เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
Uncategorized ‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
Business พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
Economic โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
การศึกษา AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
Economic เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
Biz Movement สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
ดูทั้งหมด

ยูเครนป่วนต้นทุนธุรกิจพุ่ง ผวา “ค่าไฟ-น้ำมัน-วิกฤตส่งออก”

26 ก.พ. 2565 | 10:04น.

สงครามรัสเซียบุกยูเครนป่วนโลก ไทยเตรียมรับผลกระทบทางอ้อม 3 เรื่องใหญ่ “เงินเฟ้อ-ส่งออก-น้ำมัน” บอร์ดพลังงานเผยแนวโน้มค่าไฟฟ้า-ค่า Ft งวดสองขึ้นแน่ ๆ เหตุราคาก๊าซธรรมชาติ-LNG ขยับขึ้น ทูตพาณิชย์รัสเซียรอประเมินหลังมาตรการคว่ำบาตร ชี้ค่าเงินรูเบิลอ่อน  สินค้านำเข้ารัสเซียราคาพุ่ง สภาเรือถกด่วนเอกชน 10 กลุ่มรับมือวิกฤตส่งออก-ค่าระวาง ททท.หวั่นกระทบนักท่องเที่ยวรัสเซีย หลังโควิดเข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 1 “อุบลไบโอ” รับส้มหล่นแป้งมันขายดี หลังราคาข้าวสาลียูเครนพุ่ง

คว่ำบาตรรัสเซียกระทบไทย

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP Research บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า จากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน สำหรับประเทศไทยคงไม่ถูกผลกระทบตรง ๆ แต่ทางอ้อมจะมีค่อนข้างมากผ่าน 3 ช่องทางหลักคือ

1) ผลกระทบเรื่องเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้นถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ค่อนข้างใหญ่ที่จะซ้ำเติมปัญหาค่าครองชีพของคนไทยให้ยิ่งหนักขึ้นไปอีก เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ (ก๊าซธรรมชาติ-น้ำมัน-โลหะสำคัญ) รายใหญ่ของโลก แต่เครื่องมือที่ใช้รบกันระหว่างรัสเซียที่บุกยูเครนไปแล้วกับฝ่ายตะวันตกจะเป็นการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ก็จะกระทบไทยในเรื่องค่าครองชีพ เงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต ซัพพลายดิสรัปชั่น

2) การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบกับยุโรปโดยตรง เพราะยุโรปต้องซื้อก๊าซจากรัสเซียจำนวนมาก ดังนั้นหากมีการปิดท่อส่งก๊าซหรือการคว่ำบาตรไม่ให้ซื้อก๊าซจากรัสเซีย เศรษฐกิจยุโรปก็จะมีปัญหาในฐานะที่ประเทศไทยส่งออกไปยุโรปเป็นอันดับ 4 ของตลาดส่งออก ไทยจะได้รับผลกระทบแน่นอน ส่วนการส่งออกไปรัสเซีย แม้มีไม่มากแต่ก็คงทำให้ผู้ที่ส่งออกไปรัสเซียได้รับผลกระทบไปด้วย 3) ภาวะปิดรับความเสี่ยง (risk off) หรือการที่คนเกิดความกังวล มีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงไปอยู่สินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งยังไม่ทราบได้ว่าจะเกิดอะไรบ้างจากการคว่ำบาตร

สำหรับผลกระทบในแง่ “ค่าครองชีพ” นั้น เพียงแค่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นไปเป็น 130-140 เหรียญ/บาร์เรล ก็จะมีผลกระทบลามไปอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ค่าขนส่ง ราคาก๊าซหุงต้ม ดังนั้นหากราคาน้ำมันสูงขึ้น เงินเฟ้อของไทยก็ต้องพุ่งขึ้นด้วย อาจจะไปถึง 3-4% ต่อปี “และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะค้างอยู่นานหรือไม่” นอกจากนี้ ภาระรัฐบาลก็จะมากขึ้นจากปัจจุบัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอุดหนุนราคาพลังงานอยู่ราวเดือนละ 10,000 ล้านบาท หรือปีละกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะรับมือไหวหรือไม่

ส่วนนโยบายการเงิน ภาวะขณะนี้คงยังไม่ใช่จุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย แต่การไม่ขึ้นดอกเบี้ยก็อาจจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากกรณีที่ต่างประเทศมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยจนห่างจากดอกเบี้ยของไทยมาก ๆ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทผันผวนไปด้วย

