ไขกุญแจหาแหล่งเงินทุนและ Crowdfunding ก่อนเริ่มทำสตาร์ทอัพ

ธุรกิจ Startup ยังคงเป็นความท้าทายของคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นธุรกิจเกิดขึ้นจากไอเดียต่างๆ ที่มองเห็นช่องว่างหรือโอกาสทางธุรกิจสินค้าบริการที่ยังไม่เคยมีใครทำ มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ ในรูปแบบนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญจุดเริ่มต้นธุรกิจไม่ต้องใหญ่ แต่มีโอกาสเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ยั่งยืน และสร้างมูลค่าได้อย่างคาดไม่ถึง

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นได้ ธุรกิจสตาร์ทอัพจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนที่จะมาสานฝันไอเดียทำให้เป็นจริง ขณะที่ธุรกิจแบบสตาร์ทอัพถือเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง จึงยากต่อการกู้เงินลงทุนจากสถาบันการเงิน แล้วเงินทุนจะหาได้จากตรงไหน แหล่งเงินทุนมีอยู่ที่ไหนบ้าง และแหล่งเงินทุนประเภทไหน ที่แมทชิ่งกับธุรกิจสตาร์ทอัพแต่ละราย

ความหมายของแหล่งเงินทุนและ Crowdfunding

ในฐานะผู้ที่เชี่ยวชาญในวงการสตาร์ทอัพตัวจริงเสียงจริง ดร.ศรีหทัย พราหมณี เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนการส่งเสริมการทำธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทยคนแรกๆ ให้ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของวงการจนถึงวันนี้ ดร.ศรีหทัย พราหมณี (AIS The Startup Management) จะมามอบความรู้ถึงเรื่องของแหล่งเงินทุน และการระดมทุน Crowdfunding จุดเริ่มต้นที่จะทำให้สตาร์ทอัพก้าวไปถึงฝันได้

“การที่ธุรกิจสตาร์ทอัพจะประสบความสำเร็จได้ ต้องยอมรับว่าแหล่งเงินทุนคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้า เรามักจะได้ยินว่า Raise Fund ได้รับการระดมทุนจากที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น”

คำว่าแหล่งเงินทุนนั้น แปลได้ตรงตามตัวว่า แหล่งที่มีเงิน และจะเป็นเงินจากไหนก็ได้ แต่ถ้าเป็นแหล่งเงินทุนในการทำธุรกิจสตาร์ทอัพจะไม่ใช่เพียงแค่มีเงินเท่านั้น เพราะวัตถุประสงค์ของเจ้าของเงิน จะต้องสอดคล้องกับสถานะและระดับของธุรกิจสตาร์ทอัพนั้นๆ ด้วย

“แหล่งเงินทุนมีอยู่หลายแบบ ถ้าเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ หนึ่งในแหล่งเงินทุนที่นิยมใช้ ก็คือ เงินเก็บของตัวเอง หรือของคนในครอบครัว เช่น เมื่อลูกเริ่มต้นธุรกิจ พ่อแม่ก็จะให้เงินมาลงทุน หรืออาจจะรวมกับคนใกล้ตัวอย่างเพื่อนๆ เรียกกันง่ายๆ ว่า มาลงขันกัน ก็คือการนำเอาเงินทุนจากหลายแหล่งมาวางกองรวมกัน”

นอกจากแหล่งเงินทุนจากคนในครอบครัวแล้ว สตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้น (Early Stage) ยังมีโอกาสแสวงหาแหล่งเงินทุนจาก Angel Investor ซึ่งเป็นนักลงทุนอิสระที่มีเงินเก็บ และเชื่อมั่นในความตั้งใจของสตาร์ทอัพคนนั้น จะว่าไปก็เปรียบได้กับนางฟ้าใจดีหยิบยื่นความช่วยเหลือ มายังผู้คนที่เดือดร้อน

แหล่งเงินทุนต่อมาอยู่ในกองทุนต่างๆ ในแบบของ Fund และ Government Grant ตามหน่วยงานรัฐบาล เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งจะเปิดให้สมัครขอรับการสนับสนุนโครงการผ่านมาตรการต่างๆ โดยสตาร์ทอัพต้องค้นหาให้เจอว่า Grant เหล่านั้นอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วก็ต้องรู้ว่าเหล่านั้นเหมาะสมกับตัวเองมากน้อยแค่ไหน

