กพช. เคาะมาตรการพลังงานชุดใหญ่ ไฟเขียวขยายอายุโรงไฟฟ้าน้ำพอง-แม่เมาะ
ตรึงค่าไฟบ้าน 3.94 บ. สั่งห้ามขายไฟเพื่อนบ้านถูกกว่าคนไทย พร้อมล้มมติแยก SO
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งล่าสุด (เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ) ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในวาระสำคัญหลายประการด้านพลังงาน ครอบคลุมแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การขยายอายุโรงไฟฟ้า การบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ มาตรการลดค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย การกำหนดราคาจำหน่ายไฟฟ้าแก่ประเทศเพื่อนบ้าน และการยกเลิกแผนแยกศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (SO)
ตรึงค่าไฟบ้านงวด ก.ย.-ธ.ค. 68 ที่ 3.94 บาท ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราปกติ โดยให้ชำระค่าไฟฟ้าไม่เกินอัตราค่าไฟฟ้าที่ กกพ. ประกาศเรียกเก็บตามรอบ Ft ในแต่ละรอบ โดยจะเริ่มตั้งแต่งวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งในงวดดังกล่าวอัตราอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ สนพ. และ กกพ. พิจารณาทบทวนการกำหนดช่วงการใช้ไฟฟ้าที่จะได้รับสิทธิส่วนลดให้ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ เพื่อส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและลดภาระการอุดหนุนเกินจำเป็น ทั้งยังให้พิจารณาปริมาณหน่วยการใช้ไฟฟ้าขั้นสูงสำหรับบ้านพักอาศัย (ตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป) ว่าควรมีปริมาณไม่เกินเดือนละกี่หน่วย และปริมาณการใช้ไฟฟ้าส่วนที่เกินนั้นจะคิดอัตราค่าใช้ไฟฟ้าเท่าใด โดยให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว

สั่งห้ามขายไฟเพื่อนบ้านต่ำกว่าราคาในประเทศ นอกจากนี้ ที่ประชุม กพช. ยังมีมติให้ กฟผ. และ กฟภ. กำหนดราคาจำหน่ายไฟฟ้าแก่ประเทศเพื่อนบ้านตามมติ กพช. ปี 2558 อย่างเคร่งครัด และเห็นชอบแนวทางปรับปรุงราคาสำหรับสัญญาในอนาคต เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าของประเทศและเป็นธรรมต่อประชาชน โดยกำหนดชัดเจนว่าราคาจำหน่ายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านจะต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายให้ประชาชนภายในประเทศ
ไฟเขียวขยายอายุโรงไฟฟ้าน้ำพอง-แม่เมาะ ที่ประชุมได้อนุมัติการขยายอายุการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมน้ำพอง ชุดที่ 1 และ 2 ออกไปอีก 6 ปี คือตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2574 เพื่อให้สอดคล้องกับอายุสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการขยายอายุครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสุทธิได้ประมาณ 28,358 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 6 ปี
ขณะเดียวกัน ได้เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อทดแทนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8–9 โดยกำหนดให้ (1) เลื่อนแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 และ 11 จากเดิม 31 ธันวาคม 2568 ไปเป็น 31 ธันวาคม 2574 หรือจนกว่าการปรับปรุงเครื่องที่ 12 และ 13 จะแล้วเสร็จ (ประมาณปี 2574) และ (2) ดำเนินการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12 และ 13 พร้อมเลื่อนแผนการปลดออกไปจนถึงปี 2591 โดยจะหยุดเดินเครื่องชั่วคราวระหว่างการปรับปรุงในช่วงปี 2569–2574 แนวทางนี้คาดว่าจะสามารถลดค่า Ft ได้ประมาณ 3.67 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าลดลงราว 9,566 ล้านบาทต่อปี

เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน-ล้มแผนแยก SO กพช. ยังได้พิจารณาแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม (ปี 2566 – 2573) โดยกรณีโครงการพลังงานลม ให้ดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่อไป และให้ กกพ. ขยายกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (SCOD) ไม่เกินปี 2573 ส่วนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ มอบหมายให้ กกพ. กฟผ. กฟภ. กฟน. และ สนพ. ไปเจรจาอัตราค่าไฟฟ้ากับผู้ประกอบการเอกชน โดยให้ กฟผ. เสนออัตราเจรจาโดยอ้างอิงราคาโครงการ Solar Floating ที่ กฟผ. ดำเนินการ และปรับเพิ่มสมมติฐานให้สอดคล้องกับต้นทุนเอกชน โดยให้แล้วเสร็จใน 45 วัน
ในประเด็นเชิงโครงสร้าง ที่ประชุมมีมติยกเลิกมติเดิมของ กพช. (เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566) ที่ให้แยกศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (SO) เป็นนิติบุคคลออกจาก กฟผ. หลังพบว่า SO ภายใต้ กฟผ. (Ring Fenced) เหมาะสมกับโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทยแบบ ESB สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสามารถบริหารจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางพัฒนามาตรการ DR (Demand Response) อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดการนำเข้า LNG และรับทราบการดำเนินการแยก Pool Manager เป็นอิสระจาก ปตท (Ring Fenced) แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องแยกเป็นนิติบุคคล