เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

AIS แท็กทีม จุฬาฯ-บุนเดสลีกา-สมาคมบอลไทยฯ เปิดตัว ‘AIS SPORT ACADEMY’ บูรณาการกีฬา-วิชาการ ปั้นเยาวชนไทยสู่มืออาชีพ

29 เม.ย. 2569 | 16:10น.

AIS เดินหน้าขยายบทบาทด้านการพัฒนาคนครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัว ‘AIS SPORT ACADEMY’ ภายใต้แนวคิด ‘พลังคน สร้างพลังกีฬาไทย’ มอบโอกาสครั้งสำคัญให้เยาวชนได้บินลัดฟ้าไปฝึกทักษะฟุตบอลกับบุนเดสลีกา ประเทศเยอรมนี พร้อมรับทุนการศึกษาที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นการแท็กทีมระหว่าง AIS, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บุนเดสลีกา และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อเจียระไนเพชรเม็ดงามให้เป็นเลิศทั้งวิชาการและทักษะกีฬาระดับอาชีพอย่างยั่งยืน

            กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS เผยถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังโครงการนี้ว่า หลายคนอาจสงสัยว่า AIS Academy คืออะไร ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เราก่อตั้งขึ้นด้วยความเชื่อมั่นว่า กระบวนการเรียนรู้ของคนต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ โดยภารกิจหลักของเราขับเคลื่อนผ่าน 2 แกนสำคัญ

แกนแรก คือ การยกระดับศักยภาพบุคลากร เรามุ่งเน้นการพัฒนาคนในองค์กรและส่งต่อไปยังบุคลากรชาวไทย เพราะเชื่อว่ารูปแบบการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

แกนที่สอง คือ การสร้าง Ecosystem ที่เข้มแข็ง สำหรับ AIS คำว่า Ecosystem คือการเป็น ‘ไม้ค้ำยัน’ ซึ่งกันและกัน เพราะการเติบโตอย่างมั่นคงของบริษัทจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากสังคมไทยไม่เติบโตไปพร้อมกัน ในฐานะสมาชิกหนึ่งของสังคม เราจึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ดังจะเห็นได้จากโครงการ Academy For Thai ที่มอบความรู้ด้านดิจิทัล หรือการสร้างทักษะอาชีพในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS

กานติมา ย้ำว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้ AIS ไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อาทิ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาร่วมเปิดประตูโอกาส สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รวมถึงพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญระดับสากลที่ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการพัฒนาเยาวชนร่วมกัน

“เราเชื่อว่านอกจากฟุตบอลแล้ว เด็กไทยยังมีทักษะในกีฬาอีกหลายประเภท AIS Academy จึงขอทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางขยายโอกาสเหล่านี้ให้ไปถึงเด็กๆ ในทุกพื้นที่ เพื่อลดช่องว่างและช่วย ‘เจียระไนเพชร’ เม็ดงามของประเทศให้ส่องประกาย เพื่อให้เยาวชนไทยได้เติบโตอย่างสง่างามในเส้นทางสายกีฬา เฉกเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศที่ยกระดับกีฬาให้เป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เด็กๆ เติบโตได้อย่างงดงาม”

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS (ขวา)

จากเป้าหมายในการวางรากฐานเพื่อสังคม สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ได้ขยายความถึงการ Transform องค์ความรู้ไปสู่ภาคปฏิบัติว่า ถึงเวลาแล้วที่ AIS จะต้องขับเคลื่อนการพัฒนาคนใน ‘แกนกีฬา’ อย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนบทบาทจากเพียงผู้ส่งมอบคอนเทนต์ผ่าน AIS Play มาเป็นผู้สร้างบุคลากรโดยตรงผ่านแนวคิด ‘สร้างโอกาส เติมความรู้ มุ่งสู่มืออาชีพ’

สายชล ยังบอกด้วยว่า เราเชื่อว่าในระบบนิเวศของกีฬาไม่ได้มีเพียงแค่นักกีฬาหรือผู้ฝึกสอนเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสโมสร แฟนคลับ นักพากย์ ตลอดจนผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬา ด้วยเหตุนี้ AIS จึงผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Bundesliga พร้อมด้วย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ (FA Thailand) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างโปรเจกต์คัดเลือกเยาวชนไทยเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนและเติมเต็มองค์ความรู้ เพื่อยกระดับศักยภาพของน้องๆ ให้ก้าวไปสู่ระดับสากล

“ภารกิจครั้งนี้จะสมบูรณ์ไม่ได้เลยหากขาดพลังความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน AIS ไม่สามารถทำสิ่งนี้ให้สำเร็จได้เพียงลำพัง เราจึงมุ่งหวังให้การรวมตัวกันในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการมอบทักษะการเรียนรู้ระยะยาว (Long Term Learning) ที่จะสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชนและเศรษฐกิจกีฬาของประเทศไทยสืบไป”

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ

เมื่อภาคธุรกิจวางโครงสร้างไว้อย่างเข้มแข็ง ภาคการศึกษาจึงเข้ามาเติมเต็มในส่วนขององค์ความรู้และความมั่นคงในสายอาชีพ โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ได้พูดถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนโครงการนี้ว่า ปัจจุบันบทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดการเรียนการสอนในตำราเพื่อปริญญาเท่านั้น แต่คือการสร้าง ‘ภูมิปัญญาในระยะยาว’ หลายคนมักมีคำถามว่า หากเยาวชนทุ่มเทเวลาให้กับการกีฬาอย่างเต็มที่แล้ว อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร บ่อยครั้งที่นักกีฬาต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน หากไม่สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดของการเป็นนักกีฬาอาชีพได้ ก็อาจมองไม่เห็นเส้นทางอื่นที่จะไปต่อเนื่องจากขาดแรงจูงใจและระบบรองรับที่ชัดเจน

นี่คือเหตุผลที่มหาวิทยาลัยต้องก้าวเข้ามามีบทบาทในการดูแลเยาวชนเหล่านี้ เราต้องนำทักษะความสามารถที่พวกเขาสร้างขึ้นในช่วงที่เป็นนักกีฬา มาพัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดให้เกิดความยั่งยืน เปลี่ยนจากสโมสรหรือ Learning Center ทั่วไป ให้กลายเป็นสถาบันที่สร้างความมั่นใจว่า การเป็นนักกีฬาไม่ใช่เพียงทางเลือกในระยะสั้น แต่คือรากฐานที่สามารถสร้างอาชีพได้ในระยะยาว

ศ.ดร.วิเลิศ ได้เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของโครงการนี้ว่า แม้สังคมมักจะชื่นชมเฉพาะผู้ที่คว้าชัยชนะหรือเหรียญรางวัล แต่ AIS SPORT ACADEMY จะเป็นสถาบันที่พร้อมดูแลและชื่นชมเยาวชนทุกคน ไม่ว่าผลการแข่งขันจะแพ้หรือชนะ เรามุ่งหวังที่จะดูแลพวกเขาในระยะยาว เพื่อให้เห็นว่าทักษะจากกีฬาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกรูปแบบของชีวิต

“ผมขอส่งกำลังใจและเชื่อมั่นว่า AIS SPORT ACADEMY จะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาเยาวชน เพราะชัยชนะที่แท้จริงเริ่มต้นตั้งแต่วันที่เยาวชนก้าวเข้ามาสู่เส้นทางสายกีฬา และขอให้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เพื่อร่วมกันสร้างนิยามใหม่ของความสำเร็จให้แก่เยาวชนไทย”