โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ต้นแบบ “โรงไฟฟ้ารักษ์ปลา”
“แม่น้ำโขง” ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลาน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของปลาหลายขนาดและหลากสายพันธุ์
ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “ปลา” และ “สัตว์น้ำ” จะเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายเกิดความกังวลแทบจะทันทีที่มีการดำเนินการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ขึ้นบนแม่น้ำโขงตอนล่าง ในพื้นที่แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว
ต่อประเด็นเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะเรื่องของ “ปลา” เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ CKP ผู้พัฒนาและบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ให้ความสำคัญ ซึ่งจากงบลงทุนทั้งหมด 135,000 ล้านบาท CKPower ใช้งบ 19,400 ล้านบาทเป็นงบลุงทุน เพื่อตอบโจทย์ใน 3 ประเด็นใหญ่ คือ ความปลอดภัย ตะกอน และ ปลา
อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบการศึกษาเรื่องปลาในลุ่มน้ำโขงกับฝั่งอเมริกาหรือยุโรป นับว่ายังมีการศึกษาที่น้อยมาก จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก เพราะการเลือกเทคโนโลยีใดก็ตามจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ อีกทั้งการศึกษาพฤติกรรมปลาเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและมีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง

ดังนั้น จึงต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดโดยทีมวิศวกรสิ่งแวดล้อม ผู้ชำนาญการด้านประมง และทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมปลา จากหลายประเทศทั้งมาร่วมทำการศึกษาวิจัย เก็บข้อมูลจากการศึกษาพฤติกรรมปลาที่ว่ายผ่านบริเวณที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในทุกฤดูกาล ซึ่งพบว่าวงจรชีวิตของปลาแม่น้ำโขงเมื่อโตเต็มวัยจะว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปเพื่อขยายพันธุ์และวางไข่ในที่ที่เหมาะสมบริเวณเหนือน้ำ จากนั้นไข่หรือตัวอ่อนของปลาจะไหลตามกระแสน้ำลงมายังท้ายน้ำ เพื่อหาอาหาร เมื่อเติบใหญ่ก็จะว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อขยายพันธุ์และวางไข่ต่อไป
ข้อมูลดังกล่าวได้ถูกนำมาพัฒนาระบบทางปลาผ่านที่มีความหลากหลายทางเทคโนโลยี เป็นระบบทางปลาผ่านแบบผสม หรือ Multi-System Fish Passing Facilities ซึ่งออกแบบให้มีช่องทางปลาเข้าหลายช่องทางเพื่อรองรับการผ่านของฝูงปลาตลอดทั้งแนวโครงสร้างโรงไฟฟ้า เป็นการนำทางปลาผ่าน (Fish Ladder) มาผสมกับช่องยกระดับปลา (Fish Lock) โดยยึดหลักวิถีธรรมชาติมาประยุกต์กับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวงจรชีวิตปลา โดยมีเป้าหมายหลักเป็นปลาอพยพที่ว่ายทวนกระแสน้ำไปขยายพันธุ์และวางไข่เหนือน้ำ

