เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
Finance ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
Politics นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
Finance ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
ดูทั้งหมด

ลดผูกขาดธุรกิจพลังงาน 4 ล้านล้าน โจทย์ใหญ่ “กกพ.”

08 พ.ค. 2565 | 07:55น.
พลังงาน

ธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล หากดูเฉพาะกลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะพบว่าปี 2564 ธุรกิจกลุ่มนี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 4.04 ล้านล้านบาท

แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจเฉพาะที่ “ตลาดยังจำกัดอยู่ที่รายใหญ่” ดังนั้น การวางมาตรการกำกับดูแลลดการผูกขาดในธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จัดเวทีเสวนา “การกำกับการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันในกิจการพลังงาน” แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการแข่งขัน สร้างความเป็นธรรมให้ธุรกิจพลังงาน

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า กกพ.มุ่งเน้นการกำกับดูแลและส่งเสริมให้กิจการพลังงานเกิดการแข่งขัน ไม่ใช่การผูกขาด โดยให้ความสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.ข้อมูลสำคัญมาก ธุรกิจหรือคนแข่งใหม่ ๆ จะได้ตัดสินใจได้ เพราะข้อมูลมีค่าใช้จ่ายหายาก 2.ตัวระเบียบพอรายเล็กมาปฏิบัติกลายเป็นภาระ 3.การเข้าไปบังคับใช้ตัวระเบียบให้เกิดประสิทธิภาพ

เสมอใจ ศุขสุเมฆ

ขณะที่แนวทางการกำกับดูแลกิจการพลังงานนั้น จำเป็นต้องออกมาในลักษณะส่งเสริมไม่ใช่เป็นการสร้างต้นทุนหรือกีดกันผู้ประกอบการรายเล็กเข้ามาแข่งขัน ซึ่งประเด็นนี้การให้ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่จะตัดสินใจเข้ามาแข่งขัน เพราะกฎระเบียบบางอย่างมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หรืออาจจะไม่เอื้อผู้ประกอบการรายเล็กอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้น สิ่งสำคัญจะต้องวางแนวทางที่สร้างประโยชน์กับทุกฝ่ายให้มากที่สุด ไม่ให้เกิดการผูกขาด

“กกพ.ต้องระวังเรื่องการผูกขาด บางครั้งกฎหมายที่ออกมา เช่น ไฟฟ้า บางทีไปกีดกันรายเล็ก ๆ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโดยที่เราเองอาจไม่รู้ตัว เช่น ระเบียบที่ยุ่งยากกว่าจะขออนุญาตได้ยาวมาเป็นปี รายเล็กเขาก็ไม่อยากทำกรณีอุทธรณ์เร่งด่วน 3 วัน กลายเป็น 90 วันล้มละลายไปแล้ว ยกตัวอย่างแบบนี้ไม่ไหว แข่งขันไม่เท่ากัน”

คมกฤช-ตันตระวาณิชย์

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า
หลังจากได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการกำกับดูแลการแข่งขันในการประกอบกิจการพลังงานกับ กขค.ไปก่อนหน้านี้ มุ่งหวังว่าจะสร้างกรอบแนวทางในการกำกับดูแลกิจการพลังงานร่วมกัน เพื่อสร้างความชัดเจนให้แก่ผู้ประกอบการและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้ใช้พลังงาน

“ก๊าซ” ผูกขาดโดยธรรมชาติ

นายพิทักษ์ จรรยพงษ์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า กิจการก๊าซธรรมชาติของไทยมีลักษณะเปรียบเสมือนการผูกขาดโดยธรรมชาติ ธุรกิจนี้เริ่มเมื่อปี 2524 เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนที่สูงมาก รายแรกที่ระดมทุนกิจการก๊าซธรรมชาติ คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมกิจการโดยมีการเซ็นสัญญาในระยะยาว อย่างเช่น โรงไฟฟ้าเซ็นสัญญายาวถึง 25 ปี และแต่ละสัญญาเมื่อครบอายุไม่เท่ากัน นั่นจึงทำให้รายใหม่เข้ามาแข่งขันยากขึ้น

ทั้งนี้ รูปแบบกิจการก๊าซธรรมชาติจะเป็นในลักษณะซื้อมา-ขนส่งและก็ขายออกไป การใช้ก๊าซธรรมชาติในไทย 50-60% ใช้ในกิจการไฟฟ้า และอีก 16.5% ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ส่วนที่เหลือใช้ใน NGV โดยจะอาศัยการขนส่งทางท่อเป็นหลัก ซึ่งทำให้ “กลุ่มที่อยู่ใกล้ท่อ”เป็นผู้ที่ได้ประโยชน์ ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในภาคกลาง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้ปรับให้มีการขนส่งทางอื่นทั่วประเทศ โดยการแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเป็นของเหลว ให้สามารถขนส่งได้ ทางรถขนส่งเพิ่มจากเดิมที่ขนส่งทางท่อ เพื่อเปิดกว้างให้มีการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งลูกค้าในกลุ่มก๊าซธรรมชาติปัจจุบันมีประมาณ 900 ราย แต่มูลค่าการซื้อขายต่อปีประมาณ 500,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลส่งเสริมให้มีการแข่งขันมากขึ้นในกิจการก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีการทดลองเปิดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือ กฟผ.เข้ามาแข่งขันกับ ปตท.ได้

