ชุมชนนักพัฒนา AI จีนโตเร็ว ดึงคนหลากหลายเข้าสู่วงการ
หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุชื่อ “เสี่ยวลี่” ที่สามารถวัดความดันโลหิต ตรวจจับการล้ม และเตือนผู้สูงอายุให้รับประทานยา กลายเป็นจุดสนใจในงาน World Voice Expo ครั้งที่ 8 ที่เมืองเหอเฝย มณฑลอานฮุย หุ่นยนต์นี้อยู่ระหว่างทดลองใช้ในสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ และเตรียมพัฒนาเพื่อใช้งานในครัวเรือน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระบบนิเวศนักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แข็งแกร่งขึ้นของจีน ทำให้บริษัทต่างๆ สามารถสร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบเปิดและแชร์ร่วมกัน พัฒนาแอปและผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้นและต้นทุนต่ำลง ขณะเดียวกัน ตลาด AI จีนปี 2024 มีมูลค่าเกิน 9 แสนล้านหยวน โตขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า
ณ วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม iFlytek ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มพัฒนา AI ชั้นนำของจีน รายงานว่า มีทีมผู้พัฒนามากกว่า 9.5 ล้านทีม เพิ่มขึ้น 23.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยนักพัฒนาเหล่านี้ได้สร้างแอปพลิเคชัน AI แล้วมากกว่า 3.6 ล้านรายการ
“เราใช้เวลาถึง 11 ปีในการเข้าถึงทีมนักพัฒนา 2 ล้านทีมแรก” หลิว ชิ่งเฟิง ประธานของ iFlytek กล่าว “ปัจจุบันแพลตฟอร์มของเรา มีทีมนักพัฒนาใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านทีมต่อปี”
จำนวนทีมพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (Large Models) เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 140% ภายในหนึ่งปี เป็น 1.86 ล้านทีม ซึ่งในนั้นกว่า 550,000 ทีม อยู่ต่างประเทศ
โฉมหน้านักพัฒนา AI ของจีนกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง กลายเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งนักศึกษา คนทำงานสายอื่น และผู้สนใจทั่วไป ขณะเดียวกัน จำนวนผู้พัฒนา AI ที่เป็นผู้หญิงและผู้ที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านโปรแกรมมิ่งก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่า AI กำลังก้าวสู่สังคมวงกว้างมากขึ้น
มหาวิทยาลัยทั่วจีนเร่งขยายการเรียนการสอนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ในมณฑลอานฮุย มีมหาวิทยาลัยกว่า 40 แห่งเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ AI มากกว่า 500 หลักสูตร ขณะที่มหาวิทยาลัย 38 แห่งในปักกิ่งก็ได้เปิดสอนวิชา AI พื้นฐาน ซึ่งช่วยเสริมสร้างและเพิ่มความหลากหลายให้กับบุคลากรด้าน AI ของประเทศ
ที่มา People’s Daily Online