ต่อยอด ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ โลตัสจัดแคมเปญรวมพลังช่วยเอสเอ็มอีทั่วประเทศ
โลตัสเดินหน้าต่อยอด “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” เพิ่มรายได้ให้คู่ค้าเอสเอ็มอี จัดแคมเปญรวมพลังลดใหญ่ สนับสนุน SME ไทยให้เติบโตไปด้วยกัน เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้า SME 17,000 รายการทั้งออนไลน์และในห้างโลตัสทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 มีนาคม 2565
หลังสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและเกษตรกรไทยเกือบ 7,000 รายในปี 2564 ผ่านโครงการต่างๆ ทำให้สามารถเพิ่มสินค้าจำหน่ายถึงกว่า 1,000 รายการ อีกทั้งยังรับซื้อสินค้าเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ช่วยประคองให้เอสเอ็มอีและเกษตรกรผ่านพ้นจากวิกฤตโควิดไปได้แล้ว มาในปี 2565 โลตัสยังได้เดินหน้าแสดงสัญลักษณ์การเป็น “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการช่วยเหลือคู่ค้าเอสเอ็มอีกว่า 1,600 รายในแคมเปญ “รวมพลังลดใหญ่ สนับสนุน SME ไทยให้เติบโตไปด้วยกัน” สร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าและประชาชนวงกว้าง
นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย อธิบายรายละเอียดแคมเปญดังกล่าวว่า เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ระดมสินค้าดีมีคุณภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งแบรนด์ของตัวเองและที่โลตัสจ้างผลิตรวมแล้วกว่า 17,000 รายการมาจัดโปรโมชั่นแบบจุใจถึง 3 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม-2 มีนาคม 2565 ในพื้นที่ส่งเสริมการขายพิเศษในส่วนของไฮเปอร์มาร์เก็ต 133 สาขาทั่วประเทศรวมถึงช่องทางออนไลน์

“โครงการรวมพลังลดใหญ่ สนับสนุน SME ไทยให้เติบโตไปด้วยกัน จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนคู่ค้าเอสเอ็มอีของโลตัสกว่า 1,600 ราย สามารถเพิ่มยอดขายจากการจัดโปรโมชั่นและพื้นที่จำหน่ายพิเศษอย่างน่าสนใจ พร้อมกับสื่อสารให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รับรู้ เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าสินค้าที่คัดสรรมาแล้วทั้งหมดกว่า 17,000 รายการจะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า และจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาที่โลตัสช่วยเพิ่มรายได้และโอกาสในการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่คู่ค้าเอสเอ็มอีรวมถึงเกษตรกร”
พันธมิตรขานรับ มั่นใจโลตัสหนุนเต็มที่
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ภายใต้บทบาทของการเป็นองค์กรส่งเสริมและพัฒนาสินค้า ระบบ และกลไกการตลาด เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย จึงเห็นถึงความสำคัญของโครงการ “รวมพลังลดใหญ่ สนับสนุน SME ไทยให้เติบโตไปด้วยกัน” เพราะจะช่วยให้เอสเอ็มอีจำหน่ายสินค้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้นผ่านช่องทางของโลตัสที่มีสาขาทั่วประเทศ มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมในโครงการนี้ นางสาวณิชชา มหาอัฑฒ์สกุล ผู้บริหาร หจก. สกลทรัพย์เพิ่มพูน จังหวัดสกลนคร กล่าวชื่นชมโลตัสว่า ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือและผลักดันให้พัฒนาสินค้ามีคุณภาพ และสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพและมาตรฐานจนได้รับเครื่องหมาย Thailand Textile Tag ที่สำคัญช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้พี่น้องชาวสกลนครเพิ่มขึ้นจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วยผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บ อาทิ พรมเช็ดเท้า ไม้ถูพื้น และเปลญวน เป็นต้น

นางสาวศรี ปานสูง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ดี.เจ.อินเตอร์ จำกัด ซึ่งทำงานร่วมกับโลตัสตั้งแต่ปี 2550 ด้วยการรับผลิตถุงขยะสีดำ ก่อนจะร่วมกันพัฒนาสินค้าใหม่เป็นถุงขยะที่มีสีสันสวยงามและกลิ่นหอมที่ได้ผลตอบรับดีมาก สามารถส่งออกไปยังโลตัส มาเลเซีย ทำให้บริษัทมีเงินทุนเปิดโรงงานแห่งที่สองเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

อีกหนึ่งคู่ค้าสำคัญ นายธนากร ลิ้มธานินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวิทซเฟลคซ จำกัด กล่าวว่า เริ่มเป็นคู่ค้ากับโลตัสด้วยการวางจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ขณะเดียวกันก็มีสถานการณ์โควิด-19 แต่โลตัสก็ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องโดยให้เพิ่มจำนวนสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเวลาดังกล่าว และด้วยช่องทางการจำหน่ายของโลตัสทั้งที่สาขาและออนไลน์ ทำให้สินค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันมีถึงกว่า 40 รายการ บางส่วนวางจำหน่ายเฉพาะที่โลตัสท่านั้น โดยในแคมเปญนี้ได้นำสินค้าคุณภาพดีไซน์สวยมานำเสนอ อาทิ เครื่องอบแห้ง เตารีดไอน้ำไร้สาย และเครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น
โครงการ “รวมพลังลดใหญ่ สนับสนุน SME ไทยให้เติบโตไปด้วยกัน” รวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 17,000รายการ เป็นต้นว่า ชีววิถีแชมพูสมุนไพรน้ำมันมะพร้าว อโวคาโดไทย พีเอฟพีเต้าหู้ชีส กางเกงขาสั้นหลากสี เครื่องอบผ้าแห้ง ALTEC และเครื่องทำป๊อปคอร์น ALECTRIC ฯลฯ ขอเชิญร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้บนช่องทางออนไลน์ และที่โลตัสกว่า 2,100 สาขาทั่วประเทศ