ลดผูกขาดเปิดเชื่อมต่อท่อส่งก๊าซ

นายภูวนารถ ชุณหปราณ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับการจัดหาและควบคุมระบบก๊าซธรรมชาติ กล่าวว่า การกำกับกิจการพลังงานจะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.กำกับดูแลกิจการ 2550 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งเสริมการแข่งขัน ปกป้องผู้ใช้ ปัจจุบัน กกพ.กำกับกิจการหลัก 2 กิจการ คือ ไฟฟ้า มี 5 ประเภทใบอนุญาต และก๊าซธรรมชาติ มี 4 ประเภทใบอนุญาต

สำหรับกิจการด้านก๊าซธรรมชาติมีการส่งเสริมการแข่งขัน โดยผลักดันให้มีรูปแบบที่ง่ายขึ้น ตั้งแต่การจัดหาก๊าซ การหาลูกค้า ซึ่งทางสำนักงานได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2557 ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อท่อก๊าซธรรมชาติหรือสถานี NGV ที่เก็บของเหลวซึ่งเป็นกิจการที่ลงทุนสูงและค่อนข้างผูกขาดได้ โดยเปิดให้บุคคลที่ 3 สามารถเชื่อมต่อระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นของ ปตท.ตั้งแต่ปี 2557 และมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในปี 2558

และในปี 2560 ได้ให้ กฟผ.เป็นผู้จัดหารายใหม่ของประเทศในก๊าซธรรมชาติ ทดสอบการนำเข้า LNG 2 ลำเรือในปี 2562 ทั้งยังได้มีการศึกษาและปรับรูปแบบการกำกับดูแลให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อมีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้น ทาง กกพ.ได้มีการออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใหม่ในการจัดการขนส่งก๊าซธรรมชาติ และเมื่อเมษายน 2564 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบโครงสร้างกิจการก๊าซธรรมชาติระยะที่ 2 ให้สอดคล้องกับการเปิดเสรีทั้งระบบท่อและสถานี LNG โดยมีการกำหนดโครงสร้างใหม่ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการใช้งาน

เปิดแข่งขันโรงไฟฟ้าชุมชน

อีกด้านหนึ่ง นางสาวจีรวรรณ โรจน์เจริญชัย ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับการจัดหาและควบคุมระบบไฟฟ้า กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เป็นหนึ่งในโครงการที่เปิดให้ทั้งประเทศได้มีการแข่งขัน “ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า” เข้าสู่ระบบโดยไม่ได้จำกัดพื้นที่

หน้าที่ กกพ.คือการกำหนดหลักเกณฑ์และออกกฎระเบียบ เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้รับซื้อไฟ

ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้าชุมชนประเภทพลังงานชีวภาพ (biogas) ขนาด 3 เมกะวัตต์ และพลังงานชีวมวล (biomass) ขนาด 6 เมกะวัตต์ ซึ่งได้นำร่องเฟสแรกไปแล้วตามเป้าหมาย 150 เมกะวัตต์ โดยมีผู้ชนะการประมูล 43 ราย รวม 149.50 เมกะวัตต์ จากที่ยื่นสมัครมาถึง 246 ราย รวม 864 เมกะวัตต์ เกินเป้าหมาย 5.7 เท่า

มีการกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์กำหนดให้ผู้ร่วมโครงการจะต้องเป็นบริษัทที่ภาคเอกชนถือหุ้น 90% และอีก 10% เป็นหุ้นบุริมสิทธิให้กับวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่าย ซึ่งจะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 200 ครัวเรือน และขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

และอีกเงื่อนไขที่สำคัญคือ เชื้อเพลิงที่ใช้ 80% ต้องปลูกโดยวิสาหกิจชุมชนหรือเกษตรกรผ่านระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งป้อนให้กับโรงไฟฟ้า และผลประโยชน์ที่โรงไฟฟ้าจะให้กับชุมชน นอกจากค่าเชื้อเพลิงแล้วต้องตกลงในเรื่องการศึกษา สาธารณสุข เป็นต้น

ผลสำเร็จจากโครงการนี้ไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ยังถือว่าเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในกิจการพลังงานอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พลังงาน