ทุกวันนี้การเเข่งขันในสมรภูมิ
ธุรกิจดุเดือดมากยิ่งขึ้น การตลาดเเบบเดิม ๆ ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้
องการของลูกค้าได้อีกต่อไป จึงต้องคอยปรับเปลี่ยนเเละพั
ฒนาธุรกิจให้ก้าวทันอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงบริการพัฒนาธุรกิจต่
างๆ ก็เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคั
ญของเหล่าผู้ประกอบการรายย่อยที่
มีเงินทุนน้อย
เพื่อเปิดโอกาสให้ SME ไทยยกระดับสินค้าเเละบริการให้ทันสมัย ทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสวฺ.) จึงออกมาตรการดีๆ อย่าง “SME ปัง ตังได้คืน” ทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท มาช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบการ แบบร่วมจ่าย หรือ co-payment ในสัดส่วนถึงร้อยละ 50–80 สูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ เเบ่งเป็น
กลุ่มธุรกิจ Micro SME หรือรายย่อย ที่มีรายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ในการช่วยเหลืออุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาไม่เกิน 80% สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท
กลุ่มธุรกิจขนาดย่อม ในภาคการผลิต มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และภาคการค้า และภาคบริการ มีรายได้ไม่เกินปีละ 50 ล้านบาท รับเงินสนับสนุนร้อยละ 50 – 80 สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
ทั้งนี้ จะต้องดำเนินธุรกิจต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี ผลประกอบการกำไรหรือขาดทุนไม่สำคัญ
โดยเปิดให้ SME มาเลือกใช้บริการพัฒนาธุรกิจต่างๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS (https://bds.sme.go.th/) ที่ สมัครง่าย อนุมัติไว ตังได้คืน เเละตั้งเป้าว่าภายในปี 2565 จะช่วยเอสเอ็มอีให้ได้กว่า 6,000 ราย
เบื้องต้น สสว. พิจารณาผู้ประกอบการ 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
1) กลุ่มท่องเที่ยว (Restart) เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร บริการเพื่อสุขภาพ นำเที่ยวหรือจำหน่ายของที่ระลึก เพื่อพลิกธุรกิจขานรับนโยบายเปิดประเทศ
2) กลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม (Food) รวมไปถึงการผลิตยาและสมุนไพร
3)กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น อุตสาหกรรมการบิน อากาศยานและเครื่องมือแพทย์
4)กลุ่ม BCG เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว กลุ่มเกษตรแปรรูป และการค้าและบริการอื่น ๆ
ในระยะเเรก หมวดค่าใช้จ่ายที่จะได้รับเงินสนับสนุน จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาใน 3 ด้าน คือ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และการพัฒนาการตลาดต่างประเทศ เช่น ค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรองมาตรฐาน การต่ออายุมาตรฐานต่าง ๆ อย่าง อย. / ISO / GMP / Q Mark / ค่าเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาการค้าหรือจับคู่ธุรกิจทั้งในประเทศต่างประเทศ / ค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาแนะนำ การจัดทำแผนขยายสินค้าเเละบริการไปยังภูมิภาคหรือประเทศอื่น ฯลฯ
โดยบริการที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ บริการการจัดทำฉลากโภชนาการ บริการเตรียมความพร้อมเพื่อรับรองเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ บริการขออนุญาต อย. และบริการให้คำปรึกษาการจัดทำระบบมาตรฐานฮาลาล
สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่สนใจรับบริการพัฒนาธุรกิจต่างๆ เเบบมีคน ‘ช่วยจ่าย’ สามารถสมัครได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ https://bds.sme.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1301 , 0-2038-5858 หรือศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร หรือ OSS สสว.ในทุกจังหวัด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เมื่อพัฒนาธุรกิจให้ทันสมัย มีมาตรฐานเเละตรงใจผู้บริโภคเเล้ว ก็มีโอกาสที่จะค้าขายดีขึ้น ผลกำไรก็มากขึ้นตามไปด้วย นำสู่การต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงเเละอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว