เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โฆษกเกษตรฯ โต้โยง MOU ไทย-จีน เปิดนำเข้าไก่จีน ย้ำคนละเรื่อง ยังไม่อนุมัติคำขอ
Economic โฆษกเกษตรฯ โต้โยง MOU ไทย-จีน เปิดนำเข้าไก่จีน ย้ำคนละเรื่อง ยังไม่อนุมัติคำขอ
Jobsdb เปิด 5 เทรนด์หางานปี’69 เวิร์กฟรอมโฮมยืนหนึ่ง
HR Jobsdb เปิด 5 เทรนด์หางานปี’69 เวิร์กฟรอมโฮมยืนหนึ่ง
ชัชชาติ แจงปมไม่เข้าประชุมสภา กทม. ย้ำให้ความสำคัญ ไม่ขาดเว้นติดภารกิจ
Politics ชัชชาติ แจงปมไม่เข้าประชุมสภา กทม. ย้ำให้ความสำคัญ ไม่ขาดเว้นติดภารกิจ
Thai SELECT ปักธงนิวยอร์ก ‘ศุภจี’ ดันอาหารไทยจากรสชาติสู่ซอฟต์พาวเวอร์การค้าโลก
Economic Thai SELECT ปักธงนิวยอร์ก ‘ศุภจี’ ดันอาหารไทยจากรสชาติสู่ซอฟต์พาวเวอร์การค้าโลก
สหรัฐโยงไทย กล่าวหาเอไอจีน “Moonshot AI” แอบเข้าถึงชิปขั้นสูง  Nvidia
News สหรัฐโยงไทย กล่าวหาเอไอจีน “Moonshot AI” แอบเข้าถึงชิปขั้นสูง Nvidia
Coca-Cola รีดีไซน์แบรนด์ทั่วโลก ใช้ AI ลดความต่างงานดีไซน์แต่ละตลาด
Business Coca-Cola รีดีไซน์แบรนด์ทั่วโลก ใช้ AI ลดความต่างงานดีไซน์แต่ละตลาด
EKA Global มองครึ่งหลังปี’69 ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มฟื้น ชี้มาตรฐานโลกเปลี่ยนเกมแข่งขัน
Economic EKA Global มองครึ่งหลังปี’69 ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มฟื้น ชี้มาตรฐานโลกเปลี่ยนเกมแข่งขัน
ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ ‘ทะเลแดง’ จับตา ‘คลองสุเอซ’ บรรเทาวิกฤติน้ำมันเอเชียได้ไหม ?
World ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ ‘ทะเลแดง’ จับตา ‘คลองสุเอซ’ บรรเทาวิกฤติน้ำมันเอเชียได้ไหม ?
กรมขนส่งเผยกว่า 1 แสนราย เข้าตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
Economic กรมขนส่งเผยกว่า 1 แสนราย เข้าตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
BDMS รุกตลาด Wellness ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ปักธง “Longevity Card” บัตรหรูดูแลสุขภาพ
Business BDMS รุกตลาด Wellness ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ปักธง “Longevity Card” บัตรหรูดูแลสุขภาพ
ดูทั้งหมด

กนง. มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจหลายสำนักคาดต้นปีหน้าจ่อเพิ่มอีก

01 ธ.ค. 2565 | 16:46น.

 

ธนาบัตร

Getty Images

 

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.00% เป็น 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที

​นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการ กนง. เปิดเผยถึงเหตุผลของการปรับเพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนจะยังเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจในระยะต่อไป และช่วยลดทอนผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2566 มีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการครั้งก่อนจากราคาพลังงานในประเทศเป็นสำคัญ แต่จะยังคงโน้มลดลงและกลับสู่กรอบเป้าหมายในปี 2566 แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการส่งผ่านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น และการปรับราคาพลังงานในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน

สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยอีก 2 ปีข้างหน้านั้น ธปท. คาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.2% ส่วนปี 2566 อยู่ที่ 3.7% และปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 3.9% เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคเอกชน แม้ว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะทำให้ภาคการส่งออกขยายตัวลดลง

