กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 130 ปี เฉลิมชัย รุกโมเดล BCG
เฉลิมชัย ศรีอ่อน
ครบรอบ 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมมุ่งพัฒนาที่ยั่งยืน “เฉลิมชัย” รุกขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model สร้างความมั่นคงอาหาร สู่ปี ค.ศ. 2030 ภายใต้กรอบเอเปก
วันที่ 1 เม.ย. 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลัง การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 130 ปี ว่า สืบเนื่องจากวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครบรอบ 130 ปี โดยอนาคตจะมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน

อาทิ การขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การพัฒนากุ้งสู่ความยั่งยืน การอนุรักษ์ต่อยอดภูมิปัญญาลวดลายผ้าไหมไทยสู่ความยั่งยืน การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมให้เหมาะสม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และสมาชิกสหกรณ์รุ่นใหม่ สร้างเกษตรไทยเข้มแข็ง โดยภาคการเกษตรยังเป็นระบบเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2565 กระทรวงเกษตรยังคงมีแนวทางในการพัฒนาภาคการเกษตรใน 5 ยุทธศาสตร์ ทั้งยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ยุทธศาสตร์เทคโนโลยี 4.0 ยุทธศาสตร์ “3S”
โดยยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน และยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา ซึ่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เกษตร การเพิ่มผลผลิตของภาคการเกษตร การเพิ่มพื้นที่ชลประทาน และการเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร
“อย่างไรก็ตาม ขอให้คำมั่นต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชนว่า บุคลากรของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพื่อรับฟังปัญหาและนำมาปรับปรุงแก้ไขอย่างเต็มความสามารถ พร้อมทั้งจะพัฒนาศักยภาพให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน เพื่อนำพาประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า ภาคการเกษตรมีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 กรอบเอเปก โดย สศก.เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่า การประชุมได้เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมในแผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 ของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปก ภาครัฐ ภาคเอกชน คณะทำงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงอาหาร รวมถึงองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
โดยข้อมูลที่ได้รับการประชุมเชิงปฏิบัติการจะนำมาประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 (Implementation Plan on The Food Security Roadmap towards 2030) ซึ่งจะเป็นเอกสารสำคัญในการพัฒนาการดำเนินงานด้านความมั่นคงอาหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และให้สมาชิกเอเปกมีแผนที่ชัดเจน มีเป้าหมาย และวัดผลได้ และสามารถบรรลุความมั่นคงอาหารและโภชนาการได้ภายในปี ค.ศ. 2030
โดยกำหนดประเด็นสำคัญ 6 หัวข้อ ได้แก่ 1.เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม 2.ผลิตภาพ 3.ความครอบคลุม 4.ความยั่งยืน 5.ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชน และ 6.การกำหนดเป้าหมายที่ชาญฉลาด และการดำเนินการตามแผนงานความมั่นคงอาหารเอเปก มุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 โดยจะมีการรับรองแผนปฏิบัติการภายใต้แผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 ในการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปก ในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ต่อไป
