เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“AIS” ตอกย้ำผู้นำ IoT ครบวงจรโชว์ศักยภาพ-ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หนุนธุรกิจของลูกค้าองค์กรทุกขนาด

20 พ.ย. 2561 | 16:37น.

    “AIS” ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคม  ประกาศความเป็นผู้นำบริการด้าน ICT ก้าวอีกขั้นเพื่อให้บริการทางดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งวันนี้พร้อมแล้วสำหรับ เครือข่ายไร้สายสำหรับอุปกรณ์ใช้พลังงานต่ำ (LPWAN) อย่าง NB-IoT (Narrow Band IoT) และ eMTC (Enhance Machine Type Communication) ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้บริการ IoT (Internet of Things) เชิงพาณิชย์เป็นรายแรกในประเทศไทย

    สำหรับ เครือข่ายไร้สายสำหรับอุปกรณ์ใช้พลังงานต่ำ (LPWAN) AIS ได้พัฒนาเพื่อรองรับเทคโนโลยี IoT  ในปัจจุบัน เรียกได้ว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม ด้านการค้าส่ง-ปลีก การเงินและการธนาคาร ด้านการแพทย์ รวมถึงยังใช้ได้ในระดับประชาชนทั่วไป ซึ่ง AIS ถือว่ามีความได้เปรียบในโซลูชันทางด้าน IoT สูง เพราะที่ผ่านมามีการลงทุนด้านระบบเครือข่ายเฉพาะสำหรับ IoT อย่างเช่น NB-IoT และ eMTC ทั้งยังเชื่อมต่อเครือข่ายข้ามประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ประกอบกับความแข็งแกร่งของบริษัทและบุคลากรในเครือทั้งหมด อาทิ CS Loxinfo, Teleinfo Media, Rabbit Line Pay ฯลฯ ร่วมกันให้บริการและทำตลาดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าองค์กร ทุกประเภท ทุกขนาด และการผนึกศักยภาพจากพันธมิตรด้านไอทีชั้นนำระดับโลก อาทิ Microsoft, G-ABLE, SAP, VMware ฯลฯ ทำให้ AIS สามารถให้บริการ Digital Platforms และ โซลูชัน หลากหลายด้าน ตั้งแต่ Network, Data Center, Cloud, Managed ICT Services, IoT, Payment ได้อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร

    ไม่เพียงเรื่องเครือข่ายเท่านั้น ยังครอบคลุมในทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์ Device, Platform, การออกแบบ Software และ Application, ระบบ Cloud Computing ระดับเวิลด์คลาส, eSIM ที่พร้อมใช้งานกับอุปกรณ์ รวมทั้งที่เกี่ยวข้องในอีโคซิสเต็มทั้งหมด และยังสามารถ Customized โซลูชันให้สอดคล้องกับแต่ละองค์กรในแต่ละอุตสาหกรรม อีกด้วย

    ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เปิดเผยว่า AIS ให้บริการลูกค้าองค์กรมาหลายปี 2ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเรื่อง Cloud Data center รวมถึงมีแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เพื่อให้บริการลูกค้า ในส่วนของIoT ซึ่งใช้ Cloud เหมือนกันและมีการให้บริการ IoT หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพร็อพเพอร์ตี้ รถยนต์ นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งวันนี้ AIS พร้อมบริการทุกอย่าง ทั้งแพลตฟอร์มที่เข้าใช้ได้ทันที หรือจะเป็นโซลูชันสำหรับแต่ละองค์กร

    อย่างไรก็ตาม ด้วยศักยภาพเครือข่าย IoT ของ AIS ทั้ง NB-IoT และ eMTC ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงความร่วมมือจากพันธมิตรในโครงการ AIAP (AIS IoT Alliance Program) ที่มีสมาชิกรวมกว่า 800 ราย ร่วมกันสร้างสรรค์ IoT Ecosystem ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงทำให้ AIS สามารถทำงานและต่อยอดความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของการร่วมกันวิจัยและพัฒนา และการออกแบบโซลูชันด้าน IoT เพื่อประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจริงๆ ตลอดจนการนำ IoT สนับสนุนนวัตกรรม Smart City ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การคมนาคม คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งภายในงาน “AIS Business : THE DIGITAL FUTURE 2019ที่จัดขึ้นเมื่อวันก่อน ภายใต้ธีม “Transformation is now” ก็ได้ตอกย้ำให้เห็นแล้วว่านวัตกรรมและโซลูชัน IoT จาก AIS สามารถนำไปประยุกต์ได้กับธุรกิจจริงในหลายรูปแบบ อาทิ

Smart Transportation

    โซลูชัน IoT สำหรับงานขนส่งในภาคธุรกิจ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการตรวจสอบ ด้วยอุปกรณ์ IoT และเครือข่ายรูปแบบใหม่ เช่น อุปกรณ์ติดตามยานพาหนะและตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถ ด้วยระบบ GPS และ NB-IoT ผ่านพอร์ท OBD II อุปกรณ์รองรับเครือข่าย 4G โดยเก็บข้อมูล GPS ทุก 10 วินาที อัพโหลดบน AIS Cloud ทุก 1 นาที และสามารถแจ้งพิกัดสายตรวจและงานจราจรได้แบบ Near Real Time ผ่าน Internet – Monitor หรือ Moblie App ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างทันท่วงที ถึงจุดเกิดเหตุใน 3-5 นาที ทั้งนี้ AIS ก็ได้มีการนำร่องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยติดตั้งอุปกรณ์ไปแล้วจำนวน 360 คัน

Smart Recognition

    ใครๆ ก็มีกล้องวงจรปิด แต่จะดีกว่าไหมถ้าภาพเหล่านั้นเป็นมากกว่าภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่ง ซึ่งวันนี้ AIS มี ระบบจดจำและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ อีกโซลูชันที่มีไว้เพื่อช่วยจดจำ ตรวจสอบ และแยกแยะวัตถุ ยานพาหนะ หรือบุคคลได้โดยใช้กล้องวิดีโอ สามารถประยุกต์การใช้งานได้ทั้งด้านความปลอดภัย และเสริมความสามารถด้านธุรกิจ โดยมีความสามารถ เช่น อ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่ผ่านเข้าออกประตูในพื้นที่ต่างๆ ระบุประเภท รุ่น สี ของยานพาหนะ ระบุและจดจำใบหน้าของบุคคล นอกจากนี้ Platform ยังสามารถนำข้อมูลเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างเงื่อนไข เช่น การทำ Smart Gate ที่อนุญาตเฉพาะบุคคลที่ขับรถทะเบียนตามที่ระบุไว้เท่านั้น เป็นต้น

Smart Health

    AIS ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพด้วยโซลูชันจากโรงพยาบาลสมิติเวช ผ่านโครงสร้างพื้นฐานและ Platform ของ AIS เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนได้มีประสบการณ์ใหม่ที่สะดวกสบายมากขึ้น เข้าใกล้กับบริการสุขภาพตลอดเวลาแม้จะอยู่ที่บ้าน นับเป็นครั้งแรกของบริการด้านสุขภาพที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพของตน ไม่ว่าจะเป็นการวัดความดัน ตรวจเลือดในน้ำตาล และแชร์ข้อมูลดังกล่าวกับทีมแพทย์สมิติเวชที่ให้การดูแล ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีขึ้นและเหมาะสมกับอาการมากยิ่งขึ้น

Smart Parking

    อีกโซลูชัน IoT ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ในการค้นหาจุดจอดรถผ่าน Mobile Application ที่ชื่อว่า “JUDJOD (จุดจอด)ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาและจองที่จอดรถได้ทันที โดยมาพร้อมอุปกรณ์ Smart Gate ที่จะเปิดขึ้นเพื่อกั้น และปิดลง เพื่อให้รถที่ได้รับอนุญาตเข้าจอดในจุดจอด โดยขณะนี้ได้ร่วมกันเปิดตัวระบบลานจอดรถอัจฉริยะกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แห่งละ 200 จุดจอด ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้การหาที่จอดรถเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และเร็วๆนี้ คงจะได้เห็นลานจอดรถอัจฉริยะและสามารถใช้งานได้จริงตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

Smart Cold Chain

    โซลูชันที่ช่วยในงานบริหารจัดการตู้แช่ ห้องเย็น โดยอุปกรณ์ IoT สามารถตรวจวัดอุณหภูมิของตู้แช่ ติดตั้งง่าย ใช้พลังงานน้อยผ่านเครือข่าย NB-IoT พร้อม Platform ในการบริหารจัดการเพื่อยืนยันคุณภาพสินค้าที่อยู่ในตู้แช่ ประยุกต์ได้กับทุกธุรกิจที่ต้องการระบบบริหารจัดการห้องเย็น

IoT Global Connectivity Platform

    โซลูชันระดับโลก สำหรับการควบคุมการเชื่อมต่อ (Connectivity) ของอุปกรณ์ IoT ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการใช้งานอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก หรือพัฒนาและผลิตอุปกรณ์จำหน่ายสินค้าไปต่างประเทศ โดย Platform นี้จะช่วยให้สามารถผลิตสินค้า IoT ที่มี embedded SIM (eSIM) และนำไปเปิดใช้งานในเครือข่ายต่างๆ ได้ทั่วโลก

AIAP (AIS IoT Alliance Program)

    สำหรับนักพัฒนาเทคโนโลยีนั้น ทาง AIS ก็มีโครงการ AIAP ที่เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนใน Ecosystems ของการพัฒนา IoT ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ธุรกิจเอกชน กลุ่มสตาร์ทอัพ R&D ได้มาพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สินค้า บริการ พัฒนาโซลูชันร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า

    ทั้งหมด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบริการโซลูชัน IoT ซึ่ง AIS ยังคงเร่งให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการ IoT ภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเป็นตัวกลางในการจับคู่ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดทางธุรกิจให้กับลูกค้าองค์กรทุกขนาด ตามวิสัยทัศน์และนโยบายที่จะก้าวสู่การเป็น ผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร

AIS พร้อมสนับสนุนองค์กรทุกประเภท ทุกขนาด ให้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจยุคดิจิทัลได้อยากเต็มรูปแบบแล้ววันนี้    

ใครไม่อยากตกขบวนรถไฟดิจิทัล รีบนำ IoT ไปใช้สร้างสรรค์และต่อยอดสิ่งใหม่ๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ AIS Corporate Call Center โทร.1149 หรือที่ business.ais.co.th