เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
Business ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
ส่องแนวคิดปั้น ‘เชียงใหม่’ สู่เมืองจักรยานที่เป็นธรรม
Economic ส่องแนวคิดปั้น ‘เชียงใหม่’ สู่เมืองจักรยานที่เป็นธรรม
การบินไทย ใช้ ‘ตัวเลข’ แทนชื่อ-สกุล ปิดช่องรับ ‘เด็กเส้น’ แอร์โฮสเตส
Business การบินไทย ใช้ ‘ตัวเลข’ แทนชื่อ-สกุล ปิดช่องรับ ‘เด็กเส้น’ แอร์โฮสเตส
เวียดนามผงาด Q2 โตแรง 8.39% – World Bank ปรับสู่ ‘รายได้ปานกลางระดับสูง’
World เวียดนามผงาด Q2 โตแรง 8.39% – World Bank ปรับสู่ ‘รายได้ปานกลางระดับสูง’
“กรณ์” ฟันธงไทยเสี่ยงเจอ “ทางตันงบประมาณ” จี้รัฐบาลแก้โครงสร้างรายจ่ายก่อนวิกฤต
Politics “กรณ์” ฟันธงไทยเสี่ยงเจอ “ทางตันงบประมาณ” จี้รัฐบาลแก้โครงสร้างรายจ่ายก่อนวิกฤต
พิพัฒน์ ถกแผนแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ จ่อชงตั้งวอร์รูม-ศึกษาอุโมงค์ผันน้ำ
Economic พิพัฒน์ ถกแผนแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ จ่อชงตั้งวอร์รูม-ศึกษาอุโมงค์ผันน้ำ
ดูทั้งหมด

จุดเปลี่ยน ‘Chip War’ สงครามเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

30 ต.ค. 2566 | 10:30น.
จุดเปลี่ยน ‘Chip War’ สงครามเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

จุดเปลี่ยน ‘Chip War’ สงครามเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

จุดเปลี่ยน ‘Chip War’ สงครามเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก เมื่อจีนรุดหน้าผลิตชิปเอง ไม่หวั่นแม้โดนแบน

จุดเปลี่ยน ‘Chip War’ สงครามเซมิคอนดักเตอร์ของ 2 มหาอำนาจโลก

จากกระแสเปิดตัว iPhone 15 ในจีน ที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงการเปิดขาย 17 วันแรก ที่พบว่ายอดขายลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับยอดขาย iPhone 14 เมื่อครั้งเปิดตัว สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อที่อ่อนแรงลงของชาวจีน ขณะที่คู่แข่งแบรนด์สำคัญอย่าง Huawei กลับทำยอดขายทะยานสูงขึ้นจากการเปิดตัวแบบสุดเซอร์ไพรส์ของสมาร์ทโฟนรุ่น Mate 60 Pro ที่มีวางขายเฉพาะในประเทศบ้านเกิดของตัวเองเท่านั้น

ข้อมูลข้างต้น เป็นปัจจัยสนับสนุนที่เริ่มฉายภาพชัดว่า ‘สงครามชิป’ (Chip War) หรือ สงครามเซมิคอนดักเตอร์ระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐฯ กับจีน กำลังเข้าสู่จุดเดือด!

สหรัฐฯ รุกหนัก แช่แข็งเทคโนโลยีชิปสมาร์ทโฟนของจีน

อย่างที่หลายท่านทราบกันดีว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีการประกาศใช้กฎหมาย และมาตรการแบนสินค้าเทคโนโลยีของจีนออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่ง Huawei ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะไม่สามารถใช้เทคโนโลยีของอเมริกาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้

ไม่ว่าจะเป็น ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ บริการต่าง ๆ จาก Google ที่หนักไปกว่านั้น คือมีการห้ามบริษัทสหรัฐฯ ผลิตชิปที่เล็กกว่า 14 นาโนเมตร (NM) ให้แก่จีน ซึ่งชิป ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิต-พัฒนาสมาร์ทโฟน และเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เปรียบเหมือนสมองกล ยิ่งชิปมีตัวเลขนาโนเมตรน้อยเท่าไหร่ ยิ่งมีขีดความสามารถสูงขึ้นเท่านั้น ปัจจุบัน ขนาดเล็กสุดของชิปอยู่ที่ 3 NM ซึ่งแน่นอนว่ามันอยู่ใน iPhone 15

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ tsmc.com

หากเรียงตามไทม์ไลน์ จะพบว่า ชิปขนาด 14 NM ถูกเปิดตัวใช้งานมาตั้งแต่ปี 2015 ขณะที่ ชิปขนาด 3 NM ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2022 หากจีนไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีชิปของตัวเองได้ ก็จะทำให้สินค้าเทคโนโลยีของจีนตามหลังสหรัฐฯ ถึง 7 ปี

ชิปที่มีขนาดเล็กกว่า 14 NM จะจัดเป็นชิปประสิทธิภาพสูง จำเป็นต้องใช้เครื่อง EUV ในการผลิต ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ ก็เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 4 พันล้านบาทต่อเครื่อง และมีเพียง ASML บริษัทเดียวเท่านั้นที่ผลิตได้ อุปสรรคคือ นั่นเป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ และอยู่ภายใต้นโยบายห้ามขายสินค้าให้แก่จีนด้วยเช่นกัน

นอกจากจะห้ามบริษัทในประเทศตัวเองแล้ว สหรัฐฯ ยังเชื้อเชิญพันธมิตรทั่วโลกให้เลิกผลิตชิปให้ Huawei ด้วย อาทิ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฯลฯ

ขณะเดียวกัน จีน ก็มีข้อได้เปรียบตรงที่มีทรัพยากรหายากที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตชิปมากที่สุดในโลก ได้แก่แร่ซิลิคอน แกลเลียม และเจอร์เมเนียม ซึ่งรัฐบาลจีนก็เลือกเดินเกมโดยการประกาศห้ามส่งออกแร่แกลเลียม และเจอร์เมเนียมให้อเมริกา และตั้งเป้าลดการพึ่งพิงการใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศจากระดับ 80% ให้เหลือ 30% ภายในปี 2025

การเปิดตัวสุดเซอร์ไพรส์ ‘Huawei Mate 60 Pro’ กับชิปที่จีนพัฒนาเอง

สมาร์ทโฟนรุ่น Mate 60 Pro จาก Huawei มาพร้อม ‘Kirin 9000S’ ชิปประสิทธิภาพสูง ขนาด 7 NM ผลิตโดยบริษัท SMIC ของจีน กลายเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของจีนที่กลับมาเชื่อมต่อโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ได้ในรอบ 4 ปี หลังจากที่ต้องฝืนทนกับมาตรการแบนการส่งออกชิปของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน และยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่สามารถโทรสื่อสารผ่านเครือข่ายดาวเทียมของจีนได้ทันที ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่ออยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสัญญาณ ขณะที่ iPhone กลับทำได้แค่ส่งข้อความ SMS ผ่านสัญญาณดาวเทียมเท่านั้น

ชิป Kirin 9000S ใช้ควบคู่กับระบบปฏบัติการ HarmonyOS 4.0 ซึ่งเป็นระบบที่จีนพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อใช้ทดแทนระบบแอนดรอยด์ มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในจีน และเป็นระบบที่ถูกติดตั้งบน Smart devices ต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 60 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ทั่วโลกจะจับตา Mate 60 Pro และตั้งคำถามว่า จีนสามารถผลิตชิปขนาด 7 NM ได้อย่างไร แต่ Huawei และ SMIC ก็ยังไม่ได้ออกมาคลายข้อสงสัยนี้

ด้าน iPhone 15 จากค่าย Apple ก็ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Mate 60 Pro โดยชิปที่ Apple ใช้กับ iPhone 15 และ iPhone 15 Pro คือ A16 Bionic ขนาด 4 NM และ A17 Pro ขนาด 3 NM ตามลำดับ ถูกขนานนามว่าเป็น Pro Chips ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตชิปที่ดีที่สุดของโลก โดยมาพร้อมกับ 5-core GPU ในชิป A16 Bionic และ 6-core GPU ในชิป A17 Pro มีศักยภาพในการประมวลผลได้เร็วกว่า GPU ที่ใช้ใน iPhone 12 ถึง 40% ประมวลผลกราฟฟิกสูง ๆ ได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด

แม้เทคโนโลยีชิปของ Apple จะยังคงนำหน้า Huawei แต่การเปิดตัว Mate 60 Pro ในครั้งนี้ ก็เป็นเหมือนการประกาศอิสรภาพของจีน ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จีนอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีชิปจากสหรัฐฯอีกต่อไป

