BEANS ดัน “Dirty Coffee” สู่ไลฟ์สไตล์คนเมือง ผนึก 12 บาร์ดัง เปิดประสบการณ์ “Dirty Cocktail” รับเทรนด์ Specialty x Nightlife
“Dirty Coffee” กำลังเปลี่ยนสถานะจากเมนูกาแฟยอดนิยม ไปสู่ “วัฒนธรรมการดื่ม” รูปแบบใหม่ของคนเมือง ที่สะท้อนทั้งรสนิยม ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การบริโภคที่เชื่อมโยงตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงยามค่ำคืน
ล่าสุด BEANS Coffee Roaster เปิดตัวแคมเปญ “Make it Dirty” ภายใต้แนวคิด “The search ends here. Discover the Best Dirty in Town.” เดินเกมรุกตลาด Specialty Coffee ผ่านการต่อยอดเมนู Dirty Coffee สู่โลกของ Mixology ด้วยการจับมือ 12 บาร์และร้านดังทั่วกรุงเทพฯ ร่วมสร้างสรรค์ “Dirty Cocktail” สูตรพิเศษตลอดเดือนมิถุนายน 2569 กลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนการขยายฐานผู้บริโภคจากคอกาแฟ Specialty สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมประสบการณ์ Nightlife และการดื่มค็อกเทลเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ “กาแฟ” เป็นแกนกลางของประสบการณ์
หัวใจของแคมเปญ “Make it Dirty” อยู่ที่การยกระดับ Dirty Coffee ให้กลายเป็นเมนู Signature ที่สะท้อน Craftsmanship ของกาแฟอย่างแท้จริง ผ่านการพัฒนาสูตรเฉพาะของแบรนด์ ทั้งนมเย็นจัดสูตรพิเศษ และเอสเพรสโซจากเมล็ดกาแฟ Single Origin รหัส C-5 ซึ่งออกแบบมาเพื่อดึง Aroma, Body และ Coffee Oils ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ให้รสสัมผัสเข้มลึก นุ่มละมุน และมีมิติในทุกแก้ว

หลังได้รับกระแสตอบรับจากคอกาแฟตั้งแต่เปิดตัวแคมเปญช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา BEANS ต่อยอดสู่คอนเซ็ปต์ “Happy Day, Dirty Night” พา Dirty Coffee ก้าวออกจากร้านกาแฟสู่บาร์และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ ผ่านการร่วมงานกับ Mixologist และบาร์ชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ
ความพิเศษของแต่ละเมนู คือการนำเมล็ดกาแฟของ BEANS ไปตีความใหม่ในรูปแบบค็อกเทล เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มที่แตกต่าง ทั้งในมิติของกลิ่น รสชาติ และอารมณ์ของการดื่ม สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เปิดรับทั้ง Specialty Coffee และ Nightlife Culture ไปพร้อมกัน
สำหรับแคมเปญ “Dirty Cocktail” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 โดยมีบาร์และร้านดังเข้าร่วมรวม 12 แห่ง อาทิ Tichuca, Paper Plane Project, Tahona, Sanctuary Bar, 008 Bar และ OFTR เป็นต้น โดยแต่ละร้านได้ออกแบบเมนู Dirty Cocktail เฉพาะตัว เช่น “DIRTY ROASTED” เอสเพรสโซมาร์ตินีกลิ่นมะลิและข้าวหอมมะลิ, “DIRTY PEATY” ค็อกเทลแนว Spirit Forward กลิ่น Smoke บางๆ หรือ “DIRTY MORKHAENG” ที่นำแรงบันดาลใจจากขนมไทยอย่างหม้อแกงมาตีความใหม่ในรูปแบบ After Dark Cocktail
นอกจากนี้ BEANS ยังใช้กลยุทธ์ Cross Experience เชื่อมลูกค้าระหว่างร้านกาแฟและบาร์พันธมิตร ผ่านคูปองแลกเครื่องดื่ม โดยลูกค้า BEANS สามารถนำคูปองจากหน้าร้านไปแลกรับ Dirty Cocktail ฟรีที่บาร์พันธมิตร ขณะที่ลูกค้าจากบาร์พันธมิตร ก็สามารถนำคูปองกลับมาแลกรับเมนู Dirty ฟรีที่ร้าน BEANS ได้เช่นกัน ซึ่งเครื่องดื่มมีจำนวนจำกัดต่อวัน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาด Specialty Coffee ของไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องรสชาติของกาแฟ แต่รวมถึง “ประสบการณ์” และ “Community Lifestyle” ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับแบรนด์ผ่านวัฒนธรรมการดื่มในหลากหลายช่วงเวลาอีกด้วย