เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ชง ครม.ต่อวีซ่าเว้นค่าปรับ ช่วยรัสเซีย-ยูเครนตกค้าง

13 มี.ค. 2565 | 08:51น.

เร่งหาแนวทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครน ตกค้างที่ภูเก็ตมากสุด 3,500 คน ตั้งคณะทำงานกับทูต ตั้งคอลเซ็นเตอร์ประสานงาน เตรียมเสนอ ครม.ต่อวีซ่า-เว้นค่าปรับ over stay เผยไม่ได้ใช้เงินกองทุนเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กำลังเร่งหาแนวทางให้ความช่วยเหลือกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบในรัสเซียและยูเครน โดยไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ รวมถึงปัญหาทำธุรกรรมด้านการเงินไม่ได้จากผู้ที่ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดและวีซ่าการ์ด

ซึ่งกระทรวงประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยแล้วเมื่อ 10 มีนาคม 2565 พร้อมตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์และประสานงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการนัดหารือร่วมกับอุปทูตยูเครนประจำประเทศไทย

เร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

สำหรับมาตรการดูแลและให้ความช่วยเหลือนั้น แหล่งข่าวกล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และทางจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งศูนย์ประสานงานหรือคอลเซ็นเตอร์ซัพพอร์ต ที่โทร.09-3937-2086, 09-4819-1124 หรือ e-Mail : [email protected] ตั้งแต่วันที่ 9-22 มีนาคม 2565 เวลา 08.30-19.00 น.

“ในหลักการแล้วเราจะดูแลให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ต้องยอมรับว่าประเทศเราไปเชิญชวนให้เขามาเที่ยว เมื่อเขามาแล้วประสบเหตุหรือตกทุกข์ได้ยาก เราก็ต้องช่วยเหลือในฐานะเจ้าบ้านที่ดี” แหล่งข่าวกล่าวและว่า

นอกจากนี้ มาตรการบางส่วนที่เจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ยกเว้นค่าปรับกรณีนักท่องเที่ยวอยู่เกินวีซ่า หรือ over stay (ปกติปรับวันละ 500 บาท) ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาพำนักเกิน 30 วัน

เนื่องจากมีสาเหตุทำให้ไม่สามารถกลับประเทศได้ เนื่องจากสายการบินหยุดให้บริการ หรือกรณีไม่สามารถทำธุรกรรมด้านการเงินได้ ซึ่งต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบด้วย

ไม่มีสิทธิใช้เงินกองทุนช่วย

ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการคนไทยที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้กระทรวงโดย ททท.ได้ประชุมและขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการทุกรายช่วยดูแลลูกค้าของตัวเองไปก่อน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งกระทรวงก็อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการคนไทยกลุ่มนี้เช่นกัน

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กรณีภาคเอกชนที่เสนอให้รัฐโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯและ ททท.ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรัสเซียและยูเครนที่ตกค้างอยู่ในไทย และกลุ่มผู้ประกอบการคนไทยที่ได้รับผลกระทบ โดยขอให้พิจารณาใช้งบประมาณจากกองทุนด้านการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น กรณีนี้ไม่เข้าข่ายเรื่องการใช้เงินกองทุน จึงไม่สามารถดำเนินการได้

“งบประมาณช่วยเหลือตามกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2558 จะใช้สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต หรือได้รับอุบัติเหตุตามเงื่อนไขเท่านั้น ที่สำคัญสำนักงบฯได้ยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ปี 2562 หลังจากมี พ.ร.บ.ท่องเที่ยวแห่งชาติฯ ซึ่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวระบุให้รัฐจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำมาบริหารภายใต้กองทุนนี้แทน การจะเอางบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนไปช่วยเหลือต่างชาติกรณีนี้คงไม่เหมาะสม”แหล่งข่าวกล่าว

ททท.พร้อมช่วย

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง ททท. กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2565 มีจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ตกค้างอยู่ในไทยรวมทุกพื้นที่ 3,000 คน แบ่งเป็น จังหวัดภูเก็ต 950 คน นักท่องเที่ยวยูเครนมี 450 คน (เฉพาะภูเก็ต)

ส่วน ททท.นั้นได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในทุกช่องทางตามที่สถานทูตของประเทศปลายทางรายงานมา รวมทั้งสำรวจและรวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ตกค้างว่ากลุ่มที่อยากกลับประเทศ หรือกลุ่มที่ไม่อยากกลับมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน หากประสงค์จะเดินทางกลับก็จะได้ประสานงานไปยังประเทศปลายทางให้จัดเครื่องบินพิเศษมารับ เป็นต้น

