Skip to content

เปิดแนวคิด“ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” นิยาม“Galeri 24”ผ่านมุม Working Mom

14 พ.ค. 2569 | 15:42น.
เปิดแนวคิด“ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” นิยาม“Galeri 24”ผ่านมุม Working Mom

“น้ำหวาน-ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” ผู้ก่อตั้งและกรรมการ บริษัท วงศ์กุลศรา เอสเตท จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Bambini Villa และ Galeri 24 และยังเป็นกรรมการบริษัท อรรถกระวี จำกัด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว ทำหน้าที่รับผิดชอบโครงการพัฒนาที่ดินและบริหารทรัพย์สินประเภทอาคารสำนักงานให้เช่าและศูนย์การค้า เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่นำไลฟ์สไตล์และบทบาทของความเป็นแม่ มาเป็นแนวคิดในการพัฒนาและบริหารโครงการคอมมูนิตี้มอลล์สำหรับครอบครัวและเด็ก ทั้งโครงการ “แบมบีนี่ วิลล่า” (Bambini Villa) และโครงการล่าสุด “แกลอริ 24” (Galeri 24) บนสุขุมวิท 24

ด้วยอีกบทบาทเป็นแม่ทำให้เธอมองข้ามเพียงเรื่องฟังก์ชันหรือขนาดพื้นที่สู่การให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึก” ของผู้ใช้งานจริง หรือการออกแบบจาก “ตารางเมตร” ไปสู่ “ประสบการณ์” ของคนที่เข้ามาใช้พื้นที่ แนวคิดนี้จึงนำไปสู่การสร้าง”พื้นที่แห่งความสบายใจ” ที่ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่เข้ามาแล้วจากไป และถูกถ่ายทอดผ่าน Galeri 24 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Canvas Building” พัฒนาอาคารให้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง สำหรับการจัดแสดงงานศิลปะและข้อความสร้างแรงบันดาลใจ โดยมีการหมุนเวียนผลงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวให้พื้นที่ และดึงดูดการมีส่วนร่วมของผู้คนในทุกช่วงเวลา

แนวคิดดังกล่าวยังถูกต่อยอดผ่านการคัดเลือกผู้เช่า (Tenants) อย่างพิถีพิถันใน Galeri 24 อาทิ Tops Daily, Let’s Relax รวมถึงร้านอาหารคุณภาพอย่าง Sol Eatery, El Gaucho และ La Fontana ซึ่งร่วมกันสร้าง Ecosystem ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวและคนในชุมชนอย่างแท้จริง

ความน่าสนใจอีกมุมหนึ่งคือ การเปิดพื้นที่ให้ “ครอบครัว” เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์จริง โดยเธอเป็นคุณแม่ของลูกชาย 2 คน อายุ 14 และ 11 ปี ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และโดยเฉพาะลูกชายคนโตที่มีส่วนร่วมทั้งในมุมมองของการออกแบบ และการตั้งคำถามกับฟังก์ชันของพื้นที่ ซึ่งกลายเป็นอินไซต์เล็กๆ ที่ช่วยต่อยอดไปสู่การคิดรูปแบบโครงการในภาพใหญ่ สะท้อนแนวคิดของการสร้างพื้นที่ที่ไม่ได้เกิดจากมุมมองของผู้พัฒนาเพียงฝ่ายเดียว แต่เติบโตมาจากประสบการณ์และความรู้สึกของคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน บทบาทของ Working Mom ยังส่งผลต่อ “วิธีคิดในการพัฒนาโครงการ” อย่างชัดเจน โดยเธอ ให้ความสำคัญกับ “Efficiency of Life” ที่ทุกอย่างควรถูกรวมไว้ในจุดเดียว (One-Stop) และมีการสัญจร (Flow) ที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกและมีเวลาคุณภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกมาทำกิจกรรม หรือแวะใช้บริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

โครงการยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ผ่านกิจกรรมอย่าง Run Club หรือกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น จุดรับขยะรีไซเคิล (Drop by to recycle your waste) ภายใต้แนวคิด “For a Good Cause” และการใช้ตัวอาคารเป็นสื่อกลาง (Building as Media) ในการสื่อสารข้อความดีๆ และงานศิลปะสู่ผู้คนในเมือง ซึ่งสะท้อนมุมมองของณพวงศ์ที่เชื่อว่า ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากอัตราการเช่าหรือผลกำไรสูงสุด แต่คือการได้เห็นผู้คนในสุขุมวิท 24 เข้ามาใช้เวลาอย่างมีความสุขจริงๆ

นอกจากนี้ในการบริหารทั้งบทบาทผู้บริหารและแม่ เธอเลือกใช้แนวคิด “Integration” มากกว่า “Balance” โดยนำความละเอียดอ่อนแบบแม่มาใช้ในการทำงาน และนำความเป็นมืออาชีพไปถ่ายทอดให้กับลูก ทำให้ทุกบทบาทเกื้อหนุนกันอย่างลงตัว เธอยังให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง (Self-Care) ผ่านช่วงเวลาเล็กๆ ของตัวเอง (Me Time) ไม่ว่าจะเป็นการแวะพักผ่อนเพื่อชาร์จพลัง เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกบทบาทในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่