เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ม็อบรถบรรทุก บุก ก.พลังงาน อัด ครม. ลดภาษี E20-B20 ‘เกาไม่ถูกที่คัน’ ขู่ปักหลักยาว
Economic ม็อบรถบรรทุก บุก ก.พลังงาน อัด ครม. ลดภาษี E20-B20 ‘เกาไม่ถูกที่คัน’ ขู่ปักหลักยาว
ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
Automotive ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ข่าวหน้า 1 ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ข่าวหน้า 1 ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ข่าวหน้า 1 ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ดูทั้งหมด

จับตาปัญหาเศรษฐกิจ สุดซับซ้อนที่ ‘ญี่ปุ่น’

11 พ.ค. 2565 | 11:22น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจ
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ทั่วโลกรู้กันดีว่า “ฮารุฮิโกะ คูโรดะ” ผู้ว่าการธนาคารกลาง หรือแบงก์ชาติของญี่ปุ่น ใช้เวลาตลอดระยะ 9 ปีที่ผ่านมา อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาด ผ่านมาตรการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำเตี้ยจนถึงขนาดติดลบ และมาตรการกว้านซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อสร้างเม็ดเงินสำหรับนำไปใช้ในโครงการอุดหนุนต่าง ๆ จากภาครัฐมากมาย

เป้าหมายเพื่อกระตุกให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น 2% ภายในประเทศ ที่เชื่อกันว่าจะนำไปสู่การเพิ่มอัตราค่าจ้างและกำลังซื้อขึ้นตามมา นำเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหลุดพ้นจากบ่วง ภาวะเงินฝืด ที่ประเทศติดกับอยู่นานกว่าสองทศวรรษเต็ม ๆ เสียที

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก็คือ ในเวลานี้สถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นในยูเครนทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อแผ่กระจายออกไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่กับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์พากันคาดการณ์ว่า จะเริ่มได้เห็นภาวะเงินเฟ้อที่ระดับ 2% หรืออาจจะสูงกว่านั้น ในช่วงไม่ช้าไม่นานนี้

ราคาสินค้าหลายสิ่งหลายอย่างถีบตัวขึ้นสูงมากในญี่ปุ่น ราคาพลังงานกระโดดพรวดขึ้นไป 20.8% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1981 ราคาน้ำมันปรุงอาหาร เพิ่มรวดเดียว 34.7% ดัชนีราคาผู้ผลิต สำหรับใช้วัดเงินเฟ้อในระดับขายส่ง เพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของหนึ่งปีที่ผ่านมา

ภาวะเงินเฟ้อพุ่งขึ้นตามที่ต้องการ แล้วทำไมถึงไม่มีใครตื่นเต้นดีใจกัน ?

คำตอบคร่าว ๆ ที่พอจะทำให้เข้าใจเหตุผลได้ดีที่สุดก็คือ เป็นเพราะภาวะเงินเฟ้อที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่ภาวะเงินเฟ้อแบบที่ญี่ปุ่นต้องการนั่นเอง

ภาวะเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในเวลานี้ เป็นภาวะเงินเฟ้อที่ “นำเข้า” มาจากสถานการณ์ภายนอกประเทศ ไม่ใช่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวขยายตัวตามกลไกของเศรษฐกิจภายในประเทศ

เงินเฟ้อนำเข้าที่ว่านี้ รังแต่จะทำให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นซื้อหาข้าวของเครื่องอุปโภคบริโภคลดลงไปอีก ไม่ใช่ซื้อเพิ่มมากขึ้น ไม่ก่อให้เกิดการขึ้นค่าแรงภายในประเทศ ที่จะทำให้เงินในกระเป๋าของคนญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เพิ่มการจับจ่าย
ใช้สอยกันมากขึ้น ก่อให้เกิดกลไกต่อเนื่องที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวเติบโตอีกครั้งแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ปัญหาของญี่ปุ่นอยู่ตรงที่สินค้าต่าง ๆ ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภค หรือสินค้าที่เป็นวัตถุดิบ แทบทั้งหมดเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ

สินค้าอาหารที่คนญี่ปุ่นบริโภคกันอยู่ 60% เป็นสินค้าที่นำเข้า พลังงานที่ใช้กันอยู่ในประเทศ 95% เป็นพลังงานที่นำเข้าจากภายนอกประเทศ โดยเฉพาะพลังงานน้ำมัน

ที่ผ่านมา โครงการอุดหนุนจากภาครัฐ ช่วยให้สินค้าเหล่านี้คงระดับราคาอยู่ในระดับต่ำ พร้อม ๆ กับที่ไม่กระทบต่อบริษัทธุรกิจ ที่สามารถส่งผ่านต้นทุนสูงออกไปได้

รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี “ฟูมิโอะ คิชิดะ” ก็ยืนกรานจะทำแบบเดียวกันนั้น เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นสามารถรับมือกับราคาสินค้าที่พุ่งพรวดได้

คิชิดะเชื่อด้วยว่า สถานการณ์เช่นนี้อาจช่วยผลักดันแนวนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่ต้องการสร้าง “ทุนนิยมในรูปแบบใหม่” เพื่อกระจายรายได้จากบริษัทธุรกิจที่มั่งคั่งไปสู่ประชาชนทั่วไปให้มากขึ้นด้วยการก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เหมาะกับการขึ้นค่าแรงขึ้นในประเทศ

แต่การผลักดันให้บริษัทผู้ผลิตขึ้นค่าแรงในยามที่ต้นทุนและวัตถุดิบทุกอย่างแพงขึ้น ดูเหมือนเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขาในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์

นั่นทำให้เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นคราวนี้ไม่เป็นผลดีใด ๆ ต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเลยแม้แต่น้อย

และที่ทำให้ปัญหาซับซ้อนมากยิ่งขึ้นคือการดิ่งลงอย่างรวดเร็วของค่าเงินเยน ที่ร่วงลงไปกว่า 10% แล้วในปีนี้ อันจะส่งผลให้ช่องว่างของความมั่งคั่งที่คิชิดะตั้งเป้าจะบีบให้ลดน้อยลง มีแต่จะถ่างกว้างมากขึ้น

ที่สำคัญที่สุดก็คือ “ค่าเงินเยน” ยิ่งร่วงลงไปมากเท่าใด ปริมาณหนี้ของรัฐบาลก็จะยิ่งพอกพูนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

อย่าลืมว่า ในเวลานี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก จากมาตรการกระตุ้นเงินเฟ้อในช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของหนี้รัฐบาลที่อยู่ในมือของแบงก์ชาติญี่ปุ่นสูงถึง 92% ของจีดีพี ในปี 2020 เทียบกับ 22% ในสหรัฐอเมริกา และ 18% ในเยอรมนี ถือว่าหนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง

ขณะที่แนวทางแก้ปัญหาเงินเฟ้อและค่าเงิน อย่างเช่น การขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็ทำไม่ได้ เพราะจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักงันและหดตัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

คำถามสำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือ สถานการณ์เช่นนี้จะนำไปสู่อะไร ?

เป็นอย่างที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนเอาไว้ว่า “ญี่ปุ่น” กำลังเผชิญกับปัญหาซึ่งสามารถทำให้เศรษฐกิจหดตัวลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

หรือกลับมายืนหยัดขยายตัวใหม่ได้อีกครั้ง อย่างที่แบงก์ชาติยืนกรานกันแน่นั่นเอง