คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
การทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรือ BEV ของโตโยต้า กับรุ่น bZ4X ครั้งนี้ ถือเป็นการวางกลยุทธ์ที่แยบยล และสะท้อนวิธีคิดการดำเนินธุรกิจในแบบฉบับ “ญี่ปุ่น”
โตโยต้า จะเปิดตัวรถรุ่นนี้ในเดือนตุลาคม 2568 มีรถพร้อมส่งมอบลอตแรก 2,000 คัน ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่น และความจริงจังในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ด้วยความตั้งใจนำเสนอโปรดักต์ที่หลากหลายให้ผู้บริโภคได้สัมผัส
นายใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ ไทยแลนด์ “โนริอากิ ยามาชิตะ” ใช้เวทีเปิดตัว โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ไฮบริด แสดงจุดยืนชัดเจนว่า โตโยต้า นำรถ bZ4X จากญี่ปุ่น (CBU) ทั้งคัน พร้อมประกาศราคาคาดการณ์ว่ามี 2 รุ่นย่อย ได้แก่ bZ4X Long Range FWD 1,5xx,000 บาท และ bZ4X Long Range AWD 1,6xx,000 บาท
โตโยต้า ประกาศราคาคาดการณ์ออกมาก่อน เพื่อให้ผู้ที่สนใจ หรือกำลังตัดสินใจได้ “เอ๊ะ” โดย “เปิดรับจองสิทธิ” ก่อน ส่วนราคาไม่น่าจะหนีจากราคาขายจริงเท่าไร
รถคันนี้ ใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบข้อตกลงทางด้านภาษีระหว่างญี่ปุ่น-ไทย หรือ JTEPA และยังใช้แต้มต่อจากการเข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 ที่ค่ายรถยนต์ จะได้รับการลดอากรขาเข้าไม่เกินร้อยละ 40 สำหรับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) ที่มีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ในช่วง 2 ปีแรก (พ.ศ. 2567-2568), ลดอัตราภาษีสรรพสามิตจากร้อยละ 8 เหลือร้อยละ 2 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท

โดยให้ผู้ได้รับการสนับสนุนต้องผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าในปี 2569 ในอัตราส่วน 1 : 2 โดยนำเข้า 1 คัน ต้องผลิตชดเชย 2 คัน และในปี 2570 จะเพิ่มอัตราส่วนเป็น 1 : 3 คือ นำเข้า 1 คัน ต้องผลิตชดเชย 3 คัน ของยอดนำเข้า
ดังนั้น โตโยต้าคิดคำนวณสะระตะ เคาะตัวเลขออกมาน่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด เพราะตามหลักวิธีคิดแบบญี่ปุ่น ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการ ไต่ตรองมาอย่างรอบคอบ ทุกอย่างต้อง “มาชัวร์”
“ศุภกร รัตนะวราหะ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประกาศชัดเจนว่า โตโยต้า ไม่มีนโยบาย “ลดราคา” ลงมาเพื่อเเข่งขัน ดังนั้น ลูกค้าตัดสินใจได้ทันที
จากประสบการณ์จากการนำเข้า bZ4X รุ่นก่อน ที่เปิดจองสิทธิเพียงแค่ 2 ชั่วโมง ต้องปิดรับจอง ดีมานด์มากกว่า 2,000 คัน แต่รถมีส่งมอบให้จริงได้เพียง 135 คัน
โตโยต้าถอดบทเรียนครั้งก่อน พร้อมเปิดขาย bZ4X ในตลาดแมส มีรถให้ลูกค้าได้สัมผัสทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
และสามารถส่งมอบรถได้ในเดือนพฤศจิกายน 2,000 คัน ขณะที่เป้าหมายใน 12 เดือน ไม่เท่ากันจะมียอดขายไม่น้อยกว่า 6,000 คัน นั้นเกินความสามารถ
บวกกับจุดแข็งเรื่องงานบริการหลังการขาย ตามมาตรฐานโตโยต้า บวกกับเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ 450 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าอุ่นใจได้ตลอดการเดินทาง
การนำร่องของ bZ4X เป็นใบเบิกทางชั้นดีของแผนผลิตและขายกระบะ ไฮลักซ์ BEV ด้วยถ้าเทียบบัญญัติไตรยางศ์ไม่ซับซ้อน
โตโยต้า นำเข้ารถ bZ4X จำนวน 6,000 คัน ก็เท่ากับว่าต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากโรงงานประเทศไทยคืนกลับให้ได้อย่างน้อย 9,000 คัน
จากหมุดหมายที่อโตโยต้า มอเตอร์ และ โตโยต้า ประเทศไทย ได้วางไว้ไทยเป็นฐานผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ที่สำคัญของโตโยต้า ยิ่งไปกว่านั้น ทีมผู้บริหาร “มองข้ามชอต” เพราะรถปิกอัพหนึ่งคัน มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงกว่า 93-94%
ดังนั้น การที่จะผลิตปิกอัพ BEV นั้น ประโยชน์ที่จะคืนกลับให้กับประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยด้านโลคอลคอนเทนต์ได้มาแบบเต็ม ๆ
“ถ้าเราจะทรานส์ฟอร์มไปเป็น BEV เราก็อยากทำให้เป็นเนชั่นแนลคาร์ เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยเป็นรุ่นแรกที่จะประกอบ และอนาคตก็จะมีรุ่นอื่น ๆ เพิ่มเติม”