“มีแหล่งเงินทุนที่น่าสนใจก็คือ Crowdfunding คำนี้ก็เหมือนกับการลงขันอย่างที่กล่าวไว้ เป็นการลงขันเพื่อจะทำอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นจะต้องใช้ Crowdfunding เป็นการประกาศสู่สังคมว่า กำลังจะทำธุรกิจอะไร แล้วมีใครอยากจะมาลงขันทำด้วยกันบ้าง”

เปรียบเทียบตัวอย่างการระดมทุน Crowdfunding แบบง่ายๆ ย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็กที่อยากให้ของขวัญแม่ แต่คนเดียวเงินมีจำกัด จึงต้องชวนพี่น้องในครอบครัวมารวมเงินซื้อของขวัญให้แม่ 

“Startup Thailand ต้องการจะทำอะไร ก็ Announce แล้วก็จะมีคนมาดูในแพลตฟอร์มเพื่อช่วยกันระดมทุน แต่ส่วนใหญ่ คราวฟันดิงค์จะมีสัญญาข้อผูกมัดอย่างหนึ่งว่า ต้องได้เงินระดมทุนใน Crowdfunding ครบตามมูลค่าที่กำหนด เช่น ต้องการสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างโดยคาดว่าจะใช้เงิน 30,000 บาท ก็จะต้องระดมทุนให้ได้ 30,000 บาท หากไม่ถึง ก็จะไม่ได้รับเงิน ทั้งนี้ เป็นเหมือน social guarantee ว่าไอเดียของเรามีคนเชื่อมั่นเพียงพอไหม”

ดร.ศรีหทัย อธิบายถึงรูปแบบของ Crowdfunding ว่า โดยหลักแบ่งเป็น 3 รูปแบบ รูปแบบที่ 1 เรียกว่า Donation Crowdfunding เป็นแพลตฟอร์มลักษณะการกุศล เช่น ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผลตอบแทนที่ผู้ให้ทุนได้รับกลับมานั้นจะเป็นสิทธิประโยชน์ในเรื่องของภาษี หรืออาจจะต้องการช่วยเหลือสังคมจริงๆ ได้รับกลับคืนเพียงความภาคภูมิใจ

“มีตัวอย่างของ Socialgiver ที่เป็นลักษณะ Donation Crowdfunding คือการระดมทุนโดยฝูงชน เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือ เช่น มีนักลงทุนทั่วไปที่ต้องการบริจาคก็เข้ามาในแพลตฟอร์ม Socialgiver ซึ่งมีวิธีการระดมทุนผ่านการขายของ เป็น Crowdfunding ที่เป็นสไตล์ Business Model”

Socialgiver เมื่อต้องการไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง จะไม่จองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่จะเลือกจองผ่านแพลตฟอร์มของ Socialgiver โดยค่าใช้จ่ายทุก 100 บาท จะแบ่ง X% เป็นการระดมทุน Crowdfunding เพื่อบริจาคให้กับมูลนิธิที่สนใจ ส่วนโรงแรมที่ให้ Privilege Deal กับ Socialgiver สามารถนำ X% นั้นไปลดหย่อนภาษีได้ ถือเป็นการระดมทุนในรูปแบบของการบริจาค

“รูปแบบที่ 2 Reward Crowdfunding คือการระดมทุนที่ทำเพื่อได้ของกลับคืนมา ยกตัวอย่าง Reward Crowdfunding  เช่น การสร้างธุรกิจผลิตสินค้ากระเป๋า สตาร์ทอัพต้องการระดมทุนให้ได้ 100,000 บาท จากนั้นผลิตกระเป๋า 10,000 ใบแล้วมอบกระเป๋า ให้กับคนที่ให้ทุนตามเงื่อนไข และรูปแบบที่ 3 Equity  Crowdfunding คือการลงเงินระดมทุนแล้วนักลงทุนจะได้หุ้นกลับมา”

“นอกจากนี้ ยังมีแหล่งเงินทุนสำหรับ Startup ที่เรียกว่า VC (Venture Capital) กับ CVC (Corporate Venture Capital) ซึ่งเป็นนักลงทุนในรูปแบบขององค์กรแต่มีความแตกต่างกัน โดยชื่อเต็มๆ ของ VC คือ FVC (Financial Venture Capital) เป็นลักษณะองค์กรด้านสถาบันการเงิน ลงทุนเพื่อ Financial Returns เป็นหลัก แต่ CVC ส่วนใหญ่เป็นองค์กรคอร์ปอเรต ลงทุนเพื่อนำ Strategic Value การทำธุรกิจร่วมกันเป็นหลัก”

