เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สมาคมวิศวกร เตรียมจัดงาน FIDIC Asia Pacific Conference 2023

06 ต.ค. 2566 | 14:37น.
สมาคมวิศวกร เตรียมจัดงาน FIDIC Asia Pacific Conference 2023

สมาคมวิศวกร เตรียมจัดงาน FIDIC Asia Pacific Conference 2023

สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาฯ เตรียมจัดงาน FIDIC Asia Pacific Conference 2023 “Engineering towards Net Zero” เข้าร่วมกว่า 20 ประเทศ ตั้งเป้าปี 2065 ไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น “ศูนย์” เตือนหากละเลยอีก 27 ปี น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ

 

สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.) ในฐานะตัวแทนประเทศไทย เตรียมจัดงานสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ระดับนานาชาติ ที่มีชื่อว่า FIDIC Asia Pacific Conference 2023 กับหัวข้อ  “Engineering towards Net Zero”   งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายนนี้ ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ ซึ่งได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ตัวแทนภาครัฐ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาส ความท้าทาย และความสำเร็จในการทำงานที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะนำความรู้ที่ได้ไปร่วมกันผลิตผลงาน เพื่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2065 โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จาก 20 ประเทศ อาทิ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมไปถึงออสเตรเลีย อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ฯลฯ

นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ. ทีมกรุ๊ป และนายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์ ที่เรามักเรียกรวมๆ  กันในชื่อ  ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การทำกิจกรรมต่างๆ บนโลกนี้ ล้วนแต่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาทั้งนั้น ซึ่งเมื่อปล่อยแล้วจะคงอยู่ในบรรยากาศ เป็นเวลา  200 – 450 ปี โดยปัจจุบันพบว่า ในชั้นบรรยากาศมีก๊าซเรือนกระจกสะสมอยู่แล้วถึง 411 ส่วนในล้านส่วน (PPM) หากสูงขึ้นถึง 475 ส่วนในล้านส่วน จะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างรุนแรง”

“ก๊าซเรือนกระจกทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ถ้าสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ภูมิอากาศจะแปรปรวนถึงขั้นวิกฤติ ปัจจุบันสูงขึ้น 1.2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับปี 1988 ส่งผลให้ภูมิอากาศรุนแรงยิ่งขึ้น เกิดภัยพิบัติบ่อยขึ้น ปริมาณน้ำฝนมากขึ้นและรุนแรงขึ้น เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ภาวะโลกร้อนยังทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย พื้นที่น้ำแข็งขั้วโลกลดลง 15% ในรอบ 40 ปี ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น จากการวิเคราะห์ของสหประชาชาติ หากเรายังไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปี ค.ศ. 2050 หรืออีก 27 ปีข้างหน้า ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยจะสูงขึ้น 70 เซนติเมตร น้ำทะเลจะไหลเอ่อไปตามแม่น้ำลำคลองเข้าไปในแผ่นดินมากขึ้น หากน้ำเค็มเอ่อขึ้นไปถึงปทุมธานี ก็จะเอ่อสูงมากขึ้นไปจนถึงอยุธยา อ่างทองและพื้นที่ลุ่มต่ำในกรุงเทพฯ สวนส้มโอดำเนินสะดวก สวนกล้วยไม้ที่ปลูกตามคลองต่างๆ ก็จะเสียหาย จึงต้องเพิ่มความแข็งแรงของคันกั้นน้ำชายฝั่งทะเล และคันกั้นน้ำสองตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา  ท่าจีน  บางปะกง  ยกระดับให้สูงขึ้นกว่าปัจจุบันไม่น้อยกว่า 70 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วม”  นายชวลิต กล่าว