“การดำเนินนโยบายการเงินจะมีข้อจำกัดมากขึ้น ถ้าเงินเฟ้อสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ถามว่า แบงก์ชาติอยากขึ้นดอกเบี้ยไหม ก็ไม่อยาก แต่ว่าถึงจุดหนึ่งอาจจะโดนกดดัน เช่น เงินบาทอ่อนไปเรื่อย ๆ หรือเงินเฟ้อสูงไปเรื่อย ๆ หรือส่วนต่างดอกเบี้ยห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าราคาน้ำมันดิบขึ้นไป 130-140 เหรียญก็จะกลายเป็นทั้งภาระการคลังและภาระของผู้บริโภค

แต่ราคาน้ำมันที่แพงคงไม่ถึงขั้นทำให้อัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของไทย (GDP) ติดลบ เพราะไทยไม่ได้รับผลกระทบทางตรง “แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เรากำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวแล้วมาเจอช็อกอย่างนี้ก็จะยิ่งเหนื่อย ซึ่งเศรษฐกิจก็อาจจะชะลอลงไป” ดร.พิพัฒน์กล่าว

“อาคม” ห่วงราคาน้ำมันดิบ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผลกระทบเรื่องราคาน้ำมันเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ราคาน้ำมันดิบจะขึ้นไปประมาณเท่าไหร่ แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ระดับ 90-100 เหรียญ/บาร์เรล ถือว่ายังอยู่ในขอบเขตที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะบริหารจัดการได้ (ตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร)

ซึ่งทางกระทรวงการคลังก็เข้าไปช่วยระดับหนึ่ง (ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงมา 3 บาท/ลิตร) โดยราคาน้ำมันดิบ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ปรากฏน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอยู่ที่ 92.81 เหรียญ/บาร์เรล น้ำมันดิบเบรนต์ 99.08 เหรียญ/บาร์เรล และน้ำมันดิบดูไบ 98.80 เหรียญ/บาร์เรล

ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้มีการติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับผลกระทบด้านโลจิสติกส์ โดยให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม ประสานและเผยแพร่รายชื่อผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยที่มีความเชี่ยวชาญตลาดรัสเซีย และร่วมมือกับสมาพันธ์ สมาคมด้านโลจิสติกส์

ส่วนการค้าระหว่างไทย-รัสเซีย ปี 2564 มีมูลค่า 2,780 ล้านเหรียญ ขยายตัวร้อยละ 12.84 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยไทยส่งออกไปยังรัสเซียมูลค่า 1,028 ล้านเหรียญ และนำเข้าจากรัสเซียมูลค่า 1,752 ล้านเหรียญ

สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังรัสเซีย 5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, ผลิตภัณฑ์ยาง, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล, อากาศยาน ยานอวกาศและส่วนประกอบ, ผลไม้กระป๋องและแปรรูป

ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากรัสเซีย 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันดิบ, ปุ๋ย, ยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์, เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์สินแร่โลหะอื่น ๆ, เครื่องบิน อุปกรณ์การบินส่วนยูเครน การค้าระหว่างไทย-ยูเครนมีมูลค่า 386.47 ล้านเหรียญ หรือขยายตัวร้อยละ 25.56 โดยไทยส่งออกไปยังยูเครนคิดเป็นมูลค่า 134.76 ล้านเหรียญ และนำเข้าจากยูเครนมูลค่า 251.71 ล้านเหรียญ

ค่าไฟฟ้างวด 2 ขึ้นแน่

นายคมกริช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft ) งวด 2 จะต้องปรับขึ้นตามสมมุติฐานต้นทุนราคาก๊าซในตลาดโลกปรับขึ้นก็จะส่งผลให้ค่าไฟปรับขึ้นแน่นอน เพราะประเทศไทยใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 60% ก่อนหน้านี้ กกพ.ได้วางสมมุติฐานเพื่อกำหนดค่า Ft งวดแรก (ม.ค.-เม.ย.) ปี 2565 ราคาเฉลี่ย 18 เหรียญ/ล้าน BTU แต่ตอนนี้ขยับเป็น 20 กว่าเหรียญ/ล้าน BTU ไปแล้ว

