เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ความรักของ 3 พี่น้องตระกูล “สิทธิพันธุ์” พ่อแม่-พี่สาวบ่มเพาะสิ่งดีงาม

30 มิ.ย. 2569 | 16:50น.

นับเป็นของขวัญแซยิดที่ตระกูล “สิทธิพันธุ์” ตื้นตันใจเป็นที่สุด เมื่อลูกชายคนเล็กหรือน้องเล็กของครอบครัว “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” คว้าชัยชนะแบบถล่มทลายเป็น “ผู้ว่าฯ กทม.” สมัยที่ 2

ด้วยคะแนนเสียงเลือกตั้งถึง 1.5 ล้านเสียง นอกจากทุบสถิติตัวเองแล้ว ยังสร้างสถิติใหม่ของการเลือกตั้งพ่อเมืองกรุงเทพฯ อีกด้วย

3 ช่วงชีวิตการทำงานใหญ่

ถ้าจะเปิดประวัติ ผู้ว่าฯ กทม.คนนี้อีกครั้ง หลายคนคงส่ายหน้า เพราะคนทั่วประเทศคงรู้จักเขาดีจากข้อมูลแพร่หลายในโลกโซเชียล และโปรไฟล์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ สมัยลงเล่นการเมืองสนามใหญ่

วันนี้ “ดีไลฟ์-ประชาชาติฯ” จึงขอหยิบมุมที่อ่อนโย้นอ่อนโยนของผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่ใคร ๆ บอกว่า “แข็งแกร่งในปฐพี” มาถ่ายทอดสักครั้ง

เพราะตลอด 3 ช่วงชีวิตของการทำงาน ล้วนหักเหและน่าสนใจ

ตั้งแต่สมัยเป็น รมต.กระทรวงคมนาคม ยุคยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก เขาคนนี้วางเป้าหมายจะสร้างเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมซีบีดีกรุงเทพมหานครสู่ภูมิภาค เพื่อกระจายความเจริญ ไม่ให้ความรวยกระจุก แล้วจนกระจายอย่างทุกวันนี้

แต่โครงการต้องใช้เงินลงทุนสูงเป็นล้านล้านบาท ทำให้เกิดแรงต้าน ทั้งเปรียบเปรยว่า จะเอาไฮสปีดเทรนมาขนผักเหรอ ?

เมื่อการเมืองพลิกผัน ความขัดแย้งก่อตัว ความเกลียดชังของคนไทยด้วยกันเอง ทำให้คนตาบอดสีมากขึ้นเรื่อย ๆ

จนเขาหดหู่ เห็นการเมืองในอีกมุมที่โหดร้าย ทั้งท้าทายคนที่มีพลังลบมากกว่า “พลังบวก”

สุดท้าย “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ก็ตัดสินใจหันหลังให้การเมืองระดับชาติ และเป็นคนตกงานอยู่พักหนึ่ง

ชีวิตการทำงานของเขาเริ่มต้นอีกครั้ง ในฐานะ “ลูกจ้าง” บริษัทเอกชน บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ได้เขามานั่งเป็นซีอีโอ

ไม่ใช่เพราะเขาเป็นรุ่นน้องของ “อนันต์ อัศวโภคิน” เจ้าของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บริษัทแม่ของคิวเฮ้าส์

แต่เพราะโปรไฟล์เขาไม่ธรรมดา

ชัชชาติจบสาธิตจุฬาฯ และเตรียมอุดมฯ ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง วิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ รั้วจามจุรี สามย่าน

เป็นนิสิตทุนพระราชทาน มูลนิธิอานันทมหิดลปี 2529 ในการเรียนต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรมโครงสร้าง MIT หรือสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ต่อด้วยปริญญาเอก (วิศวกรรมโครงสร้าง) ม.อิลลินอยฯ สหรัฐอเมริกา

จบกลับมาเป็นอาจารย์ที่เขาเคยเรียน ภาควิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาฯ ชีวิตไม่ได้หวือหวา อยู่กับตำรา และลูกศิษย์นิวเจน

ทั้งคุ้นเคยกับทำเลสามย่าน เขาจึงเป็นหนึ่งในระดับผู้บริหารที่วางโรดแมปให้กับทรัพย์สินจุฬาฯ สร้างสามย่าน-บรรทัดทอง จัดระเบียบการพัฒนาให้เป็น “ทำเลต้นแบบ” ของสตรีตฟู้ดที่ทันสมัยเหมือนเกาหลี สิงคโปร์

มาปี 2565 ชัชชาติลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในฐานะผู้สมัครอิสระ ได้คะแนนเสียง 1.3 ล้านเสียง ตอนนั้นชื่อ “ชัชชาติ” ดังมาก และเกิดมีม ผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งในปฐพี ย่อตัวใส่บาตรทุกเช้า หลังวิ่งออกกำลังกาย

ผ่านไป 4 ปี ชื่อของ “ชัชชาติ” ยังไปได้ แต่ไม่ดังเท่า 4 ปีก่อน หลังมีการวิพากษ์เรื่องงานไม่เข้าเป้า สนใจเรื่องเล็กมากกว่าเรื่องใหญ่

แต่เรื่องขยัน และมีจุดยืน “ไม่โจมตีใคร-ไม่ว่าร้ายใคร” กลายเป็นจุดแข็ง ทำให้เขาชนะเลือกตั้งอีกครั้ง แถมคะแนนมากกว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่คนออกมาใช้สิทธิน้อยกว่า 4 ปีก่อน

สายใยรักของครอบครัว

ด้วยความที่เป็นลูกนายตำรวจใหญ่ ทำให้มีวินัยที่เคร่งครัด ชัชชาติจึงมีบุคลิกตรง ๆ ออกแนวนักวิชาการ ดูเหมือนไม่ผ่อนหนักผ่อนเบา แต่แท้จริงแล้วเป็นคนหยวน ๆ รักษาน้ำใจคน เห็นอกเห็นใจผู้ทุกข์ยาก ทำให้หลายงานเขาแพ้ทางคน

แม้จะยึดตรรกะเป็นสรณะ แต่การบริหารจัดการองค์กรหรือบ้านเมืองต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ บวกกับความเด็ดขาด เขาอาจจะมี แต่ไม่กล้าใช้หรือใช้ไม่หมด ทำให้ระบบแบบลบ ๆ อยู่เหนืออำนาจที่เขามี

เพราะอะไร ?

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดชัชชาติบอกไว้ว่า “ชัชชาติเป็นคนดี ดีแบบที่ครอบครัวเขาปลูกฝังมา โดยเฉพาะพื้นฐานจิตใจที่ยึดหลักเมตตาเป็นที่ตั้ง ทำให้ 3 พี่น้องเติบโตมาด้วยคำสอนและแนวปฏิบัติเดียวกัน”

ชัชชาติเป็นลูกของ พลตำรวจเอกเสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กับ คุณแม่จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ สกุลเดิม “กุลละวณิชย์” (ทั้งคู่ถึงแก่กรรมแล้ว)

โตมากับ 3 พี่น้องที่สนิทกัน คนโตชื่อ “พี่หนึ่ง-รศ.ปรีชญา สิทธิพันธุ์” อดีตอาจารย์คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ดีกรีปริญญาตรีคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ปริญญาโท คณะสถาปัตย์ และการออกแบบ จาก MIT Massachusetts Institute of Technology ปริญญาเอก Architecture in Design Theories and Methods มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

เธอผู้นี้เป็นลมใต้ปีกและแรงบันดาลใจของน้องชายฝาแฝด ที่มีนิสัยน่ารัก ยิ้มสวยและอบอุ่น เป็นที่รักของคนทุกแวดวง แต่ด้วยบ้านนี้สอนกันมาให้โลว์โปรไฟล์ ทำให้ชื่อของพี่หนึ่งเป็นข่าวน้อยไปในวงสังคม

จะมีที่เปรี้ยงปร้างก็ตอนรับเดินแบบให้กับโพเอ็ม และน้องชายสองคนจัดงานทำบุญวันเกิดให้ ซึ่งน้อยครั้งที่ชัชชาติจะโพสต์เรื่องส่วนตัวของคนในครอบครัว

ด้วยความที่พี่สาวมีอายุห่างจากน้องชายฝาแฝดถึง 7 ปี ทำให้พี่หนึ่งเป็นทั้งพี่และแม่ เพราะช่วยเลี้ยงน้องมาตั้งแต่เล็ก ๆ เป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของน้อง ๆ ในเรื่องเรียน

3 พี่น้องเรียนเก่งมาก ระดับจีเนียส เป็นหนอนหนังสือทุกคน ทำให้ชัชชาติทะลุเป้าหมายไปเรียนต่อ MIT ได้สำเร็จ โดยมี “พี่สาว” เป็นไอดอล

อีกท่านคือพี่ชายฝาแฝดแบบไข่ใบเดียวกัน คือ เหมือนกันทั้งโครงหน้า และใบหน้า รวมถึงนิสัยบางส่วน

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นพี่ชายที่เกิดก่อนไม่กี่นาที

คือเกิดวันที่ 24 พฤษภาคม 2509 ชื่อเล่นว่า “ทัวร์” ส่วนผู้ว่าฯ ชัชชาติ มีชื่อว่า “ทริป”

ชื่อเล่นมีที่มา เนื่องจากครอบครัวนี้มีลูกคนเดียวมานานถึง 7 ปี และอยากมีลูกสักคนสองคน จนคุณพ่อได้ทุนไปดูงานตำรวจสากลรอบโลก เลยชวนคุณแม่ลางานไปด้วยกัน ปรากฏว่ากลับมาแล้วตั้งท้อง คุณแม่จึงตั้งชื่อลูกแฝดว่า “ทัวร์-ทริป”

“หมอทัวร์” เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ จบแพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์ แพทยสภาอนุมัติบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตทางระบบหายใจ ที่ได้นั่งรถยนต์พระที่นั่งในริ้วขบวนพระราชพิธีเชิญพระศพ ในฐานะตัวแทนของคณะแพทย์ ผู้ถวายการรักษาพระอาการ สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างสุดความสามารถ

ทั้งสองพี่น้องมีภารกิจต่อเนื่อง เพราะทำงานเกี่ยวข้องกับผู้คน เมื่อมีเวลาพวกเขาจะโทร.นัดแนะไปหาแม่ที่บ้านพัก และทำกับข้าวกินกันเอง โดยเฉพาะชาบู เน้นโปรตีน

พี่น้องคู่นี้คุยกันสนุก หมอทัวร์จะยิ้มเก่งกว่าผู้ว่าฯ ทริป และกลัวคุณแม่เหมือนกัน โดยเฉพาะไม่ให้ทำตัววุ่นวาย อะไรกับใคร ที่ไหน ไม่ต้องโอ้อวด ไม่ต้องคุยโม้ ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี อย่าสำคัญตัวมาก ให้ช่วยคนที่ลำบากและด้อยโอกาส

ที่สำคัญ ต้องรักกันทั้ง 3 พี่น้อง สามัคคีคือพลัง และไม่เอาเปรียบใคร ไม่ว่าร้ายใคร ไม่งั้นแม่จะตี

รักที่แท้ ‘แสนดี สิทธิพันธุ์’

ผู้ว่าฯ กทม. เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว สถานภาพหย่าตั้งแต่ปี 2560

มีลูกชายคนเดียวชื่อ “แสนปิติ สิทธิพันธุ์” หรือน้องแสนดี ผู้ที่ดีใจยิ่งกว่าพ่อ เมื่อเห็นคะแนนพ่อนำโด่ง

แม้ลูกจะเป็นผู้พิการทางการได้ยินตั้งแต่กำเนิด แต่ชัชชาติก็ใช้ความพยายามทุกทางให้ลูกได้มีชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป

โดยพาไปรักษาที่เมืองนอก และรับการผ่าตัดประสาทหูเทียมเมื่อปี 2545 ผลรักษาดี แต่พ่อลูกต้องฝึกการสื่อสารระหว่างกัน ด้วยภาษาอังกฤษ

ล่าสุด “แสนดี” เรียนจบปริญญาโทแล้ว ในสาขารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา

หลังจบปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ที่สหรัฐ และกลับมาใช้ชีวิตพักหนึ่งที่เมืองไทย

จากวันนี้ แสนดีก็คงเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับพ่อต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์