เทียบสเปคหลัก Mate 60 Pro VS iPhone 15 Pro

สำหรับใครที่ต้องการเทียบสเปค Mate 60 Pro กับ iPhone 15 สามารถเข้าไปชมได้ในลิ้งก์ด้านล่างนี้

https://www.youtube.com/watch?v=eor5OMl2JMM

ข้อมูลสถิติจาก Counterpoint Research ผู้รวบรวมข้อมูลด้านเทคโนโลยีระดับโลก ระบุว่า จีนยังคงเป็นประเทศที่ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก ทว่าการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 2 ของปี 2023  Apple ยังคงนำอยู่ในอันดับ 2 ของโลกรองจาก Samsung เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับคาดการณ์ว่า Huawei จะสามารถสร้างยอดขายจาก Mate 60 Pro ได้มากถึง 5-6 ล้านเครื่องในปีนี้ และอาจเพิ่มขึ้นแตะหลัก 10 ล้านเครื่องในปี 2024 แม้ตอนนี้จะยังเปิดตัวในจีนเพียงประเทศเดียวก็ตาม

Jefferies บริษัทชั้นนำของโลกด้านตลาดทุน และวาณิชธนกิจ ได้ออกมาคาดการณ์ว่า ดูจากเทรนด์การเลือกใช้สมาร์ทโฟนของตลาดจีนในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่ iPhone อาจแพ้ให้กับ Huawei อย่างเห็นได้ชัดในปี 2024 ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนประชากรมหาศาลของจีน อาจทำให้ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกของ Apple ลดลงต่ำกว่าคาดการณ์ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ยอดขาย iPhone 15 ในสหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับ iPhone 14 ในช่วงเปิดตัวแรก ๆ

สหรัฐฯ จะโต้กลับจีนอย่างไร?

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สหรัฐฯ มีแผนที่จะออกมาตรการ หรือกฎหมายใหม่ เพื่อเพิ่มความคุมเข้มในการห้ามบริษัทในสหรัฐฯ จำหน่ายสินค้าให้แก่จีน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ซึ่งบริษัทสัญชาติอเมริกันหลายแบรนด์ ก็เป็นผู้นำโลกในเรื่องนี้ อย่าง Nvidia ที่สามารถผลิตชิปตอบสนองการพัฒนา และการใช้งาน AI ได้ทุกรูปแบบ อาจนำไปสู่วิกฤตครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของจีน ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี AI อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมเกม ฯลฯ ที่ยังคงพึ่งพาชิปนำเข้าเป็นหลัก

ในอนาคตจะไม่ใช่แค่กระทบการพัฒนา และการปรับใช้เทคโนโลยี AI บนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการใช้ AI บน Smart devices ต่าง ๆ ที่ปัจจุบัน มีแนวโน้มความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

แม้ก่อนหน้านี้ บริษัทในสหรัฐฯ อาจผลิตชิปบางประเภทให้จีนได้ แต่ด้วยกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้เกิดการห้ามจำหน่าย และผลิตสินค้าให้จีนอย่างเด็ดขาดอย่างถาวร ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สหรัฐฯต้องการบรรลุ เพื่อได้มาซึ่งชัยชนะในสงครามชิงความเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลก เพราะในปัจจุบัน บรรดาผู้ผลิตชิปของสหรัฐฯ ก็ยังคงเป็นผู้นำโลกในด้านการออกแบบ และผลิดชิป AI ที่เป็นต้นแบบมาตรฐาน และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว กฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบกับรายได้ของผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ และความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าชาวจีน ยิ่งไปกว่านั้น อาจทำให้จีนต้องดิ้นรนพัฒนาชิป AI ขึ้นมาเป็นของตัวเอง เหมือนกับชิป Kirin 9000S ใน Huawei Mate 60 Pro

สงครามแห่งโลกเทคโนโลยีครั้งนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องจับตาดูกันไปยาว ๆ

อ้างอิง :

https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-10-16/iphone-15-china-sales-disappoint-as-huawei-rises-jefferies-says

https://www.counterpointresearch.com/insights/global-smartphone-share/

https://thestandard.co/why-is-gallium-germanium-important/

https://timesofindia.indiatimes.com/gadgets-news/us-china-tech-war-new-rules-coming-to-stop-american-companies-from-exporting-ai-chips/articleshow/104461251.cms