เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘หมอตา’ เตือนคอมพิวเตอร์ซินโดรม ภัยเงียบคนยุคดิจิทัล

27 มิ.ย. 2569 | 18:10น.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 ภายในงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ พญ.ฐิดานันท์ รัตนธรรม ผู้อำนวยการศูนย์จักษุและศูนย์เลสิก โรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายในหัวข้อ “Healthy Eyes for Modern Worklife : ดูแลดวงตาให้พร้อม ตอน คอมพิวเตอร์ซินโดรม (Computer Vision Syndrome)” โดยให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน

พญ.ฐิดานันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนทุกเพศทุกวัยใช้สายตากับหน้าจอดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการทำงาน เรียนหนังสือ เล่นเกม และใช้งานโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้พบผู้มีอาการ Computer Vision Syndrome หรือกลุ่มอาการผิดปกติจากการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้เรามองใกล้ตลอดเวลา ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักกว่าปกติ หากใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะเกิดปัญหาตามมา อาการของคอมพิวเตอร์ซินโดรมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ อาการทางตา เช่น ตาล้า เมื่อยตา ตาแห้ง ตาแดง แสบตา มองภาพไม่ชัด และปวดศีรษะ รวมถึงอาการทางระบบกล้ามเนื้อ เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง นิ้วล็อก และอาจส่งผลต่อการนอนหลับหรือเกิดความเครียดจากการใช้งานหน้าจอเป็นเวลานาน

พญ.ฐิดานันท์ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากการใช้สายตาต่อเนื่องโดยไม่พัก ทำให้กล้ามเนื้อตาเกิดความล้า อีกทั้งผู้ใช้หน้าจอมักกะพริบตาน้อยลง ส่งผลให้น้ำตาระเหยเร็วและเกิดภาวะตาแห้งได้ง่าย แนะนำว่า การป้องกันสามารถทำได้โดยจัดท่านั่งให้เหมาะสม วางหน้าจอในระดับสายตา เว้นระยะห่างจากหน้าจอประมาณ 40 เซนติเมตร ปรับความสว่างของหน้าจอให้สมดุลกับแสงภายในห้อง และหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในห้องที่มืด เพราะจะทำให้ดวงตาต้องเพ่งมากขึ้น นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ใช้หลัก 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที ให้พักสายตาอย่างน้อย 20 วินาที โดยมองไปยังวัตถุที่อยู่ห่างประมาณ 20 ฟุต เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้คลายตัว ลดอาการล้าสายตาและอาการปวดศีรษะจากการเพ่งหน้าจอ

“หลายคนพักจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ต่อ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการพักสายตา จึงควรลุกเดิน เปลี่ยนอิริยาบถ หรือมองไปในระยะไกลแทน” พญ.ฐิดานันท์ กล่าว

พญ.ฐิดานันท์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ควรสวมแว่นสายตาที่มีค่าสายตาถูกต้อง เพราะแม้ค่าสายตาผิดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะและล้าสายตาได้ โดยผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ร่วมกับการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรระวังภาวะตาแห้ง และอาจจำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรจำกัดเวลาการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลของเด็ก เนื่องจากมีข้อมูลทางการแพทย์ที่ชี้ว่าการใช้หน้าจอเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อพัฒนาการ สมาธิ และเพิ่มความเสี่ยงสายตาสั้นในเด็ก จึงควรส่งเสริมให้เด็กออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านและพักสายตาเป็นระยะ

“ดวงตาเป็นอวัยวะที่ใช้งานทุกวัน หากมีอาการปวดตา ตาพร่ามัว ตาแห้ง หรือปวดศีรษะจากการใช้หน้าจอเป็นประจำ ไม่ควรปล่อยไว้ ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม” พญ.ฐิดานันท์ กล่าว

สำหรับวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ยังมีกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีจากโรงพยาบาลชั้นนำ เวทีเสวนาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเวิร์กช็อปด้านสุขภาพตลอดทั้งวัน ก่อนปิดท้ายงานอย่างยิ่งใหญ่ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก PERSES ที่จะขึ้นเวทีตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีสามย่าน ทางออก 2