180,993 ราย เป็นการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 73,700 คน อยู่ในโรงพยาบาลสนามและอื่น ๆ รวม Home Isolation และ Community Isolation มีจำนวน 107,223 คน ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบมีจำนวน 905 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ 240 ราย

ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานผลตรวจ ATK วันนี้ว่าพบผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเพิ่มอีก 22,240 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยร้อยละของการตรวจพบเชื้อเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 27.82%

สำหรับผู้มารับวัคซีน ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 61,074 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 43,136 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 183,689 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 23 กุมภาพันธ์ 2565 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 122,473,371 โดส

  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 53,282,587 ราย คิดเป็น 76.6% ของประชากร
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 49,582,984 ราย คิดเป็น 71.3% ของประชากร
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 19,607,800 ราย คิดเป็น 28.2% ของประชากร

พบเด็ก 7 ขวบเสียชีวิต ไม่ได้รับวัคซีน

สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับ 1 ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 3,236 ราย รวมสะสม 87,039 ราย รองลงมาเป็นชลบุรี 1,250 ราย สมุทรปราการ 994 ราย นครศรีธรรมราช 899 ราย นนทบุรี 875 ราย สมุทรสาคร 790 ราย ราชบุรี 66 ราย ภูเก็ต 645 ราย ระยอง 642 ราย และนครราชสีมา 629 ราย

ส่วนผู้เสียชีวิต 38 รายในวันนี้ เป็นชาย 17 ราย หญิง 21 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด โดยเป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 28 ราย คิดเป็น 74% อายุน้อยกว่า 60 ปี แต่มีโรคเรื้อรัง 9 ราย คิดเป็น 23%

และวันนี้มีเด็กอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตด้วย 1 ราย ไม่ได้รับวัคซีน มีโรคประจำตัว เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและเบาหวาน

โดยปัจจัยเสี่ยงยังมาจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคไต เป็นต้น ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อพบว่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาด รองลงมาเป็นการติดเชื้อจากคนรู้จักและคนในครอบครัว

และเมื่อแยกตามพื้นที่ของผู้เสียชีวิตพบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครรวม 10 ราย รองลงมาเป็นภาคใต้ที่ภูเก็ต กระบี่ ชุมพร ตรัง พังงา พัทลุง สตูล รวม 8 ราย ภาคกลางและตะวันออก ได้แก่ ลพบุรี จันทบุรี ระยอง สมุทรสงคราม และสระบุรี รวม 7 ราย ภาคเหนือที่พิษณุโลก พิจิตร เชียงใหม่ ตาก รวม 7 ราย นครปฐมและสมุทรปราการ รวม 4 ราย และภาคอีสานที่นครพนมและบุรีรัมย์ รวม 2 ราย

ยอดติดโควิดเดินทางเข้าประเทศทะลุ 1.1 หมื่นราย

ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศพบว่าในเดือนกุมภาพันธ์ (1-23 ก.พ.) มียอดผู้ที่เดินทางเข้ามา สะสม 153,690 ราย พบติดเชื้อโควิดรวม 3,955 ราย และเมื่อรวมตั้งแต่มกราคม-23กุมภาพันธ์ พบว่ามีผู้เดินทางเข้ามา 342,883 ราย พบผู้ติดเชื้อโควิดรวม 11,017 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อในระบบแซนด์บอกซ์มากที่สุด

และประเทศต้นทางที่เดินทางเข้ามาล่าสุด อันดับหนึ่งยังเป็น “รัสเซีย” 58 ราย รองลงมาเป็นกัมพูชา 26 ราย เยอรมนี 20 ราย สหราชอาณาจักร 13 ราย สิงคโปร์ 10 ราย เป็นต้น

เยอรมนี แซงหน้าสหรัฐ ยอดติดเชื้อในรอบสัปดาห์เพิ่มมากสุด

ขณะที่สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 430,112,281 ราย อาการรุนแรง 79,480 ราย รักษาหายแล้ว 358,517,350 ราย และเสียชีวิต 5,936,424 ราย

สำหรับอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 80,372,404 ราย 2.อินเดีย จำนวน 42,880,507 ราย 3.บราซิล จำนวน 28,485,502 ราย 4.ฝรั่งเศส จำนวน 22,468,239 ราย 5.สหราชอาณาจักร จำนวน 18,734,683 ราย โดยประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 32 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน 2,794,350 ราย

อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกอัตราการติดเชื้อเป็นรายสัปดาห์ 7 วันย้อนหลัง พบว่า “เยอรมนี” มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากที่สุดจำนวน 1,165,693 ราย รองลงมาเป็นรัสเซีย 1,135,690 ราย และเกาหลีใต้ 776,331 ราย ขณะที่สหรัฐตัวเลขอยู่ที่ 576,004 ราย อยู่ในลำดับที่ 6

ส่วนในเอเชียที่กำลังเป็น “ขาขึ้น” ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ นอกจากเกาหลีใต้แล้ว รองลงมาเป็นญี่ปุ่น 551,354 ราย อินโดนีเซีย 384,856 ราย เวียดนาม 333,355 ราย และมาเลเซีย 193,643 ราย ซึ่งเป็น 5 ประเทศในเอเชียที่มียอดผู้ติดเชื้อ 7 วันย้อนหลังเพิ่มมากที่สุด ส่วนประเทศไทยตัวเลข 7 วันย้อนหลังอยู่ที่ 131,731 ราย อยู่ในอันดับ 22 ของโลก (ตามกราฟิก)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค. สถานการณ์โควิด-19