สุขภาพดีกับรามาฯ อ.นพ.ประวัฒน์ จันทฤทธิ์
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ SARS-CoV-2 หากเป็นผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องได้รับการรักษาในสถานการณ์ที่มีโควิด-19 ระบาด ควรจะต้องเตรียมตัวและรับมือกันอย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมคำถามมาตอบให้ทราบกัน
ถาม : ผู้ป่วยมะเร็งมีความเสี่ยงของการรับเชื้อไวรัสนี้สูงหรือไม่ และถ้าได้รับเชื้อแล้วจะเกิดอาการของโควิด-19 รุนแรงกว่าคนทั่วไปหรือไม่
ตอบ : เชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ใครก็ตามที่ได้สัมผัสรับเชื้อเข้าไปย่อมมีโอกาสเกิดอาการของโควิด-19 ได้ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งหากได้รับเชื้อย่อมมีโอกาสที่จะเกิดอาการของโรคที่รุนแรง นอกจากนี้ ปัจจัยของโรคประจำตัวร่วมชนิดอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้วในผู้ป่วยมะเร็งจะเป็นปัจจัยเสริมให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น โรคไต โรคถุงลมปอดโป่งพอง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ฯลฯ
โดยทั่วไปโรคมะเร็งแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มมะเร็งเม็ดเลือด-ต่อมน้ำเหลือง และกลุ่มมะเร็งเนื้องอก
สำหรับกลุ่มมะเร็งเม็ดเลือด-ต่อมน้ำเหลืองจะมีความอ่อนแอ อันเนื่องมาจากเม็ดเลือดขาวและระบบน้ำเหลือง ซึ่งเดิมมีหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อ แต่กลับไม่สามารถทำงานได้ปกติในสภาวะที่เป็นมะเร็ง จึงส่งผลให้ร่างกายมีความอ่อนแอและสามารถมีอาการของโควิด-19 ที่รุนแรงได้
ขณะที่กลุ่มมะเร็งชนิดเนื้องอกจะก่อให้เกิดปัญหาการเบียดหรืออุดตันอวัยวะต่าง ๆ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งชนิดอื่นที่แพร่กระจายมายังปอด ซึ่งสามารถทำให้การทำงานของปอดและหลอดลมผิดปกติ จึงง่ายต่อการเกิดโควิด-19 ที่รุนแรงได้ การได้รับยาเคมีบำบัด การรักษาด้วยการฉายแสงและภาวะทุพโภชนาการ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีความอ่อนแอเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากความรุนแรงของโรคมะเร็งพื้นฐาน
ถาม : ถ้าเคยเป็นมะเร็งและได้รับการรักษาจนหายแล้ว จะมีความเสี่ยงที่จะมีอาการของโควิด-19 รุนแรงหรือไม่
ตอบ : ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลระบุชัดเจนว่า ผู้ที่หายขาดจากมะเร็งแล้วจะมีความเสี่ยงที่จะมีอาการของโควิด-19 รุนแรงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โรคประจำตัวอื่นหรืออายุที่เพิ่มขึ้นย่อมมีผลต่อภาวะภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงได้
ถาม : ในระหว่างนี้ที่มีการระบาดของโควิด-19 ผู้ป่วยมะเร็งจะต้องทำอย่างไร เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง
ตอบ : สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด การฉายรังสี การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการรักษาต่อไป โดยแพทย์ผู้รักษาจะมีการบริหารจัดการเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดที่อาการของโรคไม่รุนแรง สามารถรับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดชนิดรับประทาน แพทย์ผู้รักษาสามารถสื่อสารกับผู้ป่วยด้วยบริการโทรเวชกรรม หรือ telemedicine เพื่อติดตามอาการโดยผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล และทำการจัดส่งยาให้ถึงบ้าน
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาจนครบถ้วนแล้ว แพทย์ผู้รักษาสามารถติดตามอาการด้วยบริการโทรเวชกรรมเช่นเดียวกัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัสเมื่อเดินทางออกมานอกบ้าน
หมายเหตุ : อ.นพ.ประวัฒน์ จันทฤทธิ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล