เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

“มูลนิธิกาญจนบารมี” สืบสานพระราชปณิธาน ดูแลผู้ป่วยยากไร้ คัดกรองมะเร็งเต้านมถิ่นทุรกันดาน

13 มิ.ย. 2562 | 11:15น.

     มะเร็งเต้านม ถูกจัดเป็นหนึ่งในมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ในปี 2561 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกสูงกว่า 2,088,849 ล้านคน เสียชีวิตถึง 626,679 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า มีหญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ เฉลี่ยปีละ 20,000 คน หรือประมาณ 55 คนต่อวัน และเสียชีวิตกว่า 6,000 คน หรือกว่า 17 คนต่อวัน

     สถานการณ์โรคมะเร็ง จึงกลายเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ด้วยเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว มูลนิธิกาญจนบารมี จึงจัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส ขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเถลิงถวัลย์ราชสมบัติปีที่ 50 และในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปีพุทธศักราช 2555 เพื่อส่งเสริมการป้องกันมะเร็ง รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

     นพ.สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี เล่าว่า มูลนิธิกาญจนบารมี กำเนิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ภายหลังจากที่พระองค์ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่สถานพยาบาลที่ทำการรักษาไม่เพียงพอ ทำให้ต้องรอรับการรักษาเป็นระยะเวลานาน ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานกับผู้ป่วย พระองค์จึงทรงพระราชดำริให้จัดสร้างศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยขึ้น ภายใต้โครงการกาญจนบารมี

     พระองค์ยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นเงินทุนในการจัดตั้งมูลนิธิกาญจนบารมี เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์บัดรักษาผู้ป่วย ควบคู่กับการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ต่อมาในปี 2543 ได้ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อใหม่ว่า ศูนย์มหาวชิราลงกรณธัญบุรี สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งต่อมาได้มีการยกสถานะขึ้นเป็นโรงพยาบาลจึงเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี มาจวบจนปัจจุบัน

     “ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น มูลนิธิกาญจนบารมี และกระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกัน จึงจัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ด้วยหน่วยคัดกรองเคลื่อนที่ เดินทางไปวันละ 1 อำเภอ ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้กับสตรีกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกลจากสถานพยาบาล และมีฐานะยากจน ให้ได้รับโอกาสในการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

   

     รถเคลื่อนที่ที่ใช้ในการลงพื้นที่แต่ละครั้ง จะประกอบด้วย รถ 4 คัน คือ รถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Advertising Unit) รถสาธิตและตรวจมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ (Mobile Check Up Unit) รถนิทรรศการและให้ความรู้โรคมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ (Mobile Learning Exhibition Unit) และรถตรวจเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่แบบประสิทธิภาพสูง (Mammogram) สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เมื่อวินิจฉัยพบเร็ว ก็มีโอกาสรักษาหายเป็นปกติ และลดอัตราการเสียชีวิตได้กว่าร้อยละ 80

     “ทุกครั้งก่อนลงพื้นที่ เราจะร่วมมือกับทางจังหวัดต่างๆให้คัดกรองกลุ่มเสี่ยง สอบถามอาการผิดปกติ ประวัติการเจ็บป่วย และพฤติกรรมการดำรงชีวิตด้วยแบบคัดกรองเบื้องต้น เมื่อชุดเคลื่อนที่เดินทางไปถึงสตรีกลุ่มเสี่ยงก็จะได้รับการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม และสอนวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ก่อนเข้ารับการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากพบความผิกปกติก็จะได้รับการเอ็กซเรย์เต้านมโดยละเอียด แล้วส่งต่อไปรับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิขั้นพื้นฐาน

   