สาเหตุหลักที่โรงไฟฟ้าออกแบบช่องทางปลาผ่านหลายขนาดสำหรับ “ปลาอพยพว่ายทวนกระแสน้ำ” เพราะจากการศึกษาพฤติกรรมปลาลุ่มน้ำโขงอย่างต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี พบว่าปลาแม่น้ำโขงมีตั้งแต่ขนาดเล็ก 8 เซนติเมตร ไปจนถึง 180 เซนติเมตร โดยแต่ละช่องทาง มีการปล่อยน้ำล่อปลา หรือ Attraction Flow ในความเร็วน้ำที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ปลาแต่ละขนาดสามารถเลือกว่ายเข้าช่องทางที่เหมาะสม ระหว่างทางยังค่อย ๆ ปรับความลาดชันใต้ท้องน้ำเพื่อให้ปลาสามารถว่ายขึ้นเหนือน้ำได้ง่าย
การปล่อยน้ำล่อปลานั้นก็เพื่อดึงดูดให้ปลาเข้ามาสู่ระบบทางปลาผ่านของโรงไฟฟ้า โดยปลาจะว่ายเข้าสู่ ทางปลาผ่าน หรือ Fish Ladder ที่มีการจำลองสภาพพื้นที่ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ด้านบนจะเปิดช่องให้แสงธรรมชาติส่องถึง ตลอดระยะทางประมาณ 460 เมตร ขณะที่ด้านล่างได้จำลองระบบนิเวศของแม่น้ำโขง ด้วยการวางหินหลากหลายขนาดไว้สำหรับเป็นที่หลบภัยและพักเหนื่อยของปลาขนาดเล็ก ยังเป็นการลดกระแสน้ำ และเป็นที่ให้ปลาวางไข่ได้อีกด้วย

จากนั้นจะไปถึงจุดที่เรียกว่า ช่องยกระดับปลา หรือ Fish Lock จำนวน 2 หน่วย ที่เชื่อมต่อกับคลองส่งน้ำหรือ Upper Channel ด้านเหนือโรงไฟฟ้า เมื่อปลามาถึงช่องยกระดับปลาแล้ว ระบบจะทำการเติมน้ำลงใน Lock อย่างช้า ๆ พร้อมกับการยกตะแกรงฝูงปลาขึ้นพร้อมน้ำ โดยปลาจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของความแตกต่างของระดับน้ำ เมื่อทำการยกระดับน้ำใน Fish Lock เท่ากับระดับน้ำเหนือโรงไฟฟ้าแล้ว ปลาจะว่ายทวนกระแสน้ำออกสู่คลองส่งปลาด้านบนที่เชื่อมกับแม่น้ำโขงด้านเหนือน้ำ และว่ายไปสู่ด้านเหนือน้ำเพื่อวางไข่และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติในลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของแม่น้ำโขงเหนือโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี
นายอานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการ งานเดินเครื่องและบำรุงรักษา บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด อธิบายว่า “ช่องทางเข้าที่แตกต่างกัน จะให้ความเร็วน้ำที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ปลาแต่ละชนิดว่ายเข้าช่องที่แตกต่างกัน ทั้งหมดเพื่อเป็นการปรับให้เข้ากับพฤติกรรมปลาแม่น้ำโขง นี่คือเหตุผลว่าทำไมระบบของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี จึงเป็นระบบผสมผสาน ที่มีโครงสร้างรองรับปลาแม่น้ำโขงซึ่งมีหลายสายพันธุ์” นายอานุภาพ กล่าว

สำหรับปลาที่ว่ายตามน้ำเพื่อกลับลงท้ายน้ำ จะถูกออกแบบให้สอดแทรกในทุกส่วนของโครงสร้างหลัก ตั้งแต่ทางเดินเรือ ประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เกาะกลางน้ำ (Intermediate Block) ไปจนถึงด้านหน้าโรงไฟฟ้าซึ่งมีอุโมงค์สำหรับปลาใหญ่ผ่าน ส่วนปลาที่ผ่านเข้ากังหันน้ำ ก็จะผ่านออกไปได้ เพราะเลือกใช้กังหันน้ำที่เป็นมิตรต่อปลา (Fish Friendly Turbine) ซึ่งเป็นกังหันน้ำแนวตั้ง ชนิด Kaplan จำนวนใบพัดน้อย (5 ใบพัด) มีรอบการหมุนช้า มีช่องว่างต่าง ๆที่เอื้อให้ปลาผ่านได้ปลอดภัย
โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ยังคงมุ่งมั่นศึกษาวิจัยพฤติกรรมของปลาในบริเวณพื้นที่โครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาการใช้งานระบบทางปลาผ่านให้เหมาะสมกับปลาและธรรมชาติของแม่น้ำโขงอยู่เสมอ