และช่วงนั้น (Ft งวดแรก) ราคาน้ำมันดิบก็ยังไม่ได้สูงถึง 100 เหรียญ/บาร์เรล แต่ก็ยังสามารถคำนวณเป็นสัดส่วนว่า ราคาน้ำมันขึ้นเท่านี้จะกระทบราคาก๊าซเท่านี้ เพราะจะขึ้นอยู่กับมีสัดส่วนการผสมก๊าซในแต่ละช่วงด้วย หากสัดส่วนก๊าซธรรมชาติในอ่าวเปลี่ยนแปลง ต้นทุนก็ปรับเปลี่ยนตาม

“ราคาน้ำมันจะเชื่อมโยงถึงราคาก๊าซและอัตราแลกเปลี่ยน หากสถานการณ์ปกติราคาน้ำมันแพงขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนก็จะทำให้ราคาปรับขึ้นและส่งผลถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทย และราคา LNG ที่มันตามตลาด ประกอบกับต้นทุนค่าระวางเรือที่ปรับขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง กระทบต่อการขนส่ง LNG ไทยต้องนำเข้า LNG บางส่วน และยิ่งเมื่อปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยลดน้อยลง

จากช่วงเปลี่ยนผ่านแหล่งผลิตเอราวัณ เราก็พึ่งการนำเข้า LNG แบบ spot มากขึ้น นับจากปลายปี 2564 ที่ผ่านมา พอเกิดสงครามขึ้นมา ราคา sport ในตลาดก็ปรับขึ้นสูง แล้วไทยก็ไม่ได้มีการเก็บสต๊อก LNG ไว้มาก เพราะมีพื้นที่เก็บแค่ 4 ถังเท่านั้น ส่วนการใช้ไฟฟ้าของประเทศก็เพิ่มขึ้นนิดหน่อย อุตสาหกรรมส่งออกจะมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงแรมไม่ได้เพิ่มมากนัก” นายคมกริชกล่าว

สภาเรือนัดหารือค่าระวาง

นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหารสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.อยู่ระหว่างการติดตามและประเมินผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยมีประเด็นที่ต้องจับตาคือ สถานการณ์การขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางน้ำ และอากาศ ความต้องการสินค้าของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ และราคาสินค้าในกลุ่มวัตถุดิบในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมจะเป็นอย่างไร

โดย สรท.จะเชิญภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น กลุ่มอาหาร, อิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์, เครื่องนุ่งห่ม, ไก่ เข้ามาหารือถึงผลกระทบ รวมไปถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะนัดประชุมกันในวันที่ 1 มีนาคมนี้

ล่าสุดมีการประเมินสถานการณ์จาก สรท.เข้ามาว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนภาคการผลิตจากราคาพลังงาน (น้ำมัน-ก๊าซ) และราคาวัตถุดิบ อาทิ เหล็ก ธัญพืช เซมิคอนดักเตอร์ อาจจะส่งผลให้คำสั่งซื้อจากผู้ค้าลดลง ทาง สรท.ประเมินว่า หากสถานการณ์สู้รบไม่บานปลายหรือขยายวงกว้างออกจาก 2 ประเทศคู่สงคราม การส่งออกสินค้าไทยน่าจะยังเติบโตได้ที่ร้อยละ 5

โดยคาดการณ์การส่งออกไตรมาส 1/2565 จะยังเติบโตได้ร้อยละ 8 เนื่องจากมีการยืนยันคำสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว แต่ถ้าการสู้รบยังยืดเยื้อต่อไปอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกในไตรมาส 2/2565 อาจมีคำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4,000-5,000 ล้านเหรียญ โดยกลุ่มสินค้าที่จะได้รับผลกระทบ อาทิ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, ผลิตภัณฑ์ยาง, เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องปรับอากาศ)

ทาง สรท.มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล 2 ข้อ คือ 1) ให้รักษาเสถียรภาพเงินบาทอยู่ในกรอบ 32.5-33.5 บาท/เหรียญสหรัฐ เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลกและให้ผู้ส่งออกยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ กับ 2) เพื่อรับมือกับการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทุน ขอให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าได้ตามสัดส่วนของราคาต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