     นพ.สมยศ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันเข้าสู่รอบปีที่ 6 ของการออกหน่วย เรามีการคัดกรองมะเร็งเคลื่อนที่ รวมทั้งสิ้น 794 ครั้ง ในพื้นที่ 654 อำเภอ (ณ วันที่ 05 มิถุนายน 2562) มีการตรวจคัดกรองมะเร็งให้กับผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงโดยเครื่องไปแล้วกว่า Mammogram 16,557 ราย ส่งคนไข้ไปตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดเพิ่มเติม 1,834 ราย ซึ่งปลายเดือนกรกฎาคมนี้ทางมูลนิธิฯเตรียมเปิดตัวโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส ในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ต่อยอดเพิ่มรถเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่อีก 2 คัน คาดจะรองรับการตรวจคัดกรองผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 120 คน จากปัจจุบันที่สามารถคัดกรองได้เพียงวันละ 30-40 คน เพื่อให้บริการประชาชนได้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างแท้จริง

     หนึ่งในพื้นที่ที่มะเร็งเต้านมถูกยกให้เป็น 1 ใน 3 สาเหตุแรกของการเสียชีวิต อย่างจังหวัดเลย จากสถิติที่ผ่านมา พบสตรีที่ป่วยด้วยมะเร็งเต้านมปีละไม่ต่ำกว่า 100 ราย และ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยเหล่านี้มักมาโรงพยาบาลในช่วงที่ป่วยระยะสุดท้าย คือ ระยะที่ 3-4 ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยาก และมีโอกาสเสียชีวิตสูง นพ.ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย เล่าว่า ก่อนที่ทางมูลนิธิฯจะเข้ามาทำโครงการดังกล่าว ผู้ป่วยที่ต้องการตรวจด้วยเครื่อง Mammogram จะต้องเดินทางไปตรวจที่จังหวัดขอนแก่นหรืออุดรธานี ซึ่งใช้เวลาเดินทางนานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเสียเวลา ประกอบกับประชาชนกว่าครึ่งของจังหวัดเลย มักอาศัยอยู่ตามพื้นที่ราบสูง ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร เดินทางเข้าถึงยาก โครงการนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะแรกได้ และนำสู่กระบวนการรักษาได้ทัน

     “ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน พวกเราก็ไม่เคยย่อท้อ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนองพระราชปณิธานพระองค์ท่าน โครงการนี้เป็นโครงการที่ทรงคุณค่า สามารถช่วยเหลือคนไข้ในถิ่นทุรกันดาร ให้มีโอกาสเข้ารับการตรวจรักษา ทุกคนต่างซาบซึ้งที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นพ.สมยศ ดีรัศมี กล่าวทิ้งท้าย



มีปัจจัยเหล่านี้ พึงระวัง

  • หญิงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
  • มีแม่ พี่สาว หรือน้องสาวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งรังไข่
  • มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดประจำเดือนหลังอายุ 55 ปี
  • ไม่มีบุตร หรือมีบุตรคนแรกหลังอายุ 35 ปี
  • ใช้ฮอร์โมนเพศหรือยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • มีภาวะน้ำหนักเกิน
  • ขาดการออกกำลังกาย

7 สัญญาณเสี่ยง!

  • พบก้อน ตุ้ม หรือปื้นแข็ง ที่เต้านมหรือรักแร้
  • มีอาการบวม แดง ร้อน หรือเต้านมมีสีผิวคล้ำขึ้น
  • มีรูปร่างและขนาดที่เปลี่ยนแปลงไป
  • มีรอยบุ๋ม รอยนูน หรือรอยย่น ที่ผิวหนังของเต้านม
  • มีอาการเจ็บผิดปกติที่เต้านม หรือรักแร้
  • หัวนมมีลักษณะดึงรั้ง หรือลอกเป็นเกล็ด หรือมีอาการคัน
  • มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลจากหัวนม

หากพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที หรือมาตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) กับมูลนิถิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลศิริราชฟรี! เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่งาน เฮลท์แคร์ ครั้งที่ 11ณ ฮอลล์ 5 อิมแพค เมืองทองธานี ห้ามพลาด 27-30 มิถุนายน 2562