กฟผ. โชว์ต้นแบบฟื้นฟูป่าสมบูรณ์ ในงาน IBD 2025 หนุนเป้าหมาย OECMs ระดับประเทศ
ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญทั้งภาวะโลกรวนและการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ หลายประเทศทั่วโลกต่างเร่งขับเคลื่อนมาตรการเพื่อรักษาระบบนิเวศ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติให้ยังคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน หนึ่งในเป้าหมายระดับสากลที่ถูกกำหนดร่วมกัน คือ การเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ให้ได้ 30% ภายในปี 2030 หรือที่เรียกกันว่า เป้าหมาย 30×30
ประเทศไทยตอบรับเป้าหมายดังกล่าว ผ่านการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยนอกจากพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายแล้ว ยังรวมถึง พื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures หรือ OECMs) ที่เปิดโอกาสให้พื้นที่ของหน่วยงานที่มีการบริหารจัดการเชิงอนุรักษ์ สามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศได้

ภายใต้แนวคิดนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะองค์กรด้านพลังงานหลักของประเทศ ได้แสดงบทบาทเชิงรุกในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำเสนอผลงานฟื้นฟูพื้นที่เหมืองลิกไนต์แม่เมาะ จังหวัดลำปาง ในงาน การประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2568 (International Conference on Biodiversity 2025: IBD 2025) ภายใต้หัวข้อ Biodiversity and Humanity in Global Crisis ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายปกรณ์ ประดิษฐ์ทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ.
นายปกรณ์ ประดิษฐ์ทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. เผยว่า โครงการฟื้นฟูพื้นที่เหมืองแม่เมาะเป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 40,200 ไร่ โดยภายหลังจากการทำเหมืองในบางพื้นที่เสร็จสิ้น กฟผ. ได้เริ่มต้นโครงการฟื้นฟูอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2525 เพื่อพลิกฟื้นผืนดินเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
สำหรับพื้นที่ฟื้นฟูทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเหมืองแม่เมาะ ครอบคลุมกว่า 4,000 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ มีการปรับปรุงสภาพดิน ระบบระบายน้ำ และคัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นมาปลูกฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ พื้นที่ฟื้นฟูป่าทดแทน มีลักษณะเป็นป่าผสมผลัดใบคล้ายป่าธรรมชาติ ต้นไม้สูงกว่า 20 เมตร ระบบนิเวศสมบูรณ์ มีการฟื้นตัวเองตามธรรมชาติ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 100,000 ตัน สร้างผลดีต่อการลดโลกร้อน
พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาสัมผัสธรรมชาติผ่านกิจกรรมวิ่ง ปั่นจักรยาน เดินดูนก หรือชมทะเลหมอกยามเช้าและท้องฟ้าในยามค่ำคืน กิจกรรมเหล่านี้ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะและงาน CSR ของ กฟผ.

นอกจากนี้ยังมี พื้นที่แหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ถ่ายทอดแนวคิด ‘ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง’ รวมถึงหลักกสิกรรมธรรมชาติแก่ประชาชน-เยาวชน โดยตั้งแต่ปี 2555 ได้ขยายผลสู่การจัดตั้งป่าชุมชนรอบแม่เมาะ จำนวน 20 แห่ง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลทรัพยากรป่าไม้ของตนเอง
“กฟผ. ได้ดำเนินการปรับปรุงดิน ระบบระบายน้ำ และคัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่เหมาะสมปลูกฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนป่าได้สำเร็จ ปัจจุบันมีพันธุ์ไม้กว่า 63 ชนิดและสัตว์ป่าราว 105 ชนิด กลับมาอาศัยอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิดพันธุ์ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังและอนุรักษ์ สะท้อนถึงความสำเร็จของการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่เหมืองให้กลายเป็นผืนป่าธรรมชาติอย่างสมบูรณ์” นายปกรณ์ เผย

นายปกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานของ กฟผ. ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การฟื้นฟูพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ-สังคมให้กับชุมชนรอบข้างอย่างเป็นรูปธรรม ชาวบ้านมีรายได้จากการท่องเที่ยว การจำหน่ายสินค้าชุมชน และการเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ ในอนาคต กฟผ. มีแผนจะขยายผลจากโครงการฟื้นฟูแม่เมาะไปยังพื้นที่อื่นขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่รอบเขื่อนหรือเหมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนในระดับประเทศ
“สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ คือ การเปลี่ยนพื้นที่ทำเหมืองให้กลับมาเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเกือบสมบูรณ์ 100% ถือเป็นความสำเร็จจากความมุ่งมั่นตลอดกว่า 40 ปีของ กฟผ. เราจะเดินหน้าขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้ได้มากที่สุดในอนาคต” นายปกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ กฟผ. การผลิตไฟฟ้าและการรักษาธรรมชาติไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากกัน โครงการฟื้นฟูเหมืองแม่เมาะคือตัวอย่างของการจัดการพลังงานที่วาง ‘สิ่งแวดล้อม’ ไว้ในสมการตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าและการพัฒนาพลังงานสะอาดในอนาคตเดินหน้าได้บนฐานทรัพยากรที่ยังสมบูรณ์ พร้อมส่งต่อระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้คนรุ่นต่อไป