เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
QUICK เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 7.96% กางแผนโตไม่ต่ำ 20% ลุย AI-Dealer ปั้นรายได้ใหม่
Finance QUICK เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 7.96% กางแผนโตไม่ต่ำ 20% ลุย AI-Dealer ปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยปิดเช้าลบ 8.49 จุด DELTA ฉุดดัชนีร่วง โบรกฯ ชี้บ่ายยังแกว่งลบ
Finance หุ้นไทยปิดเช้าลบ 8.49 จุด DELTA ฉุดดัชนีร่วง โบรกฯ ชี้บ่ายยังแกว่งลบ
ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว
Finance ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว
พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
Real Estate ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
Automotive NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
Economic เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
Politics นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
Economic น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
Politics อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
ดูทั้งหมด

สภาความมั่นคง คุมเศรษฐกิจ จาตุรนต์ ดักคอ วิษณุ ศรีธนญชัย

01 ก.ค. 2565 | 18:36น.
จาตุรนต์ ฉายแสง

อดีตรองนายกรัฐมนตรี จาตุรนต์ แย้งความเห็น วิษณุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ปมให้สภาความมั่นคงคุมเกมแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำสัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงการที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แม้ภายหลัง เลขา สมช.จะออกมาชี้แจงเป็นเพียงผู้ประสานงานคอยอำนวยความสะดวกว่า

รองนายกฯวิษณุมาแบบศรีธนญชัยอีกแล้ว ที่เฉไฉว่า “เขาไม่ได้ให้เลขาฯสมช. มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพียงแต่ให้มาวางโครงสร้างการทำงาน…” แต่ผมฟังการชี้แจงของเลขาสมช.เรื่องการแก้ปัญหาพลังงาน เงินเฟ้อ ของแพงแล้ว จะเห็นว่าสมช.กำลังวางตัวเองเป็นผู้ดูแลการแก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งหมด ไม่ใช่แค่จัดประชุม เพราะตอบปัญหาต่าง ๆ เป็นฉาก ๆ ไปหมด ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจและไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเลย

ส่วนที่บอกว่า “เป็นเพราะเรื่องพลังงานไม่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างอะไร มีกระทรวงพลังงานจัดการอยู่ แต่ปัจจุบันพบว่ามีการกระทบกับราคาสินค้าซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ กระทบกับผู้บริโภค และหลายภาคส่วน จึงต้องวางโครงสร้างเพื่อบูรณาการใหม่ ตรงนี้ต้องใช้อำนาจของ สมช.ดำเนินการ” ก็เป็นการชี้แจงที่ผิดอย่างแรง เพราะการวางโครงสร้างการแก้ปัญเศรษฐกิจไม่ใช่หน้าที่กงการอะไรของสมช.

“รองวิษณุชี้แจงแบบนี้ยิ่งทำให้แก้แก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้เข้ารกเข้าพงหนักเข้าไปอีก ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานนั้น หน่วยงานที่เป็นหลักควรจะเป็นกระทรวงการคลังกับสภาพัฒน์ จะให้ใครเป็นฝ่ายเลขาก็แล้วแต่ประเด็นปัญหา ไม่ใช่ สมช.แน่นอน”

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การที่นายกฯ มอบ สมช.แบบนี้เพราะคุ้นเคยกับการเป็นทหารที่ถนัดที่จะใช้งานหน่วยงานด้านความมั่นคงซึ่งนอกจากแก้ปัญหาที่เผชิญหน้าอยู่ไม่ได้แล้ว ยังจะทำให้นักลงทุนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศขาดความเชื่อถือกระทบต่อการลงทุนและจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในระยะกลางและระยาวด้วย เรื่องนี้ถึงที่สุดแล้วปัญหาอยู่ที่นายกฯ แต่แทนที่รองฯวิษณุ ซึ่งเข้าใจระบบราชการดีอยู่แล้วจะทักท้วง กลับยุส่งให้เลอะเทอะไปกันใหญ่

ส่วนการที่รองฯวิษณุ อ้างถึงการให้ สมช.ทำเรื่องโควิดนั้น ความจริงเป็นการยกตัวอย่างถึงความผิดพลาดอย่างมากของรัฐบาล การที่ใช้ สมช.เป็นหลักในการรับมือกับสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ขาดการให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจเสียหายไปมากกว่าที่จำเป็น