เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
Politics รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
Politics เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
Real Estate 2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
World ‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
Finance เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
ดูทั้งหมด

“เรืองไกร” เตรียมร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน.พรุ่งนี้ บอกกม.อาญานักการเมืองขัดรัฐธรรมนูญ

23 ก.ค. 2560 | 14:31น.
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า หลังจากศึกษาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. …. พบว่ามาตรา 3 บัญญัติให้ยกเลิกกฎหมายเดิม 2 ฉบับ คือ 1.พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 และ 2.พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 พ.ศ.2550
นายเรืองไกรกล่าวว่า มาตรา 13 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ที่แก้ไขเมื่อปี 2550 เป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งนี้ตามที่นายเกรียงไกร จึงจตุรพิธ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พูดแถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551 โดยสรุปว่าผู้พิพากษาเองก็เห็นว่ามาตรา 13 ที่แก้ไขให้องค์คณะผู้พิพากษาจำนวน 9 คน มีผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาได้ไม่เกิน 3 คนนั้น ขัดต่อมาตรา 219 วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 ดังนั้น เมื่อนำคำพูดของนายเกรียงไกรไปพิจารณากับกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง จึงมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าบทบัญญัติมาตรา 13 วรรคสาม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปี 2550 นั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 219 วรรคสี่ เพียงแต่ศาลหรือคู่ความยังไม่มีการร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้น ตนจึงต้องส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
นายเรืองไกรกล่าวว่า นอกจากนี้ตนยังสงสัยกระบวนการตรากฎหมายดังกล่าวเมื่อปี 2550 ด้วยว่า กฎหมายฉบับนี้จะเป็นอีกฉบับหนึ่งที่ตราโดย สนช. ที่องค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่งด้วยหรือไม่ เมื่อไปตรวจสอบรายงานการประชุม สนช.ครั้งที่ 29 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ก็พบว่าในวันนั้น สนช. มีสมาชิกทั้งสิ้น 239 คน แต่กฎหมายดังกล่าวได้มีการลงมติในวาระที่ 3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 111 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง ซึ่งเท่ากับว่าในขณะลงมตินั้นมีสมาชิก สนช.ในที่ประชุมสภาเพียง 112 คน ไม่ถึง 120 คน ซึ่งเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ 239 คน ผลก็คือองค์ประชุมไม่ครบตามความในรัฐธรรมนูญ 2549 มาตรา 9 ซึ่งยังใช้อยู่ในขณะนั้น และหากพิจารณาตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยร่างกฎหมายที่ตราโดย สนช.ในสมัยเดียวกันให้ตกไปเพราะองค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จำนวน 7 ฉบับ จะเห็นได้ว่ากฎหมายมาตรา 13 ดังกล่าวที่มีการลงมติโดยองค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่งนั้น ถือเป็นกระบวนการตรากฎหมายที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ยังถูกนำมาใช้ในการพิจารณาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

นายเรืองไกรกล่าวว่า สิ่งที่พบเท่ากับว่าในศาลฎีกาอาจมีการใช้บทบัญญัติของกฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด และมิหนำซ้ำยังอาจมีการใช้กฎหมายที่ตราโดยไม่ชอบรัฐธรรมนูญอยู่อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นมาจนกระทั่งทุกวันนี้ เพราะประธานแผนกคดีศาลอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พูดไว้ชัดเจนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

นายเรืองไกรกล่าวสรุปว่า เรื่องที่พบเป็นประเด็นความผิดพลาดถึง 2 ชั้น ดังนั้น เมื่อตนมาพบแล้วแม้เวลาจะผ่านไปนานร่วม 10 ปีแล้ว แต่เพื่อให้ประเทศไทยเป็นนิติรัฐอย่างถูกต้อง ก็ต้องใช้ช่องทางส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้บทบัญญัติของกฎหมายหรือกฎหมายดังกล่าวสิ้นผลไปโดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนบุคคลใดในฐานะคู่ความแต่ละคดีที่ได้รับผลกระทบทั้งทางคดีที่เกี่ยวข้อง จะไปร้องหาความชอบธรรมคืนมาเองหรือไม่ ก็เป็นสิทธิของคู่ความในแต่ละคดี แต่สำหรับตนก็จะใช้สิทธิร้องเพื่อให้สังคมเห็นหลักการที่ถูกต้องโดยทั่วไปก่อน โดยไปยื่นหนังสือเรื่องนี้ด้วยตนเองที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น. พร้อมทั้งขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งให้ศาลซึ่งเห็นเองในบทบัญญัติเรื่ององค์คณะดังกล่าวให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงอีกด้วย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์