เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
World บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
Biz Movement เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
SET วันนี้ (13 ก.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด สงครามยังกดดัน
Finance SET วันนี้ (13 ก.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด สงครามยังกดดัน
การบินไทยยกระดับ “รอยัล ออคิด พลัส” สู่ New Chapter : Power of Plus คุณค่าที่มากกว่า “สะสมไมล์”
Economic การบินไทยยกระดับ “รอยัล ออคิด พลัส” สู่ New Chapter : Power of Plus คุณค่าที่มากกว่า “สะสมไมล์”
วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน ทุบหม้อข้าว ‘คนลุ่มน้ำกก’
Economic วิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน ทุบหม้อข้าว ‘คนลุ่มน้ำกก’
“ชัชชาติ” สั่งเร่งยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหตุสลดโรงเบียร์ จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง
Economic “ชัชชาติ” สั่งเร่งยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหตุสลดโรงเบียร์ จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลด 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ปรับลด 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (13 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

“ดิทโต้” ลุย “กรีนเทคฯ” ลดโลกร้อน

01 พ.ย. 2565 | 08:00น.

สืบเนื่องจาก “พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของการ ประชุมรัฐภาคี กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วย “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26)” ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ได้กล่าวถ้อยแถลงเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ยืนยันว่า 

“ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050และเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ในปี ค.ศ. 2065”

ไทยตั้งเป้า 10 ปีปลูกป่า 3 แสนไร่

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการป่าชายเลนจึงได้จัดทำ “โครงการปลูกป่าชายเลน” เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตโดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 10 ปี(พ.ศ. 2565 – 2574) ตั้งเป้าหมายปลูกป่าให้ได้เนื้อที่ 300,000 ไร่ ในพื้นที่ 23 จังหวัด

ที่สำคัญโครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้ “ภาคเอกชน” และชุมชนชายฝั่งเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (Thailand Voluntary Emission Reduction Program :T-VER) ซึ่งเป็นการรองรับภารกิจข้อตกลงการมีส่วนร่วมและมีเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกในอนาคตอีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก หรือเสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่สภาพเป็นป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์ 

บริษัทที่เข้าร่วมปลูกป่ามีหน้าที่เพียงสนับสนุนเงินทุนในการปลูกป่าชายเลนในปีแรก และสนับสนุนเงินทุนให้ชุมชนได้มีรายได้ในการเป็นผู้ดูแลรักษาป่าต่อเนื่องไปอีก 30 ปี ส่วนบริษัทเราก็จะได้คิดคำนวณคาร์บอนเครดิตเพื่อใช้ประโยชน์ทางธุรกิจยาวนานถึง 30 ปีเช่นกัน และที่สำคัญป่ายังเป็นของพี่น้องประชาชนยังสามารถเข้าไปหาปูหาปลาเพื่อการดำรงชีพตามวิถีชีวิตในเขตป่าชายเลนได้ตามปกติทุกอย่าง

ทั้งนี้ มีเป้าหมายในการดูดก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศให้ได้ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่าภายในปี พ.ศ. 2580 ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ. 2065 ตามที่ประเทศไทยแถลงไว้ เมื่อคราวประชุม COP26 

ในส่วนของพื้นที่ปลูกป่านั้น ในเบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายดำเนินการปี พ.ศ. 2565เนื้อที่ 44,712.99 ไร่ ใน 19 จังหวัด โดยผู้พัฒนาโครงการ (บุคคลภายนอก) จะได้รับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตร้อยละ 90 หรือตามที่ตกลงกัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะได้รับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการดำเนินการ ร้อยละ 10 และทางกรมจะจัดสรรจำนวนคาร์บอนเครดิตจำนวนกึ่งหนึ่งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งแปลงโครงการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของชุมชนชายฝั่งที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

“ดิทโต้” ตั้งเป้าปลูกป่าปีแรก 1 หมื่นไร่ 

บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ “ดิทโต้” ที่ดำเนินธุรกิจด้านวิศวกรรมเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญทางด้านเรื่องของการจัดการน้ำ ระบบเตือนภัยน้ำท่วม มีความสนใจเรื่องการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต โดยเป็นบริษัทแรก ๆที่สนใจและศึกษาเรื่องนี้มาตลอด 

