รวมข้อมูลการฉีดโบลดริ้วรอย ใช้กี่ยูนิต ฉีดจุดไหนได้บ้าง กี่วันเห็นผล ?
ฉีดโบลดริ้วรอย
ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า เป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคน เพราะทำให้ดูมีอายุ ภาพรวมบนใบหน้าไม่สดใสเหมือนเดิม ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของปัญหานี้ เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีการขยับหรือแสดงอารมณ์ทางสีหน้าบ่อย ๆ วิธีการแก้ไขทำได้หลายวิธีครับ แต่จะให้ผลลัพธ์ช้าเร็วต่างกัน โดยวิธีที่เห็นผลเร็ว และได้รับความนิยมคือการ “ ฉีดโบลดริ้วรอย ” ช่วยรักษาปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าให้ผิวกลับมาตึงกระชับ เรียบเนียนขึ้น
สำหรับใครที่มีปัญหาริ้วรอย ต้องการรักษาวิธีนี้ หมอมีข้อมูลโดยละเอียดมาแนะนำครับ
สารบัญ ฉีดโบลดริ้วรอย
- ฉีดโบลดริ้วรอย คืออะไร ?
2.โบท็อกทำงานอย่างไร ?
3.ฉีดโบลดริ้วรอยช่วยอะไรบ้าง ?
4.ฉีดโบลดริ้วรอยฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
5.ใครบ้างเหมาะที่จะฉีดโบลดริ้วรอย ?
6.ฉีดโบลดริ้วรอยอันตรายไหม ?
7.ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่ ?
8.ฉีดโบลดริ้วรอยกี่ยูถึงเห็นผล ?
9.การเตรียมตัวก่อนฉีดโบลดริ้วรอย
10.การดูแลหลังฉีดโบลดริ้วรอย
11.ข้อห้ามหลังฉีดโบลดริ้วรอย
12.ฉีดโบลดริ้วรอยอยู่ได้กี่เดือน ?
13.ต้องฉีดโบลดริ้วรอยบ่อยแค่ไหน ?
ฉีดโบลดริ้วรอย คืออะไร ?
ฉีดโบลดริ้วรอย คือ การฉีดโบท็อก (Botox) หรือโบทูลินัม ท็อกซิน ชนิดเอ (Botulinum Toxin A) ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียชื่อ คลอสตริเดียม โบลูทินัม (Clostridium botulinum) มีคุณสมบัติออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น รอยเหี่ยวย่นหน้าผาก หางตา หรือลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้นครับ

โบท็อกทำงานอย่างไร ?
โบท็อก (Botulinum toxin A) ทำงานโดยจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (neurotoxin) เมื่อฉีดเข้าไปไปยังบริเวณที่มีริ้วรอย กลไกการทำงานของโบท็อก จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณนั้นจะถูกคลี่ออก เวลาที่ขยับหรือแสดงสีหน้าก็จะไม่เกิดริ้วรอย การย่นของผิว จึงแก้ปัญหาริ้วรอยได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะริ้วรอยตื้น ๆ บนผิว

กลไกการออกฤทธิ์ของโบท็อก
แต่หากเป็นปัญหาริ้วรอยลึก ๆ ที่เกิดจากปัญหากระดูกทรุดตัว หรือมีการเสื่อมของโครงสร้างผิวภายใน จะต้องแก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์หนุนในชั้นผิว ช่วยแก้ปัญหาได้ชัดเจนและตรงจุดมากกว่าครับ เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม
ฉีดโบลดริ้วรอยช่วยอะไรบ้าง ?
การฉีดโบลดริ้วรอย สามารถช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- ช่วยลดริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น เพราะร่างกายมีการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินน้อยลง ผิวเกิดการหย่อนคล้อย
- ช่วยลดริ้วรอยจากปัญหาผิวแห้ง ขาดความแข็งแรง เกิดรอยพับ และริ้วรอยได้ง่าย
- ช่วยลดริ้วรอยจากเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ทั้งจากแสงแดด มลภาวะ พักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ที่ส่งผลต่อการทำลายคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวฟื้นฟูช้า ผิวอ่อนแอลง
ฉีดโบลดริ้วรอยฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
การฉีดโบท็อกริ้วรอยสามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า โดยส่วนใหญ่จะเป็นริ้วรอยตื้น ๆ ซึ่งจุดที่มักพบปัญหาริ้วรอย ได้แก่ ระหว่างคิ้ว ใต้ตา หางตา ตีนกา ร่องแก้ม หน้าผาก และคอ
- ฉีดโบลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว : รอยย่นระหว่างคิ้วเป็นตำแหน่งที่คนมักจะสังเกตเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูแก่ ไม่สดใส การฉีดโบท็อกระหว่างคิ้วจะช่วยยับยั้งการหดตัวและทำให้ผิวหนังส่วนบนเรียบขึ้นครับ