นายกิตตินันท์ ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย กล่าวว่า ขณะนี้ต้องติดตามรายละเอียดในเรื่องของ “มาตรการคว่ำบาตร” ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่การทำธุรกิจ การขนส่ง รวมไปถึงการใช้ชีวิตของประชาชนในรัสเซียยังเป็นปกติ แต่สิ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การหยุดโครงการท่อส่งก๊าซไปยังเยอรมนี (Nord Stream 2) และค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและยูโร

จากปัจจุบันค่าเงินรูเบิลที่อ่อนค่าจาก 70 รูเบิล/เหรียญสหรัฐ เป็น 80 รูเบิล/เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น และหากการคว่ำบาตรมีการใช้มาตรการตัดการเข้าถึงเงินเหรียญสหรัฐของธนาคารในรัสเซีย ถ้าถึงจุดนี้จะมีผลกระทบต่อภาคการค้า การส่งออก เศรษฐกิจทันที

กระทบนักท่องเที่ยวรัสเซีย

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า วิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบโดยตรงและอย่างชัดเจนต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย เนื่องจากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวรัสเซียถือเป็นตลาดใหญ่ ติดอันดับท็อป 6-7 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยในปี 2561-2562 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียราวปีละ 1.4 ล้านคน หรือเป็นรายได้ 100,000 ล้านบาทต่อปี

“ปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและการออกเดินทางท่องเที่ยวของชาวรัสเซียแน่นอน โดยไทยก็น่าจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบในอันดับต้น ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่คนรัสเซียให้ความนิยม”

ที่ผ่านมาแม้ทั่วโลกยังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่คนรัสเซียได้เริ่มทยอยออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแล้ว ในส่วนของประเทศไทยพบว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียบางส่วนกลับมานับตั้งแต่เปิด “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เมื่อ 1 กรกฎาคม 2564 จากรายงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 1-21 กุมภาพันธ์ 2565 มีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งหมดรวม 88,755 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวรัสเซียจำนวน 12,563 คน สูงสุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ เยอรมัน 9,953 คน และฝรั่งเศสจำนวน 8,352 คน

ส้มหล่นแป้งมันสำปะหลัง

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย กล่าวว่า ยูเครนเป็นเสมือน “ตะกร้าขนมปังของโลก” มีการปลูกธัญพืชเพื่อผลิตส่งออกแป้งสาลีเช่นเดียวกับรัสเซีย วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาแป้งสาลีพุ่งสูงขึ้น ทำให้ผู้ใช้แป้งสาลีหันมาสั่งซื้อแป้งมันแทนเพิ่มขึ้น

“เมื่อราคาแป้งสาลีกระโดดขึ้น บางบริษัทจึงหันไปใช้วัตถุดิบอื่นทดแทน เช่น แป้งมันสำปะหลัง ทำให้เห็นการตื่นตัวที่ในช่วงนี้มีหลายบริษัทเริ่มติดต่อเข้ามายังบริษัท เพื่อขอซื้อมันสำปะหลังนำไปทำโปรดักต์”

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และกรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA กล่าวถึงทิศทางราคายางปี 2565 ว่า ปีก่อนราคายางธรรมชาติปรับสูงขึ้นอย่างมาก ส่วนจะดีต่อเนื่องถึงในปีนี้หรือไม่นั้น มุมมองแรกที่ทั่วโลกมองกันก็คือ “เฟด” หากขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ จะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขยับตัวยาก มีผลต่อตลาดคอมมิวนิตี้ภาพรวม ไม่ใช่แค่ยางอย่างเดียว

และจากวิกฤตยูเครน-รัสเซียตอนนี้น่าจะกระทบกับสินค้าโภคภัณฑ์บางตัว เท่าที่เห็นคือ “ทอง” เพราะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย น้ำมันก็มีส่วนด้วย ส่วนยางก็ต้องรอดูในลำดับต่อไป

ส่วนนางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ตึงเครียดขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน ทำให้ในช่วงนี้ราคาเชื้อเพลิงอาจปรับตัวในลักษณะผันผวน ตลาดพลังงานในภูมิภาคยุโรปน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง

โดยบ้านปูกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความยืดเยื้อของสถานการณ์และระดับของผลกระทบในตลาดพลังงานและตลาดการเงิน ฝ่ายบริหารได้ทบทวนมาตรการระยะสั้นและระยะกลาง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้งยกระดับการบริหารความเสี่ยงทั้งด้านการตลาด การเงิน และโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของทุกประเทศ เพื่อทำให้การส่งมอบพลังงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง