เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

คนไทยเสี่ยงโรคหัวใจ-หลอดเลือดเพิ่มขึ้น แพทย์แนะเพิ่มยานวัตกรรมใหม่ลด ‘ตาย-อัมพาต’

27 พ.ย. 2562 | 09:43น.

แพทย์เผยคนไทยเสี่ยงป่วยโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยหลักจากการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่-เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย แต่สถานพยาบาลยังใช้วิธีรักษาแบบเดิม แนะศึกษาผลการรักษาด้วยนวัตกรรมยาใหม่ เพื่อวางระบบใช้งบประมาณดูแลผู้ป่วยอย่างคุ้มค่า เปิดกว้างบัตรทองเข้าถึงยาโรคหัวใจนอกบัญชียาหลักที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าได้ แต่ให้คนไข้ร่วมจ่ายเพื่อไม่กระทบภาพรวม

นพ.วศิน พุทธารี หัวหน้าห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยในงานเสวนาหัวใจสุขภาพดี สูงวัยอย่างแข็งแรง(Healthy Hearts, Healthy Aging) ซึ่งจัดโดยบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะปัจจุบันที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย สอดคล้องกับข้อมูลในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข ที่พบว่าโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็น ‘โรคไม่ติดต่อ’ (NCDs) ที่นำไปสู่การเสียชีวิตสูงสุด 5 อันดับแรกของคนไทยและผู้ป่วยอีกมากต้องทุพพลภาพ

ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ พบมากในกลุ่มของผู้สูงอายุขณะนี้ โดยถ้าพิจารณาจากสถิติในปี 2561จะพบผู้ป่วยสองโรคนี้ในประเทศไทยมีอยู่ราว 4 แสนคน อัตราการเสียชีวิต 2 หมื่นคนต่อปี หรือทุกๆ 1 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิต 1-2 คน

สำหรับปัจจัยเสี่ยงผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ คือจะมีลิ่มเลือดในหัวใจไปอุดตันเส้นเลือดในสมอง นำไปสู่ภาวะสมองขาดเลือด สุดท้ายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต นอนติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่วนโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้น ถ้าผู้ป่วยเกิดภาวะหลอดหัวใจขาดเลือดรุนแรง ก็จะนำไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ทำให้เสียชีวิตได้ในทันที

นพ.วศิน กล่าวด้วยว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทุกภาคส่วนที่มีหน้าที่ดูแลระบบสาธารณสุข จำเป็นต้องตระหนักว่าหากไม่ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาดีพอ เราอาจมีผู้ป่วยทุพพลภาพเป็นภาระครอบครัวและสังคมจำนวนมาก แนวทางการรักษาสองโรคนี้ นอกจากจะให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องแล้ว ต้องใช้ยาที่เหมาะสมด้วย ซึ่งประเทศไทยยังขาดข้อมูลที่สะท้อนว่ายาแบบเก่าที่ใช้กับคนไข้ในปัจจุบัน ได้ผลการรักษาเป็นอย่างไร เมื่อเทียบการรักษาและยารูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่า ดังเช่นในต่างประเทศพบอัตราการเสียชีวิตน้อยลงจากการใช้นวัตกรรมยาและการรักษาแบบใหม่

แม้ยานวัตกรรมจะมีราคาสูงจริง แต่เมื่อมาหักลบกับค่ารักษากรณีคนไข้มีภาวะแทรกซ้อนหรือเกิดทุพพลภาพภายหลังซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดูแลที่สูงเช่นกัน เมื่อคำนวณแล้วคุ้มค่าหรือไม่ และในการเบิกจ่ายค่ารักษาของทุกกองทุนด้านสุขภาพนั้น เมื่อเริ่มต้นโครงการก็มีแนวคิดที่ว่ารัฐจะช่วยเหลือทุกคน ดังนั้นถ้าจะเปิดช่องให้ผู้ป่วยได้ร่วมจ่ายบ้างในยาที่สูงขึ้นบางประเภท ก็น่าจะเป็นวิธีที่แบ่งเบาภาระของภาครัฐได้

ขณะที่ ศ.นพ.รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ อาจารย์แพทย์ ศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ก่อให้เกิดผลกระทบกับตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง ผลกระทบต่อตัวเองคือสุขภาพกายใจ ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบคนรอบข้างคือ บ้านไหนมีผู้ป่วยโรคนี้ ระดับความตึงเครียดในครอบครัวจะสูง เพราะชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบ รายได้ลดลง ส่วนกระทบต่อประเทศและสังคมคืองบประมาณในการดูแลมาก ส่วนค่าใช้จ่ายรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 6 หมื่นบาทต่อครั้งต่อคน

แม้ทุกวันนี้เราจะตระหนักถึงภัยของโรคร้ายมากแค่ไหน แต่จำนวนผู้ป่วยก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากพฤติกรรมความเป็นอยู่ ขาดการออกกำลังกาย ความเครียดในชีวิตประจำวันและการรับประทานอาหาร หากดูจากสถิติการรับผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดอย่างรุนแรงเข้ารับการรักษาในปี 2560 พบว่ามีจำนวน 8.4 หมื่นครั้ง เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2556 ร้อยละ 25 ส่วนโรคสมองขาดเลือดพบว่ามีจำนวน 2.6 หมื่นครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ถือเป็นตัวเลขที่น่าตระหนก ประกอบกับอายุประชากรในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นจนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ปัญหานี้จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก

ปัจจุบันยาชนิดใหม่และการรักษาใหม่ๆเกิดตลอด แม้ราคาสูงใช้งบประมาณมาก แต่หากผลวิจัยออกมาว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าและปลอดภัยกว่า ก็ควรต้องคำนึงถึงการให้ผู้ป่วยสามารถได้รับการรักษาตามมาตรฐานสากล อาทิ กลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ต้านวิตามินเค (NOAC) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีโรคอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย แต่จากสถิติผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วกว่า 3,000 ราย พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงยาดังกล่าว จึงจำเป็นที่จะต้องมีการนำเสนอข้อมูลในเรื่องต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ทั้งนี้ จากการวิจัยพบว่ายาแบบเก่ามีความเสี่ยงต่อการเลือดออกในสมองมากกว่ายานวัตกรรมใหม่ และประชากรประเทศแถบเอเชียมีโอกาสเป็นโรคเลือดออกในสมอง มากกว่าคนในแถบยุโรปและอเมริกา การเลือกใช้ยาที่มีความปลอดภัยสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

สำหรับงานเสวนาครั้งนี้ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เพื่อส่งเสริมความรู้ทางสุขภาพและส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทย และยังนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยตามรายงาน Healthy Hearts,Healthy Aging ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จัดทำโดยไบเออร์ และ NUS Enterprise หน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์อีกด้วย 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุขภาพ โรคหัวใจ