มั่งคั่งด้วยการวางแผนการเงิน คณบดี ม.กรุงเทพ ย้ำทางรอดในยุค New Normal
ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากสถานการณ์เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นสำคัญเห็นจะหนีไม่พ้นปัญหาปากท้อง เนื่องจากเศรษฐกิจซบเซา ธุรกิจหลายแห่งล้มเลิกกิจการ บางคนตกงาน หลายคนถูกลดเงินเดือน จนเกิดปัญหาทางการเงินโดยไม่เคยคาดการณ์มาก่อน ด้วยเหตุนี้การวางแผนการเงินจึงกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนหันมาตระหนักถึงความสำคัญมากขึ้น เพราะประสบการณ์ชี้ให้เห็นว่า หากชีวิตขาดการวางแผนการเงินที่ดี เวลาเกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งนี้ ก็จะทำให้เกิดความขัดสนในการใช้ชีวิต
ดร.วิลาสินี ตู้จินดา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และการลงทุน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และผู้อำนวยการหลักสูตรการวางแผนการเงินและการลงทุน คณะบริหารธุรกิจ เปรียบการวางแผนการเงินว่าเหมือนการวาดภาพชีวิตของเราในอนาคต เช่น ถ้าเราต้องการมีชีวิตที่มั่นคงสุขสบาย มีเงินใช้ มีบ้านอยู่อาศัย สามารถเดินทางท่องเที่ยว และใช้ชีวิตในแบบที่ชื่นชอบ การวางแผนการเงินจะช่วยทำให้ภาพวาดนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น

“ทุกๆ คนมีความใฝ่ฝัน ซึ่งอาจจะเล็กใหญ่ หรือมีระยะเวลาแตกต่างกันไป” ดร.วิลาสินีกล่าว “แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ความใฝ่ฝันเหล่านั้นต่างต้องการการวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งการวางแผนการเงินที่ดีจะช่วยคุ้มครองเราจากความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางไปยังอนาคตที่เรามุ่งหวัง อาจกล่าวได้ว่า การวางแผนการเงินก็เท่ากับการวางแผนชีวิตของเรานั่นเอง แต่บางคนมักลืมเก็บเงินสำรองฉุกเฉินอย่างจริงจัง เนื่องจากรายได้ยังไม่มากพอ หรืออาจจะคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก วันนี้ขอใช้ก่อน วันหน้าค่อยเก็บ ซึ่งก็เหมือนเหตุการณ์โควิด-19 ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น”
ดร.วิลาสินียังชี้ให้เห็นว่า การวางแผนการเงินสำคัญต่อชีวิตมาก เพราะจะนำไปสู่เป้าหมาย 4 ประการ ได้แก่ การสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation) คือการบริหารจัดการรายรับ รายจ่าย และบริหารหนี้สินเพื่อให้มีเงินออมสำหรับโอกาสและความท้าทายในอนาคต การปกป้องความมั่งคั่ง (Wealth Protection) คือการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางไปสู่เป้าหมาย เช่น การเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน การทำประกันภัย ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต การเก็บเงินเกษียณ ฯลฯ การเพิ่มพูนความมั่งคั่ง (Wealth Accumulation) คือการเก็บออมและลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่น เก็บออมซื้อบ้าน เก็บออมท่องเที่ยว เก็บออมเพื่อสร้างครอบครัว หรือลงทุนหุ้นเพื่อสร้างผลกำไรภายใต้ความเสี่ยงในระดับที่เรายอมรับได้ การส่งต่อความมั่งคั่ง (Wealth Distribution) คือการจัดสรรสิ่งที่เรามีให้แก่คนที่เรารัก เช่น การวางแผนมรดกที่จะช่วยส่งผ่านความมั่งคั่งร่ำรวยจากรุ่นสู่รุ่น หรือการแบ่งปันให้กับผู้อื่น เช่น การบริจาค

ซึ่งการจะบริหารการเงิน เช่น การลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม ตราสารอนุพันธ์ การทำประกันชีวิต วางแผนเกษียณ วางแผนภาษี วางแผนมรดก วางแผนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าวนั้น จำเป็นต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญจาก “นักวางแผนการเงิน” คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงเปิดหลักสูตรการวางแผนการเงินและการลงทุนขึ้นเพื่อปั้นนักวางแผนการเงินโดยเฉพาะ
ดร.วิลาสินีในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตรได้เผยว่า “ปัจจุบันในเมืองไทยยังมีนักวางแผนการเงินอยู่น้อยมาก อาชีพนี้จึงเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการจะนำเงินของคนอื่นไปดูแลได้นั้น ควรมีใบอนุญาตสากล CFP (Certified Financial Planner) เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ โดยหลักสูตรนี้ได้นำ 6 วิชาที่ต้องอบรมสำหรับการสอบ CFP มาออกแบบเป็นหลักสูตรปริญญาตรีที่ได้รับการรับรองจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ทำให้นักศึกษาสามารถไปสอบได้เลยโดยไม่ต้องอบรม 6 วิชาดังกล่าว จึงช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก”

นักวางแผนการเงินนับเป็นหนึ่งในอาชีพที่ยากจะถูกทดแทนโดย AI เพราะความต้องการทางการเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงต้องประเมินข้อมูลของลูกค้าเป็นรายบุคคลเท่านั้น สำหรับผู้ที่เรียนจบจากหลักสูตรนี้นอกจากจะทำงานกับสถาบันการเงินแล้ว ยังสามารถทำงานเป็นนักวางแผนการเงินอิสระ ตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน โบรกเกอร์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุน ฯลฯ หรือแม้แต่นำความรู้มาใช้ในการบริหารการเงินของตัวเอง
แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้เกิดวิกฤตการณ์ไปทั่วโลก แต่ในอีกมุมก็นับเป็นเรื่องที่ดีเพราะวิกฤตนั้นจุดประกายให้คนเราหันมาสนใจวางแผนการเงินกันมากขึ้นจนกลายเป็น New Normal โดยหลักสูตรการวางแผนการเงินและการลงทุน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จะปั้นนักวางแผนการเงินให้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อออกไปสร้าง-ปกป้อง-เพิ่มพูน-ส่งต่อความมั่งคั่งให้ทั้งตนเองและผู้อื่นต่อไป