ในเรื่องนี้ “นายฐกร รัตนกมลพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “DITTO” เปิดเผยว่าเรื่องของ กรีน เทคโนโลยี (Green Technology) หรือเทคโนโลยีสีเขียว ที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) นั้น เป็นสิ่งที่ดิทโต้ทำการศึกษาและเกาะติดมาโดยตลอด ตั้งแต่รัฐบาลได้มีนโยบายเรื่องนี้ราว ๆ ปี พ.ศ. 2563 จึงมีความพร้อมอย่างมากที่จะรุกเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว อีกทั้งดิทโต้มีความพร้อมทั้งแผนงาน บุคลากร เทคโนโลยี ที่อยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Innovation Engineering เนื่องจากเป็นงานฮาร์ดแวร์ที่ต้องอาศัยทีมวิศวกรมาผสมผสานความรู้ด้านซอฟต์แวร์เพื่อเติมเต็มและต่อยอด ในเบื้องต้น บจ. สยาม ทีซี เทคโนโลยี บริษัทย่อยของดิทโต้ วางเป้าหมายในการปลูกป่าชายเลนไม่น้อยกว่า 1 หมื่นไร่ 

“เราพยายามมุ่งไปที่กรีน เทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวพันกับคนเราจะจับที่แนวคิดนี้ ว่าธุรกิจที่ทำสุดท้ายต้องเป็นประโยชน์ต่อโลกและสังคมโดยรวม มองให้เห็นโอกาส มาดูกันต่อว่าจะสร้างให้เป็นโมเดลธุรกิจได้อย่างไร โดยใช้ความเชี่ยวชาญที่เรามีอยู่ต่อยอดจากสิ่งที่เราเคยทำ ตรงนี้จะทำให้ธุรกิจเรามีความยั่งยืนมากกว่าการทำกำไรอย่างเดียว”

ฐกร ทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า ดิทโต้จะมุ่งมั่นเดินหน้ารักษาเป้าเติบโตทางธุรกิจบนเส้นทางการพัฒนาธุรกิจไอทีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สำหรับธุรกิจที่เป็นแกนหลักของดิทโต้ ธุรกิจหนึ่งคือ “ธุรกิจระบบจัดการเอกสารรูปแบบดิจิทัลแบบครบวงจร” เพื่อลดการใช้งานเอกสารรูปแบบกระดาษและใช้ทรัพยากรกระดาษให้น้อยที่สุด โดยเปลี่ยนกระดาษให้เป็นเอกสารในรูปแบบ Digital Format ซึ่ง ดิทโต้ ให้บริการมา 8 ปี สามารถลดการใช้กระดาษกว่า 300 ล้านแผ่น เท่ากับกระดาษ 1.6 ล้านรีมหรือประมาณ 4 พันตัน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 16,000 ตัน นั่นหมายความว่า สามารถลดการตัดต้นไม้ได้จำนวนมหาศาล 

ขณะเดียวกันโครงการคัดแยกขยะของ ดิทโต้ ก็เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่เป็น “กรีนเทคโนโลยี” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการคัดแยกขยะนี้ บริษัทเคยทำเรื่องเทคโนโลยีอุปกรณ์แยกขยะให้กับ อบจ. แห่งหนึ่งแล้วนำมาพัฒนาต่อเรื่องของระบบในการแยกขยะ เพราะขยะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ถ้าองค์กรไหนทำเรื่องคัดแยกขยะจะได้คาร์บอนเครดิตถึง 27 เท่า

ในห้วงเวลา 2 ทศวรรษของ ดิทโต้ เน้นการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน (Sustainable Business) ที่มีความรับผิดชอบและแสวงหาผลตอบแทนที่ไม่ได้อยู่ในรูปของผลกำไรเพียงอย่างเดียว โดยยึดหลัก “ESG” เป็นกรอบการพัฒนาที่ใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ซึ่งทั้ง 3ปัจจัยนี้ ล้วนมีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน พร้อมช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน