NEXTOPIA คว้าอันดับ 1 ของโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรน์ ชูโมเดลความยั่งยืนที่วัดผลได้จริง
ศูนย์การค้าเป็นทั้งหัวใจของเศรษฐกิจเมือง พื้นที่พบปะทางสังคม และแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการนับร้อยนับพันราย ทว่าเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปและโลกเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ค้าปลีกจึงต้องปรับบทบาทจาก “พื้นที่ขายสินค้า” ไปสู่ “จุดหมายปลายทางที่สร้างประสบการณ์และคุณค่า” ที่ผู้คนอยากกลับมาซื้อสินค้า กลับมาใช้เวลา และกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้พัฒนาโครงการทั่วโลกว่าจะพลิกโฉมพื้นที่เดิมให้เกิดมูลค่าใหม่ได้อย่างไร โดยที่ยังเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
คำตอบหนึ่งจากประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เมื่อ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ณ สยามพารากอน ภายใต้การพัฒนาของกลุ่มสยามพิวรรธน์ คว้ารางวัลที่ 1 ของโลก สาขา Best Refurbishment Project จากเวที MAPIC Awards 2026 รางวัลระดับโลกด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก ซึ่งยกย่องโครงการที่พลิกโฉมพื้นที่เดิมให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจ พร้อมยกระดับประสบการณ์ของผู้คน
คณะกรรมการพิจารณาจากหลายมิติ ทั้งคุณภาพของการพัฒนา ความกลมกลืนกับบริบทแวดล้อม การสร้างประโยชน์สู่ชุมชน ศักยภาพในการดึงดูดผู้บริโภค ความหลากหลายของร้านค้า ตลอดจนความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการ หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
เปลี่ยนความยั่งยืนเป็น “โมเดลธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วม”

เบื้องหลังความสำเร็จคือการเปลี่ยนมุมมองต่อความยั่งยืน จากภาระต้นทุนให้เป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วม ภายใต้แนวคิด Together, we co-create for a better world ท่ามกลางความท้าทายที่ธุรกิจต่างมองหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
NEXTOPIA เปิดให้บริการในสยามพารากอนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ใช้เวลาพัฒนา 2 ปี บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร โดยสยามพิวรรธน์สวมบทบาททั้ง “ผู้ลงทุน” และ “ผู้บูรณาการ” เชื่อมโยงศักยภาพและความเชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน เปลี่ยนโจทย์ความยั่งยืนที่ซับซ้อนให้เป็นสิ่งที่ผู้คนมองเห็น สัมผัส และนำไปใช้ได้จริง ทั้งในมิติของการใช้ชีวิต การบริโภค และการดำเนินธุรกิจ
โมเดล Co-Creation for Sustainable Lifestyle ของ NEXTOPIA ยังถูกนำไปนำเสนอเป็นกรณีศึกษาบนเวที UN Global Compact Leaders Summit 2026 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าการผสานความยั่งยืนเข้ากับวิถีธุรกิจนั้นทำได้จริงและวัดผลได้

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า “สยามพิวรรธน์เป็นผู้นำแห่งวิสัยทัศน์ (Thought leader) ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทุกโครงการของเราต้องสร้างธุรกิจใหม่ที่มอบคุณค่าและการสมประโยชน์ให้ผู้คนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสนับสนุนคู่ค้าและพันธมิตรให้ปรับตัวสู่เป้าหมายความยั่งยืนในมาตรฐานสากลไปสู่ Net Zero ของประเทศไทยภายในปี 2050 เราจึงไม่รอช้าและใช้โอกาสนี้สร้างพื้นที่ทดลอง ให้เป็น Sandbox ของโมเดลธุรกิจที่นำความยั่งยืนมาเป็นแกนหลัก เชื่อมวิถีการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายเข้ากับการรักษ์โลกและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า พร้อมรวมพลังคู่ค้า พันธมิตร และลูกค้าร่วมเปลี่ยนความตระหนักรู้สู่การลงมือทำและเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะเราเชื่อว่าการสร้างโลกที่ดีขึ้นควรเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ NEXTOPIA”
3 เสาหลักของระบบนิเวศ: Founders ผู้ประกอบการ ลูกค้า

NEXTOPIA ออกแบบให้ผู้คนเข้าถึงความยั่งยืนในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมและได้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero แบบ fast track ควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ โดยเริ่มจากการรวมพันธมิตรและองค์กรธุรกิจกว่า 50 ราย เป็น “ผู้ร่วมก่อตั้ง” (The Founders) ก่อนต่อยอดเป็นระบบนิเวศผ่าน 3 ด้านสำคัญ
1. Founders ร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
Co-creation Model เปิดโอกาสให้แต่ละองค์กรร่วมตามความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน น้ำ อากาศสะอาด การจัดการขยะ หรือวัสดุก่อสร้างอย่างยั่งยืน โดยนำนวัตกรรมมาใช้จริงในพื้นที่ค้าขายจริง บนแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ทำให้กลุ่มศิลปินได้ทำงานศิลปะรีไซเคิล และผู้ด้อยโอกาสนำความคิดสร้างสรรค์และทักษะงานฝีมือมาต่อยอดเป็นรายได้ พร้อมขยายโอกาสการจ้างงานสู่ชุมชนชนบท

2. สนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงระบบรักษ์โลก (Retailers & Food Operators)
NEXTOPIA มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนด้านการประหยัดพลังงานและการจัดการขยะที่พร้อมใช้งาน ช่วยให้ร้านค้านำแนวคิด ESG มาทดลองใช้จริงโดยไม่ต้องลงทุนสร้างระบบเอง และนำไปขยายผลในสาขาอื่นได้ พร้อมเปิดเวทีให้ผลิตภัณฑ์ recycle/upcycling กว่า 110,000 รายการ จาก SMEs และชุมชนกว่า 300 แห่ง ในโซน ECOTOPIA เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจับจ่ายอย่างมีเป้าหมาย (Spend with Purpose)
3. เปลี่ยนลูกค้าให้เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ (Customers & Community Builders)
ยกระดับเป้าหมายจาก “สร้างฐานลูกค้า” เป็น “สร้างผู้ร่วมอุดมการณ์ด้านความยั่งยืน” เชิญชวนผู้มาเยือนให้เป็น Co-creators ในการสร้างโลกที่ดีกว่า พร้อมเปิดพื้นที่ให้ Founders, Co-Creators และเครือข่าย Friends of NEXTOPIA จัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนไอเดีย และสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ

ภายในเวลาเพียง 1 ปี NEXTOPIA พิสูจน์ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการเป็น Multi-tenant Retail Space แห่งแรกในไทยที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก EDGE Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว และเป็นพื้นที่ค้าปลีกแห่งแรกในไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ทั้งพื้นที่ส่วนกลางและผู้เช่า ผ่านโครงการ Utility Green Tariff (UGT1) ของการไฟฟ้านครหลวง
ตัวเลขสำคัญที่น่าสนใจ ได้แก่
- บรรลุเป้าหมาย Zero Waste to Landfill อย่างสมบูรณ์
- ออกแบบให้ลดการใช้พลังงานได้ 47% และลดการใช้น้ำ 35% (ค่าประเมินจากการจำลองช่วงออกแบบ EDGE เทียบกับอาคารอ้างอิง EDGE Base Case)
- นำขยะกว่า 227,137 กิโลกรัม เข้าสู่ระบบรีไซเคิล อัปไซเคิล และผลิตพลังงาน (ณ 30 ก.ย. 69)
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 376,689 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ณ 30 ก.ย 69)
- มีผู้มาเยือนกว่า 4.65 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาดูงานขององค์กรกว่า 200 แห่ง สถาบันการศึกษากว่า 50 แห่ง และกิจกรรมกว่า 150 งาน
โมเดล Sustainability Co-Creation ของ NEXTOPIA คือ Game Changer ที่ได้รับการยอมรับในด้านวิสัยทัศน์บนเวทีโลก นับเป็นความสำเร็จที่พลิกโฉมพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทำให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่สนุก เข้าถึงง่าย เพื่อเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน
อย่างไรก็ดี สำหรับสยามพิวรรธน์ NEXTOPIA ยังคงเป็น sandbox ที่ผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกภาคส่วนต้องเรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อโมเดลนี้ประสบความสำเร็จในทุกด้านตามเจตนารมณ์แล้ว สยามพิวรรธน์จะขยายผลสู่ศูนย์การค้าในเครือทั้ง 6 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.5 ล้านตารางเมตร รวมถึงโครงการในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero และพร้อมส่งต่อองค์ความรู้ให้ผู้พัฒนาโครงการในประเทศต่างๆ นำไปประยุกต์ใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกต่อไป