“ในประเทศไทยยังมีแหล่งเงินทุนในลักษณะแหล่งระดมทุนที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีตลาดใหญ่สุดคือตลาด SET รองลงมาเป็นตลาด mai  และที่เปิดล่าสุดคือตลาด Live Exchange ซึ่งแต่ละตลาดจะมีกฎเกณฑ์กติกาที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของระดับต่างๆ”

“แล้วก็ยังมีแหล่งเงินทุนอย่างธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งไม่ได้เป็นการระดมทุน แต่เป็นแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืม เรียกได้ว่าเป็นแหล่งเงินทุน Startup เช่นกัน ถ้าจะถามว่าแบบไหนที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ บอกได้ว่าไม่มี มีแต่แบบที่เหมาะสมที่สุดตามระยะขั้นบันได และระดับความเสี่ยงของธุรกิจ”

ในการจะพิจารณาถึงความเหมาะสมกับระยะและระดับความเสี่ยง ส่วนหนึ่งต้องคำนึงว่า จะต้องคืนกลับอะไรไปให้แหล่งเงินทุน เช่น ถ้าเป็นการกู้เงิน สิ่งที่ต้องคืนกลับไปอย่างแน่นอนคือ Interest Rate แต่หากเป็นการให้แหล่งเงินทุนนั้นถือหุ้น ก็อาจจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะสูญเสียการเป็นเจ้าของกิจการได้

ความท้าทายของการระดมทุน Crowdfunding 

            ดร.ศรีหทัย เล่าถึงความท้าทายของระบบ Crowdfunding โดยเฉพาะ Equity Crowdfunding ซึ่งเป็นการระดมทุนเพื่อที่จะได้คืนกลับในรูปแบบหุ้นจะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหม่ในเมืองไทย แต่ในต่างประเทศนั้นมีมานานแล้ว จึงมีเพียงนักลงทุนคนไทยบางกลุ่มที่มีความเข้าใจอย่างถูกต้อง

“ดังนั้น จึงต้องทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนใน Equity Crowdfunding อาศัยความเข้าใจอย่างถูกต้อง อีกประการสำหรับธุรกิจ Startup ที่กำลังต้องการเงินลงทุน และสนใจ Crowdfunding เป็นแหล่งเงินทุน ก็ต้องมี Commitment ในระดับหนึ่ง เมื่อเขาใส่เงินให้คุณแล้ว อะไรคือสิ่งที่จะต้องคืนกลับไปให้นักลงทุน”

สตาร์ทอัพจะโตได้ ต้องมีความเป็นผู้นำ (Leadership)

ดร.ศรีหทัย ยังมีคำแนะนำถึงบรรดาสตาร์ทอัพว่า เมื่อธุรกิจดำเนินไปได้ระยะหนึ่งแล้ว จะต้องปรับจากการเป็น ‘ผู้ทำ’ ขึ้นเป็น ‘ผู้นำ’

“ในวันแรกจะบอกกับสตาร์ทอัพเสมอว่า วันที่เราเริ่มต้นเราต้องทำ  แต่วันหนึ่งที่เราจะโตเราต้องนำ ไม่อย่างนั้นจะโตไม่ได้ เพราะเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยคนเดียว แต่การเป็นผู้นำก็ไม่ได้หมายความว่าชี้นิ้วสั่ง แต่หมายถึงการสร้างคนรุ่นหลังในบริษัทของคุณขึ้นมา ให้เขามีความรู้สึกของความเป็นเจ้าของ (Ownership) แล้วช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปมากกว่า เพียงคุณจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยตัวคุณเอง”

“ฝากถึงบรรดStartup Thailand ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า คุณเริ่มต้นทำธุรกิจเพราะอะไร Fashion หรือ Passion หากเริ่มด้วย Fashion เพราะรู้สึกว่าเท่ วันหนึ่งคุณจะหยุดทำ แต่ถ้าเริ่มต้นด้วย Passion จริงๆ คุณก็จะยังคงทำอยู่ แต่อย่างไรก็ดี Passion ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่จะทำให้ไปสู่จุดหมายได้คือองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ดังนั้นเมื่อคุณมีความตั้งใจจะทำ คุณก็ต้องมีความตั้งใจที่จะหาความรู้ที่ถูกต้อง แล้วนำมาปฎิบัติให้ถูกต้อง จะทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพของคุณมีโอกาสประสบความสำเร็จได้”


อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ‘AIS The StartUp’ สามารถส่งผลงานเข้ามาได้ที่เว็บไซต์ www.ais.co.th/thestartup หรือ www.facebook.com/aisthestartup แล้วมาร่วม Transform องค์กรสู่โลกดิจิทัลไปด้วยกัน!