“กรณีเหตุการณ์นี้บทบาทสำคัญอยู่ที่ประเทศปลายทางว่ามีนโยบายดูแลประชาชนของเขาอย่างไร หากต้องการให้เราช่วยเหลือ เขาจะประสานมา ซึ่งบทบาทเราคือ หน่วยประสานงานและอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ช่วยเหลือเยียวยา” นายฉัททันต์กล่าว

แบ่ง 3 กลุ่มนักท่องเที่ยว

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังหารือร่วมกับนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดต่าง ๆ สรุปว่า ได้แบ่งนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครน 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่อยากบินกลับประเทศ แต่เที่ยวบินถูกยกเลิก จะหาเที่ยวบินให้ เพราะสามารถบินไปต่อเครื่องที่ดูไบ หรือโดฮากลับเข้ากรุงมอสโกได้ ซึ่ง ททท.ให้ไปรวบรวมตัวเลขกลุ่มนี้ให้ชัดเจน

2.กลุ่มที่ไม่อยากบินกลับ ต้องอำนวยความสะดวก เช่น การต่อวีซ่า (visa extension) ซึ่งภูเก็ตดำเนินการไปแล้ว ส่วนจะอยู่ต่อกี่วัน ผู้ว่าการ ททท.บอกต้องให้ทุกอย่างจบในเดือนเมษายน 2565

เพราะสุดท้ายต้องผลักดันหาเที่ยวบินให้กลับประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีเงิน แต่ติดปัญหาใช้บัตรเครดิตไม่ได้ต้องหาช่องทางการชำระเงิน (alternative payment) และ ททท.ขอให้ผู้ประกอบการคิดค่าห้องพักพิเศษแบบระยะยาว (long stay) ให้ราคาถูกลง

3.กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ต้องการเปลี่ยนสถานะ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวตกค้าง ไม่อยากบินกลับ และไม่มีเงิน กรณีนี้ถือเป็นเรื่องระดับประเทศว่า รัฐบาลไทยจะยอมเลื่อนสถานะให้เป็นผู้ลี้ภัยหรือไม่ หรือจะให้บินกลับประเทศดีกว่า สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ เร่งแจ้งสถานทูตหรือสถานกงสุลของแต่ละประเทศให้รับทราบ

และพบว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียและยูเครนที่จังหวัดภูเก็ตมีมากที่สุด 3,500 คน แบ่งเป็นชาวรัสเซีย 3,100 คน ยูเครน 400 คน ส่วนเกาะสมุยรายงานว่า มีรัสเซีย 2,400 คน ยูเครน 530 คน พัทยาแจ้งว่า

ส่วนใหญ่เดินทางผ่านโครงการ Test & Go เป็นรัสเซีย 200-300 คน ยูเครน 100 คน แต่ตัวเลขที่พบมากกว่านี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอ็กซ์แพต เพราะผ่านโครงการ Test & Go

และหายไปจากระบบไม่ได้พักในโรงแรม ส่วนกระบี่และพังงา มีรัสเซียจังหวัดละ 10 กว่าคน โดยแจ้งว่า นักท่องเที่ยวไม่มีความกังวล และจะบินกลับตามตารางบิน

ส่วนการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผู้ว่าการ ททท.จะไม่นำเงินภาษีของคนไทยไปช่วยคนต่างชาติ เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทยยังลำบากอยู่ แต่ในแง่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ถ้าดูแลกลุ่มที่ตกค้างระยะสั้น ๆ แล้วส่งกลับก็ได้

แต่จะตั้งศูนย์พักพิงคงไม่ได้ ต้องให้สถานทูตและสถานกงสุลประเทศนั้น ๆ ดำเนินการ

“ปกติเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของนักท่องเที่ยวยุโรป รัสเซีย จึงคาดหวังให้สงครามนี้จบภายใน 6 เดือน หลังเปิดไฮซีซั่นขอให้ทุกอย่างดีขึ้น”

“ที่น่ากังวลมากคือ หากสงครามยืดเยื้อ จะมีผลต่อราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนของทุกธุรกิจ เพราะน้ำมันเป็นปัจจัยหลักของคนทั้งโลก ขอภาวนาให้สงครามจบเร็ว ๆ”