“เมื่อมองไปปีหน้า ดุลบัญชีเดินสะพัดในปีหน้าคาดว่าจะกลับมาเกินดุล พร้อมกับนักท่องเที่ยวที่จะกลับเข้ามา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีนี้ 10.5 ล้านคน เป็นประมาณ 22 ล้านคนในปีหน้า ส่วนปี 2567 จะกลับสู่ระดับปกติ”

มติดังกล่าวเป็นไปตามคาดของสำนักวิจัยทางเศรษฐกิจหลายแห่งคาดการณ์ไม่ว่าจะเป็นศูนย์วิจัย Economic Intelligence Center (EIC) ของธนาคารไทยพาณิชย์ และศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองไปในทิศทางเดียวกันว่า กนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องหลังจากในไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยขยายตัวถึง 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว

ขณะเดียวกันแรงกดดันจากประเด็นด้านค่าเงินนั้นเริ่มมีลดลง หลังจากค่าเงินบาทพลิกภาพมาแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

ประเด็นที่จะต้องจับตา

ในการแถลงข่าว นายปิติ ได้ระบุถึงความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ต้องติดตามในอนาคตอันใกล้ ยังมีอีหลายปัจจัย ประกอบด้วย

ประการแรก คือ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็น ประเทศเศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัวมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และชาติยุโรป จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศ เช่น นโยบายควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินทางในต่างประเทศ

ประการที่สอง คือ การส่งผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจที่อาจจะเพิ่มขึ้น และการปรับราคาพลังงานในประเทศยังมีความไม่แน่นอน ซึ่ง ธปท. ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

คาดปีหน้า ธปท. ทยอยปรับเพิ่มขึ้นอีก

บทวิเคราะห์ของ เจ.พี.มอร์แกน บริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำ ที่เผยแพร่รายงาน “Asia Pacific Economic Research” เมื่อวันที่ 21 พ.ย. คาดการณ์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายในเดือน พ.ย. อีก 0.25% และคาดว่าปรับเพิ่มอีกครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 อีก 0.50% มาสู่ 1.75%

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ออกบทวิเคราะห์ในทิศทางเดียวกันว่า ในปีหน้า เส้นทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของกนง. คงขึ้นอยู่กับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลักอย่างเฟดเป็นสำคัญ โดยมีความเป็นไปได้ที่กนง. อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้า ซึ่งดอกเบี้ยนโยบายของไทยคงไปแตะระดับสูงสุดที่ราว 1.75-2.00% ในปีหน้า ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่มีมากขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ในขณะเดียวกัน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ อ่อนแรงลง ซึ่งคงจะส่งผลให้ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงเฟดกลับมาให้น้ำหนักต่อความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฟดคงชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อๆ ไปและอาจหยุดการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า

ชี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว

ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ

Getty Images
ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ

 

ในการแถลงข่าวช่วงแรกของ ธปท. นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาคได้เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจในช่วงเดือน ต.ค. ว่า ​เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการส่งออกสินค้าที่ปรับลดลง ตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว และปัจจัยชั่วคราวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนปรับลดลง

ขณะที่เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนลดลงเล็กน้อย แต่ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางระยะใกล้ เช่น ฮ่องกง และไต้หวัน เพิ่มขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการปรับดีขึ้นต่อเนื่อง

นายสักกะภพ ระบุอีกว่า ปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อยังปรับดีขึ้น ทั้งการจ้างงาน รายได้ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

“ถ้าดูในแง่ของตลาดแรงงานยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวในเดือนนี้ การจ้างงานในส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในระบบประกันสังคมก็กลับไปใกล้เคียงกับช่องก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว ในเดือน ต.ค. อยู่ที่ 11.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 0.7% ของเดือนก่อนหน้า”

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อน ตามอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานและหมวดอาหารสดที่ลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้นตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลง

………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ดอกเบี้ย