อย่าชะล่าใจแค่ก้อนนูนแปลกปลอม! ถอดรหัสภาวะ “ไส้เลื่อน” จากพฤติกรรมเสี่ยงสะสม ส่องสัญญาณเตือนจุก-เจ็บ-นูน ที่อาจลุกลามถึงขั้นผ่าตัดฉุกเฉิน เผยข้อมูลชุดใหม่ “ผู้หญิง” ก็เสี่ยงสูงจากปัจจัยตั้งครรภ์และยกของหนัก พร้อมแนะ 4 แนวทางป้องกันก่อนผนังหน้าท้องวิกฤต
มีก้อนนูนแปลก ๆ บริเวณหน้าท้อง เจ็บหน่วงเวลายกของ หรือรู้สึกจุกบ่อยกว่าปกติไหม? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “ไส้เลื่อนขาหนีบ” หรือ “ไส้เลื่อนหน้าท้อง ภาวะที่หลายคนมองข้าม แต่สามารถลุกลามจนต้องผ่าตัดฉุกเฉิน
ผู้คนส่วนมากมักคิดว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพศชายเพียงอย่างเดียว แต่รู้ไหมว่า เพศหญิงก็สามารถเผชิญกับไส้เลื่อนได้เช่นเดียวกัน
ทำความรู้จัก “ไส้เลื่อน”
โรคไส้เลื่อน คือภาวะที่ลำไส้บางส่วนเลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมย้ายไปอยู่อีกตำแหน่งหนึ่ง หรือส่วนที่เกิดความอ่อนแอหรือหย่อนยานของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดก้อนที่ปูดนูนออกมา ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการคลำ ไส้เลื่อนอาจทำให้เจ็บหรือปวดได้ โดยเฉพาะเมื่อท่านยกของหนัก มีอาการไอ หรือโน้มตัวลง เป็นต้น
อาการของ ไส้เลื่อน
ในช่วงเริ่มต้นของการเป็นไส้เลื่อน อาการยังไม่แสดงออกที่ชัดเจนมากนัก ต้องสังเกตจากลักษณะภายนอกเป็นหลัก เช่น มีก้อนลักษณะตุง นูน ยื่นออกมาบริเวณขาหนีบ หรือส่วนที่เคยผ่าตัด หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบรักษาจะเริ่มมีอาการจุก เจ็บปวดบริเวณที่มีก้อนตุงนูนออกมา และมีอาการ ปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วย อาการเหล่านี้เป็นอาการขั้นรุนแรงต้องได้รับการผ่าตัดด่วน !
ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคไส้เลื่อน
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดไส้เลื่อนก็คือ “ผนังหน้าท้อง” ขาดความแข็งแรง และมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ตามมาดังนี้
- เพศชาย : มีโอกาสเป็นไส้เลื่อนขาหนีบมากกว่าเพศหญิง
- อายุ : กล้ามเนื้ออ่อนแอลงตามวัย
- การเบ่งหรือเพิ่มแรงดันในช่องท้อง : สำหรับผู้ชายที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต ต้องเบ่งปัสสาวะบ่อยร่วมกับท้องผูกเรื้อรัง
ไม่อยากเป็นไส้เลื่อน ควรทำอย่างไร ?
- ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
- รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ทานผักและผลไม้ เพื่อลดอาการท้องผูก
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือยกให้ถูกวิธี
- ไม่สูบบุหรี่ เพื่อลดอาการไอ หากไอมากกว่าปกติควรรีบติดต่อแพทย์ทันที
ผู้หญิงเป็นไส้เลื่อนได้จริงหรือ ?
ไส้เลื่อนที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากการยกของหนัก รวมถึงผ่าตัดหรือผ่าคลอดเนื่องจากการตั้งครรภ์จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องอ่อนแรงจนเกิดไส้เลื่อนขึ้นมาได้
การสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด และดูแลกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง คือสิ่งสำคัญในการป้องกัน หากพบก้อนนูน เจ็บ หรือจุกผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการลุกลามที่อาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตได้
บทความโดย : นายแพทย์รัฐชัย นพพรถิรชัย ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล