เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (4)

23 ก.ค. 2560 | 00:50น.

คอลัมน์ เรื่องราวกับความคิด
โดย วิรัตน์ แสงทองคำ http//:viratts.wordpress.com

เรื่องราวบริษัทศตวรรษ ได้รับความสนใจมากขึ้น ๆ เมื่อกำลังปรับโฉมหน้าครั้งสำคัญ

ขั้นตอนที่สำคัญเริ่มต้นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว (เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2560) เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BigC) มีมตเห็นชอบ “ให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อเสนอจากกลุ่มบริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่โดยถือหุ้นในสัดส่วนถึง 97.94%

ในเวลาเดียวกันเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ในฐานะหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเช่นกัน ได้มีคำชี้แจงแสดงความเชื่อมโยงกัน โดยมีรายละเอียดแตกต่างออกไปบ้าง “คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”

จากนั้นดำเนินไปตามขั้นตอน โดยจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน จัดทำเอกสาร “รายงานความเห็นของที่ปรึกษาการเงินอิสระเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์” เพื่อเสนอต่อผู้ถือหุ้น (ในกรณีนี้ จัดทำโดยบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2560) พร้อม ๆ กับ มีการนัดประชุมผู้ถือหุ้น และจบลงตามกรอบเวลาเมื่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีมติเห็นชอบอย่างล้นหลามอย่างที่ควรจะเป็นไป (ประชุมเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2560)

ว่าไปแล้ว เป็นระลอกคลื่นมาจากดีลใหญ่ กรณีขายกิจการเครือข่ายค้าปลีก Big C ในไทย ระหว่าง Casino Group แห่งฝรั่งเศส กับเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ถือเป็นดีลสายฟ้าแลบ (กำหนดให้จบภายใน 53 วัน แต่จบลงจริงเพียง 14 วัน) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2559 ตามเวลาในปารีส ฝรั่งเศส หรือ 22 มีนาคม ในเมืองไทย) Big C เข้าสู่ยุคใหม่เปลี่ยนเป็นกิจการของคนไทย

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน อย่างรวดเร็วตามแผนการที่กำหนดไว้ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์เข้าครอบหุ้นข้างมาก Big C (บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์) ประมาณ 58% รวมกับซื้อกิจการย่อยเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ เบอร์ลี่ยุคเกอร์จ่ายเงินเฉพาะในวันนั้น รวมทั้งสิ้นถึง 123,000 ล้านบาท

การเปลี่ยนแปลงที่ Big C เกิดทันทีทันใด เริ่มด้วยการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการบริษัทรวดเดียว 7 คน ส่วนใหญ่เข้ามาแทนชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนของ Casino Group แต่ยังคงเหลือผู้บริหารคนสำคัญ ๆ ไว้ (ปัจจุบันไม่มีตัวแทน Casino เหลืออยู่แล้ว) กรรมการเข้ามาใหม่ ย่อมมาจากฝ่ายกลุ่มทีซีซี

ตามมาอย่างกระชั้นชิด (28 มีนาคม 2559) เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จัดทำคำเสนอหลักทรัพย์ (Tender offer) ซื้อหุ้น Big Cส่วนที่เหลือทั้งหมดอีกประมาณ 41% โดยกำหนดวันให้ผู้ถือหุ้นเสนอขายไว้ช่วงหนึ่ง (ระหว่าง 29 มีนาคม-11 พฤษภาคม 2559) ใช้เงินอีก ประมาณ 88,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ดีลนี้จึงเป็นดีลธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มีมูลค่าถึงกว่า 200,000 ล้านบาท

การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการบริหาร Big C เข้าสู่ขั้นใหม่ ใช้เวลาเพียงเดือนเศษ (22 มีนาคม-3 พฤษภาคม 2559) ได้เวลาเปลี่ยนชุดคณะกรรมการบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ได้เปลี่ยนจากตัวแทน Casino Group (โรเบิร์ต เจมส์ ซิสเซล) มาเป็น อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารและผู้จัดการใหญ่ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โดยดำรงตำแหน่งควบกันไป

“ปัจจุบันบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่เป็นไปตามเกณฑ์ดำรงสถานะ สำหรับรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่มีชื่อปรากฏตามทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 (ครั้งหลังสุด) มีผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นรวมกันคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 2.06 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 15 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทจึงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ดำรงสถานะ อีกทั้ง BJC ไม่มีนโยบายที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในเครือที่ถือหุ้นในบริษัททำให้บริษัทไม่สามารถแก้ไขสัดส่วนการกระจายการถือหุ้นรายย่อยให้เป็นไปตามเกณฑ์ดำรงสถานะ บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มในอัตรา 2.0 เท่า ซึ่งจะเพิ่มขึ้นทุกปี ในอัตราปีละ 0.5 เท่าจากอัตราเท่าของปีก่อนหน้านอกเหนือจากค่าธรรมเนียมรายปี ตามแนวทางดำเนินการกรณีบริษัทจดทะเบียนกระจายการถือหุ้นรายย่อยไม่ครบถ้วน และตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง อัตราค่าธรรมเนียมในการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2558”

ข้างต้นคือ เหตุผลการเพิกถอนสำคัญอ้างจากความเห็นที่ปรึกษาการเงินอิสระผมเชื่อว่าในภาพที่กว้างกว่านั้น มีเหตุผลที่น่าสนใจกว่านั้นอันที่จริงเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ธุรกิจ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์โดยตรง “ในปี 2559 บีเจซีได้มีการขยายธุรกิจในส่วนของปลายน้ำ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น รุกตลาดค้าปลีก โดยการเข้าซื้อธุรกิจค้าปลีก บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในประเทศไทย ก็เป็นอีกก้าวสำคัญที่ยิ่งใหญ่ของบีเจซี” ดังคำกล่าวอย่างจริงจังของ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทั้งเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (อ้างจาก http://www.bjc.co.th)

เมื่อพิจารณารายงานผลประกอบการประจำปี 2559 เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จะพบว่ามีการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ (โปรดพิจารณาข้อมูลทางการเงิน –ได้นำเสนอในตอนก่อน ๆ อีกครั้ง) อันเนื่องมาจากได้รวมผลประกอบการของบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์เข้ามา ตั้งแต่ 21 มีนาคม 2559 เฉพาะรายได้เติบโตขึ้นอย่างมาก จากระดับ 40,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 3 เท่า ทะลุกว่าหนึ่งแสนล้านบาท หรือกล่าวในมิติหนึ่งรายได้หลักประมาณ 2 ใน 3 ของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์มาจาก Big Cเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ มีฐานะเป็นบริษัทสำคัญของกลุ่มทีซีซี เป็นบริษัทแกนของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและการค้า

1 ใน 5 กลุ่มธุรกิจหลักในเครือข่ายธุรกิจกลุ่มทีซีซี (อ้างจาก http://www.tccholding.com/index.php?controller=business) ภาพนั้นได้เปลี่ยนไปพอสมควร เป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกอย่างเต็มตัว

อีกมิติหนึ่งเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ได้กลายบริษัทหลักของกลุ่มทีซีซี มีการพัฒนา มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ และโครงสร้างการบริหารอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และดูลงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะได้กลายเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยดูโดดเด่นที่สุดของกลุ่มทีซีซีก็ว่าได้ สามารถเทียบเคียงกับกิจการหลักในเครือข่าย ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยเฉพาะ ไทยเบฟเวอเรจ Fraser and Neave และ Frasers Centrepoint พิจารณาเฉพาะความสามารถในการแสวงรายได้ (ดูจากงบการเงิน) เบอร์ลี่ ยุคเกอร์เป็นรองแค่ไทยเบฟเวอเรจ ทั้งนี้มีรายได้ (เปรียบเทียบ ณ สิ้นปี 2559) มากกว่าทั้ง Fraser and Neave และ Frasers Centrepoint ด้วย เท่าที่มีข้อมูลกิจการหลักอื่น ๆ โดยเฉพาะ กลุ่มอาคเนย์ (บริษัทหลักของกลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน) ถือว่ามีรายได้ยังอยู่ในระดับพันล้านบาท

ขณะที่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกจำนวนหนึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ อย่างกระจัดกระจายมีเป็นกลุ่มก้อนบ้างในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะบริษัทแผ่นดินทองพรอพเพอร์ตี้และบริษัทยูนิเวนเจอร์ จากรายงานผลประกอบการมีรายได้ในระดับเพียงหมื่นล้านบาท

ในเชิงประวัติศาสตร์ในฐานะบริษัทศตวรรษซึ่งกลุ่มทีซีซีภาคภูมิใจ เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ถือว่ามีฐานะทัดเทียมกับ Fraser and Neave เครือข่ายธุรกิจชั้นนำของสิงคโปร์ ทั้งสองกิจการมีตำนานคล้าย ๆ กัน ก่อตั้งขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ก่อตั้งปี 2425 ก่อน Fraser and Neave เพียงปีเดียว) ในยุคเดียวกัน ยุคอาณานิคม