อุตสาหกรรมการก่อสร้าง เป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย จึงผลักดัน ให้วงการก่อสร้างตระหนักและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เริ่มตั้งแต่การออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานอาคารเขียว เป็นระบบโมดูลา ที่ใช้วัสดุน้อยชนิด ไม่หลากหลายขนาด ลดการเจียรและการตัด ไม่สร้างฝุ่น  ลดการใช้ไฟฟ้าในการตัดแต่ง เป็นระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป(Prefabricated) ปลูกต้นไม้ภายในอาคารและที่เปลือกของอาคาร เช่น อาคารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะที่ใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ใช้วัสดุก่อสร้างต่างๆ ที่มี Carbon Footprint ต่ำ ใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟฟ้า เป็นต้น ในขั้นการก่อสร้าง ก็ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ) เลือกใช้พลังงานทางเลือก เช่น การใช้รถ EV  รวมถึงลดขยะจากการก่อสร้าง และการนำขยะมาหมุนเวียนใช้

สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.) มีสมาชิกกว่า 110 บริษัท มีวิศวกรและสถาปนิกรวมกันกว่า 3,000 คน ที่มีส่วนในการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคารต่างๆ ทั้งในไทยและประเทศในแถบเอเซียแปซิฟิก ร่วมมือกันผลักดันการใช้คาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย ดังนั้น วปท.จึงได้ร่วมมือกับสหพันธ์วิศวกรที่ปรึกษานานาชาติ (FIDIC) จัดงานสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ระดับนานาชาติ หัวข้อ  “Engineering towards Net Zero”  ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายนนี้ ที่ประเทศไทย เพื่อร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ให้ได้ในปี ค.ศ.2065 คาดจะมีผู้เข้าร่วมงาน 200 คน จาก 20 ประเทศทั่วโลก เป็นคนไทย 50 % และต่างชาติ 50 %

การสัมมนาได้กำหนดหัวข้อสำคัญ  5 หมวด ได้แก่  1. กลุ่มอาคาร เกี่ยวกับอาคารที่ใช้คาร์บอนต่ำ 2. กลุ่มพลังงาน  เรื่องลดการใช้พลังงานในอาคารและพลังงานในการก่อสร้าง 3. กลุ่ม Transportation และ Logistics การขนส่งคาร์บอนต่ำ 4. กลุ่มการพัฒนาเมืองและการพัฒนาชนบท ด้านผังเมือง ชุมชน สาธารณูปโภค และสาธารณูปการขนาดใหญ่   5. กลุ่มสาธารณสุขและน้ำประปา ด้านน้ำเสียและน้ำประปา ที่มีผลต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหมวดพิเศษ คือ FFL หรือ กลุ่มวิศวกรรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว (FIDIC Future Leaders)

หัวข้อที่น่าสนใจในการสัมมนาครั้งนี้ ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย เรื่องอาคารเขียว ประเทศเวียดนาม กับแนวทางการลดคาร์บอนในอาคาร ประเทศอินโดนีเซีย นำเสนอการซ่อมแซมอาคารเก่าเพื่อลดคาร์บอน ประเทศอินเดีย กับการผสมผสานของพลังงาน ประเทศไทย บริษัทพลังงานบริสุทธิ์นำเสนอเรื่อง EV Ecosystem และ บริษัท SCG นำเสนอเรื่องนวัตกรรมสำหรับ Green Building ประเทศจีนและอินเดีย เรื่อง Hydrogen Energy ประเทศสิงคโปร์ กับประสิทธิภาพระบบทำความเย็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ ฯลฯ และยังมีกิจกรรม Business Matching แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านธุรกิจ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ Soft Power ของประเทศไทย  เทศกาลลอยกระทงแบบ Low Carbon ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บมจ.ทีมกรุ๊ป และนายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวปิดท้ายว่า “การจัดงานครั้งนี้ คาดหวังให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มวิศวกร สถาปนิกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลก ส่วนตัวสนใจเรื่องพลังงานสะอาดอย่างไฮโดรเจนที่จีนและอินเดียจะนำเสนอ และเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ ที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน และคาดหวังมุมมองของวิศวกรรุ่นใหม่ ว่ามีวิสัยทัศน์อย่างไรบ้าง”

สำหรับบริษัท องค์กรหรือผู้ที่สนใจเกี่ยวกับนวัตกรรม เทคโนโลยีหรือแนวคิดเกี่ยวกับ Net Zero  หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน FIDIC Asia Pacific Conference 2023 ได้ที่  https://www.eventpassinsight.co/payfidic/registration/create/fapc20/