‘เหลียงจู่’ มรดกโลก สะท้อนอารยธรรมจีนรุ่งเรือง 5,000 ปี
โบราณสถานเมืองโบราณเหลียงจู่ ในเขตอวี๋หาง เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของอารยธรรมจีนอายุกว่า 5,000 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกเมื่อปี 2019
พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจและความเชื่อของวัฒนธรรมเหลียงจู่ในลุ่มน้ำไท่หูตอนล่างของแม่น้ำแยงซี โดยมีทั้งผังเมืองขนาดใหญ่ การเพาะปลูกข้าวที่ก้าวหน้า และระบบชลประทานที่ซับซ้อน ซึ่งนักโบราณคดีจีนได้ร่วมกันขุดค้นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 จนค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของรัฐโบราณแห่งนี้สู่สายตาชาวโลก

ฟ่าน โฉว เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์แหล่งโบราณคดีเหลียงจู่ ระบุว่า การขุดค้นเผยให้เห็นระบบเขื่อนและชลประทานที่ใช้ป้องกันเมืองควบคุมการเพาะปลูกและลำเลียงไม้ ซึ่งสะท้อนถึงการวางผังเมืองขนาดใหญ่ที่มีความก้าวหน้ามากในยุคนั้น
ขณะที่ หวง ลี่ รองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เหลียงจู่ กล่าวว่า การได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกถือเป็นการยืนยันจากนานาชาติว่าอารยธรรมจีนมีประวัติยาวนานจริงกว่า 5,000 ปี

พิพิธภัณฑ์เหลียงจู่จัดแสดงโบราณวัตถุหลากหลาย เช่น หยก เครื่องมือหิน และเครื่องปั้นดินเผา พร้อมเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้เยาวชนเสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมจีน อีกทั้งยังมีอาสาสมัครสองภาษาอย่าง เอ็มม่า เฉิน ชาวอเมริกันที่อาศัยในหางโจวมานานเกือบสิบปี คอยถ่ายทอดเรื่องราวของเหลียงจู่ให้ผู้มาเยือนจากทั่วโลก โดยเธอกล่าวว่า “ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าอารยธรรมจีน 5,000 ปีเป็นเพียงตำนาน แต่เมื่อมาเห็นเหลียงจู่ ฉันสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่ามันคือเรื่องจริง”
เหลียงจู่จึงไม่เพียงเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของจีน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งรากฐานทางวัฒนธรรมที่ยืนยันความต่อเนื่องของอารยธรรมจีนตลอดหลายพันปี
ที่มา People’s Daily Online