- ฉีดโบลดริ้วรอยหน้าผาก : ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก คือหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรามีอายุมากขึ้น สามารถสังเกตได้ชัดเมื่อขมวดคิ้วหรือเลิกหน้าผาก การฉีดโบท็อกสามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผาก ซึ่งเกิดจากการแสดงอารมณ์ สีหน้าได้ หากปล่อยทิ้งไว้ เมื่อเวลาผ่านไปริ้วรอยบริเวณนี้จะเริ่มลึกขึ้นเรื่อย ๆ
- ฉีดโบลดริ้วรอยหางตา หรือโบท็อกตีนกา : ปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบดวงตาและรอยตีนกาทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส การฉีดโบท็อกตีนกาหรือโบท็อกหางตา จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เกิดการคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอยลดลงได้ครับ

หลังฉีดโบท็อกตีนการิ้วรอยลดลง หน้าตาดูสดใสขึ้น
- ฉีดโบลดริ้วรอยใต้ตา : บริเวณใต้ตาเป็นจุดที่เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ง่ายที่สุด ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ไม่สดใส การฉีดโบท็อกใต้ตาจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยย่นเล็ก ๆ ใต้ตาจางลงครับ
- ฉีดโบลดริ้วรอยร่องแก้ม : ริ้วรอยบริเวณแก้มมักมาจากการยิ้มบ่อย ๆ จนกล้ามเนื้อที่ดึงร่องแก้มแข็งแรงเกิน หากเริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ การฉีดโบท็อกสามารถแก้ไขได้ แต่หากเริ่มมีร่องลึกไม่ควรแก้ด้วยโบท็อกทั้ง 100% ครับ เพราะจะทำให้การยิ้มดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ แนะนำให้ใช้โบท็อก 50% และที่เหลือแก้ด้วยการเติมฟิลเลอร์เทคนิค Myomodulation จะช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
ใครบ้างเหมาะที่จะฉีดโบลดริ้วรอย ?
ฉีดโบลดริ้วรอยสามารถฉีดได้ตั้งแต่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยย่นบนหน้าผาก รอบดวงตา ตีนกา หางตา ระหว่างคิ้ว ทั้งในอายุยังน้อย และผู้ที่มีอายุ สามารถช่วยรักษาความอ่อนเยาว์บนใบหน้าได้
แต่ทั้งนี้ระยะการฉีดโบท็อกก็ไม่ต้องฉีดบ่อยหรือถี่เกินไป เนื่องจากอาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการดื้อโบท็อกได้ แม้จะใช้โบท็อกที่มีความบริสุทธิ์สูงก็ตามครับ
ฉีดโบลดริ้วรอยอันตรายไหม ?
ฉีดโบลดริ้วรอยไม่อันตรายครับ เมื่อฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้โบท็อกแท้ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐาน

ความอันตรายของการฉีดโบท็อกที่หลายคนกลัว มักมาจากแพทย์ขาดประสบการณ์ ไม่ความรู้ด้านกายวิภาค ฉีดผิดตำแหน่ง ประเมินปริมาณตัวยาได้เหมาะสม รวมถึงฉีดโบท็อกปลอม โบท็อกหิ้วที่ตัวยาไม่บริสุทธิ์ ทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น
- อาการปวดศีรษะหรือความรู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ
- เกิดรอยช้ำจากการที่เข็มฉีดยา หรือเกิดอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีด
- ทำให้เกิดความบาดเจ็บต่อหลอดเลือด มักเกิดบริเวณหางตา อาการคิ้วหรือหนังตาตก
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉพาะที่ มุมปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด หน้าแข็ง
- อักเสบติดเชื้อหลังฉีด จากการใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด ไม่มีระบบการดูแลความสะอาดปลอดเชื้อ
- ดื้อโบท็อก ฉีดแล้วไม่เห็นผล เกิดจากฉีดโบท็อกปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านอย. ฉีดโบท็อกปริมาณมากหรือฉีดถี่เกินไป
ดังนั้นก่อนฉีดโบลดริ้วรอย จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เลือกฉีดโบท็อกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้โบท็อกแท้เท่านั้นครับ
ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาการฉีดโบลดริ้วรอย ราคาไม่สูงครับ โดยราคาฉีดโบลดริ้วรอยเฉพาะจุด ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาท หากฉีดโบลดริ้วรอย ทั่วหน้า ราคาเริ่มต้น ประมาณ 9,000 บาท ครับ ทำให้ได้รับความนิยม ซึ่งปัจจุบันมีหลาย ๆ จัดโปรโมชั่นโบท็อกลดริ้วรอยต่าง ๆ เพื่อแข่งขันกันในตลาดความงาม ทำให้คนไข้ได้ราคาที่คุ้มค่าและมีตัวเลือกมากขึ้นครับ
ฉีดโบลดริ้วรอยกี่ยูถึงเห็นผล ?
สำหรับการฉีดโบลดริ้วรอยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 25 U ในการฉีดโบลดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น ระหว่างคิ้ว หางตา หน้าผาก ก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแล้ว แต่หากต้องการลดริ้วรอยทั่วหน้าหรือลิฟกรอบหน้าด้วย โดยทั่วไปใช้โบท็อก 100U ครับ ทั้งนี้การฉีดโบลดริ้วรอยเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นธรรมชาติ หมอจะเป็นผู้ประเมินว่าคนไข้แต่ละเคสใช้กี่ยูนิตจึงจะเหมาะสมครับ
การเตรียมตัวก่อนฉีดโบลดริ้วรอย
ก่อนการฉีดโบลดริ้วรอย เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เร็ว คงผลลัพธ์ได้นานขึ้นและมีความปลอดภัยมากที่สุด ควรเตรียมความพร้อมก่อนฉีดดังนี้
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก รวมไปถึงวิธีการสังเกตโบท็อกแท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัย
- ตัดสินใจฉีดโบลดริ้วรอบกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะแพทย์จะสามารถประเมินถึงปัญหาได้ตรงจุด และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

- ฉีดโบท็อกแท้ ผ่านการรับรองจาก อย.เท่านั้น เพื่อลดโอกาสการดื้อยาและเกิดผลข้างเคียง
- ควรให้แพทย์เปิดขวดใหม่ ผสมโบท็อกให้ดูต่อหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้เจือจางน้ำเกลือมากเกินไป หรือขอกล่องและขวดกลับบ้าน ไว้ตรวจสอบเพื่อมั่นใจว่าเป็นของแท้
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, Ponstan
- งดสครับใบหน้า คอร์สเลเซอร์ แว็กผิวหรือนวดหน้าบริเวณที่ฉีด 2-3 วัน เพื่อลดอาการเขียวช้ำ
- หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำ ควรปรึกษาหรือแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
Header Tag 2 : การดูแลหลังฉีดโบลดริ้วรอย
เพื่อให้ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกมีประสิทธิภาพมากขึ้น คนไข้ควรให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง โดยควรปฏิบัติดังนี้

- หลังฉีดโบท็อกทันที ควรขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ทันที 1-2 ครั้ง เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด
- การกินแร่ธาตุ Zinc 50 mg ก่อนและหลังการฉีดโบท็อก ช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้น (ควรรับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์)
- ควรฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อห้ามหลังฉีดโบลดริ้วรอย
- หลังฉีดโบท็อก ห้ามนอนราบ 3 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง
- ห้ามกินอาหารประเภทหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง รวมถึงควรงดสูบบุหรี่ร่วมด้วย
ฉีดโบลดริ้วรอยอยู่ได้กี่เดือน ?
การฉีดโบลดริ้วรอยอยู่ได้กี่เดือน ? ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน โดยผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกไม่ได้อยู่ถาวร โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3-6 เดือน โดยโบท็อกแท้สามารถสลายหมด 100% โดยไม่มีสารตกค้างครับ
ต้องฉีดโบลดริ้วรอยบ่อยแค่ไหน ?
การฉีดโบลดริ้วรอยไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป ควรเว้น 3 เดือน และไม่ควรเว้นระยะห่างนานเกิน 5-6 เดือนครับ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้ปกติ และอาจจะต้องใช้ยูนิตของโบท็อกเยอะขึ้นครับ
สรุป
การฉีดโบลดริ้วรอย เป็นวิธีการแก้ปัญหาริ้วรอยที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน เห็นผลเร็ว และสามารถแก้ปัญหาริ้วรอยได้หลายจุดครับ จึงช่วยให้เจ้าของใบหน้ามีความมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อกแท้ครับ ที่ V Square Clinic หมอจะประเมินว่าคนไข้แต่ละเคสเหมาะกับโบท็อกริ้วรอยชนิดใดและแจ้งปริมาณที่ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด คนไข้สามารถปรึกษาออนไลน์ก่อนได้ โดยสามารถส่งรูปหน้ามาให้หมอประเมินก่อนได้ในเบื้องต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